Carsome กับความท้าทายในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดซื้อ-ขายรถมือสอง

Oct 07, 2021 S.Vutikorn

สำหรับคนที่เคยซื้อขายรถมือสอง เชื่อว่าบางคนอาจจะเคยได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีในการทำธุรกรรม ทั้งในเรื่องของการกดราคาซื้อ และเจอรถที่สภาพไม่สมบูรณ์มาย้อมแมวขายลูกค้าที่ดูรถไม่เป็น

โดยในปัจจุบัน เมืองไทยมีจำนวนเต็นท์รถมือสองอยู่ประมาณ 10,000 เต็นท์ ในจำนวนนี้อยู่ในกทม. ประมาณ 3,000 เต็นท์ โดยในปี 2019 ตลาดรถมือสองของไทยมีการซื้อ-ขายกันอยู่ที่ประมาณ 1.5 -1.6 ล้านคัน

แม้ว่าเต็นท์รถมือสองจะไม่ได้เป็นแบบนี้ทั้งหมด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เนื้อร้ายเหล่านี้ได้สร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีให้กับตลาดรถมือสองมานานแสนนาน

กระทั่งตลาดรถมือสองมีช่องทางออนไลน์เข้ามาเป็นทางเลือก ผู้บริโภคหลายคนจึงเลือกที่จะใช้ช่องทางใหม่นี้ ซึ่งก็พบว่ามีเต็นท์รถเป็นจำนวนไม่น้อยที่ใช้ตลาดออนไลน์เป็นช่องทางการซื้อขาย ทั้งในรูปแบบของการทำ E-Marketplace หรือแม้กระทั่งใช้วิธีปะปนไปกับผู้บริโภคทั่วไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ Pain Point แรกๆ ของผู้บริโภคในการซื้อ-ขายรถมือสองในช่องทางออนไลน์ จึงมองว่าช่องทางนี้เป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีราคากลาง แถมบางที่ยังให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ทั้งสภาพรถและราคา

จุดอ่อนที่ว่ามานี้ ก็มีสตาร์ทอัพหลายรายที่พยายามจะเอาโซลูชั่นเข้ามาแก้ไข ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Carsome

Carsome สตาร์ทอัพเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซื้อขายรถยนต์มือสองครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศมาเลเซียที่เพิ่งจะระดมทุนจนเป็นยูนิคอร์นแห่งแรกของมาเลเซีย โดยในปัจจุบัน Carsome มีธุรกิจอยู่ใน 5 ประเทศมีพนักงานรวมกว่า 2,000 คน

ในประเทศไทย Carsome เข้ามาทำธุรกิจตั้งแต่ปี 2017 โดยเน้นการทำตลาดแบบ O2O ที่เชื่อมแพลตฟอร์มออนไลน์และศูนย์บริการไปพร้อมๆ กัน

ปภัสรินทร์ สิริบรรลือยศ Country Head ของ Carsome ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีความต้องการรถมือสองเพิ่มขึ้น เหตุผลมาจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมคนไทยมีกำลังซื้อที่ลดลง รวมถึงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้คนต้องการมีรถส่วนตัวมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาคนมักจะมองว่าการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองเป็นเรื่องที่ยาก

“คนส่วนหนึ่งกลัวว่าการซื้อ-ขายรถมือสองเป็นเรื่องยากไม่กล้าซื้อเพราะไม่มีราคากลางมีข้อมูลไม่ครบถ้วนทั้งสภาพรถราคาส่วนบางคนก็ไม่อยากขายเองเพราะต้องเตรียมเอกสารที่ลำบาก”

ดังนั้นทาง Carsome จึงมองว่าถ้ามีแพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลของรถทุกคันได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ก็น่าจะสามารถแก้ Pain Point ที่มีมานานได้

Carsome ได้มีการวางกลยุทธ์หลักให้ตรงความต้องการของลูกค้าอยู่ 3 แนวทางคือ

1. ใช้ความเป็นเน็ตเวิร์คในการหาซัพพลายรถ เพราะ Carsome เน็ตเวิร์คซื้อขายรถมือสองที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนมีปริมาณรถหมุนเวียนกว่า 100,000 ต่อปี

2. เรื่องของการส่งมอบประสบการณ์ ด้วยการลงทุนทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพราะพฤติกรรมคนไทยบางคนยังต้องการดูรถเอง โดยทาง Carsome ได้มีการเปิดเอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์ให้ลูกค้าสามารถเข้ามาดู และทดสอบรถได้จริงๆ รวมถึงมีบริการส่งรถให้ทดสอบได้ฟรี ในกทม.และปริมณฑล

3. ใช้การบริหารข้อมูลที่ความโปร่งใส ทั้งการรับซื้อและการขาย สามารถตรวจสอบประวัติได้ทั้งหมด มี Defection Report ที่ชัดเจน โดยรถทุกคันที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก Carsome (Carsome Certified) มาพร้อมกับแพ็กเกจคำสัญญาจาก Carsome (Carsome Promise) ซึ่งประกอบด้วย การตรวจสอบสภาพรถ 175 จุดโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ, ประกันความคุ้มครอง 1 ปีเต็ม, รับประกันคืนเงินภายใน 5 วัน ตลอดจนราคาที่โปร่งใสไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง

ปภัสรินทร์ ย้ำว่าที่ผ่านมา Carsome ให้ความสำคัญกับการทำ Customer Engagement มาตลอดโดยเฉพาะการเปิดศูนย์บริการควบคู่ไปกับการขยายตลาดทางช่องทางออนไลน์

ล่าสุด Caesome ได้มีการเปิดศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ที่รัชโยธิน ซึ่งถือเป็นสาขาล่าสุดของ Carsome ที่เปิดในประเทศไทยในปี 2021 เพื่อตอกย้ำศักยภาพตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทยที่กำลังเติบโต

“การเปิด Carsome Experience Center (ศูนย์บริการครบวงจร Carsome) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ในการเติบโตและการขยายธุรกิจของ Carsome ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับรถยนต์มือสองครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เราเชื่อว่าเป็นโอกาสที่ดีในการมอบประสบการณ์ครบวงจรให้กับลูกค้าในการซื้อและขายรถยนต์มือสองในประเทศไทยตั้งแต่ความง่ายในการค้นหารถผ่านระบบออนไลน์ไปจนถึงความสะดวกสบายในการเลือกชมและทดลองขับด้วยบริการที่โปร่งใสและไว้ใจได้ศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะช่วยรองรับและให้บริการลูกค้าได้มากขึ้นตอบสนองทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายรถ”

ปภัสรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดรรถมือสองของไทยยังมีโอกาสอีกมาก เนื่องจากยังไม่มีผู้เล่นรายไหนที่ผูกขาดอย่างชัดเจน เพราะไม่มีใครที่มีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 5% แม้แต่รายเดียว

ดังนั้นความท้าทายในธุรกิจนี้จึงอยู่ที่ความพยายามในการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดรถมือสองมากกว่า

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.