SCB ปลดล็อกพันธนาการ ตั้ง “ยานแม่” SCBX พร้อมขยายธุรกิจทุกมิติไร้ขีดจำกัด

Sep 23, 2021 M.Pussapol

SCB ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจแบงก์แบบดั้งเดิม เผยวิสัยทัศน์ใหม่ตั้งบริษัทแม่ภายใต้ชื่อ “SCBX” (เอสซีบี เอกซ์) แยกธุรกิจโอกาสโตสูงตั้งเป็นบริษัท เบื้องต้นขยายสู่ 16 ธุรกิจ พร้อมมุ่งเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาคในปี 2025 ตั้งเป้าสร้างฐานลูกค้า 200 ล้านคนมูลค่าสินทรัพย์รวม 1 ล้านล้านบาท พร้อมขอมติผู้ถือหุ้นกลางเดือนพฤศจิกายน ก่อนขออนุมัติธนาคารแห่งประเทศไทย และถอนธนาคารจากตลาดหลักทรัพย์ โดยมี SCBX เข้าไปแทน

อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันBusiness Model ของธนาคารแบบดั้งเดิมคือ การเป็นตัวกลางเก็บค่าธรรมเนียมจะลดบทบาทลง เพราะตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วไม่ได้ ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับธนาคารลดลง รวมถึงมูลค่าอนาคตต่อธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมในสายตานักลงทุนลดลง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้ SCB สามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้บริโภค รวมถึงแข่งขันและเติบโตไปกับโลกยุคใหม่ แนวคิดหลัก คือ ต้องไม่จำกัดตัวเองอยู่ที่ธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมอีกต่อไป ขณะที่ต้องใช้ความเข้มแข็งทางการเงินของธุรกิจธนาคารให้เป็นประโยชน์

ปลดล็อกธนาคารดั้งเดิม-แยกเป็น 2 กลุ่มพร้อมแข่งขัน

ข้อมูลจากการแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ระบุว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ การตั้งยานแม่ ใช้ชื่อ SCBX โดยเบื้องต้นจะขยายเข้าสู่ธุรกิจการเงินส่วนบุคคลที่มีการเติบโตสูง และการแข่งขันยังไม่รุนแรงมากนัก (Blue Ocean) ซึ่งธนาคารแบบดั้งเดิมตอบสนองความต้องการไม่ได้ 

อาทิตย์ ให้ข้อมูลว่า หลัง SCBX เกิดขึ้น SCB จะมี 2 กลุ่มย่อย คือ

ธุรกิจกลุ่ม Cash Cow ประกอบด้วยธุรกิจธนาคาร ธุรกิจ Wealth ซึ่งร่วมมือกับจูเลียส แบร์ SCBAM (SCB Asset Management) การเป็นพันธมิตรกับFWD ในธุรกิจประกัน ฯลฯ

ธุรกิจกลุ่ม Growth ตัวอย่าง เช่น ตั้งบริษัท Card X เข้าสู่ธุรกิจการเงินส่วนบุคคลนำร่องด้วยธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ตั้งบริษัท “SCB Tech X” และ “Data X” สร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของบุคลากร โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพิ่มขีดความสามารถพื้นฐานทั้งการสร้างและขยายขนาดแพลตฟอร์ม

ใช้ SCB 10X และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ (SCBS) ขยายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Business) โดยร่วมลงทุนและเป็นพันธมิตรกองทุนระดับโลก

บริษัทที่เกิดจากการจับมือกับพันมิตรภายนอก เช่น ตั้ง Venture Capital โดยร่วมมือกับเจริญโภคภัณฑ์ กรุ๊ป (CP) มูลค่าการลงทุน 600-800 ล้านเหรียญ เบื้องต้นให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น บล็อกเชน 

ตั้งบริษัท ALFA X โดยร่วมทุนกับ มิลเลนเนียน กรุ๊ปฯ ทำธุรกิจเช่าซื้อ ลิสซิ่ง เน้นเซ็กเม้นต์ลูกค้า Wealth  

ตั้งบริษัท Auto X โดยจับมือกับศรีสวัสดิ์ ทำธุรกิจจำนำทะเบียน

ขอมติผู้ถือหุ้นเดิม-ส่งธปท.พิจารณา-ถอนธนาคารจาก SET

จังหวะก้าวต่อไป SCB จะมีประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยเสนอแนวทางสวอปหุ้น อัตรา 1:1 ของผู้ถือหุ้นธนาคารเดิมกับหุ้นของบริษัทใหม่อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญอยู่ที่ผู้ถือหุ้น 90% ต้องอนุมัติ ดีลนี้จึงจะสำเร็จ มีการเสนอเงินปันผลพิเศษระหว่างกาล 70,000 ล้านบาทให้ SCBX และผู้ถือหุ้นอื่นๆ เพื่อรองรับการลงทุนและจ่ายปันผลปี 2565 

อาทิตย์ เพิ่มเติมว่า SCBX มีแผนตั้งบริษัทในเครือเข้าสู่อีกหลายๆ ธุรกิจ โดยมีแผนนำทุกบริษัทที่ตั้งใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นอกจากนั้น หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน  กำไรของ SCBX จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน1.5-2 เท่า ขณะที่ Market Capitalization จะขยับขึ้นสู่ 1 ล้านล้านบาทใน 5 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 370,000 ล้านบาท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปว่า SCB คาดหวังว่า ภายในปี 2025 จะสามารถสร้างมูลค่าจากธุรกิจใหม่ให้ขนาดมีนัยสำคัญขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ เป็นเจ้าของ Technology Platform ขนาดใหญ่ตั้งเป้าผู้ใช้งานประมาณ 200 ล้านคน

“3 ปีจากนี้ SCB จะไม่เท่ากับธนาคารอีกต่อไป โดยจะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจการเงินและแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีหลากหลาย สนองความต้องการใหม่ของผู้บริโภคแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกได้ทัดเทียม และรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยน แปลงใดๆ ได้ทันท่วงที” อาทิตย์ สรุป

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.