ฮอนด้าเชิญสื่อทดสอบสมรรถนะ Honda Accord สัมผัส ขุมพลังเทอร์โบ และฟูลไฮบริด e:HEV

Sep 22, 2021 -None-

ฮอนด้า เชิญสื่อมวลชนทดสอบสมรรถนะ ‘ฮอนด้า แอคคอร์ด’ สัมผัสขุมพลังเทอร์โบ และฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมความคุ้มค่าและมอบความมั่นใจในทุกการขับขี่กับ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียมที่พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะ ‘ฮอนด้า แอคคอร์ด’ ที่ได้รับการยกระดับความคุ้มค่าขึ้นอีกขั้น เพื่อตอบรับทุกความต้องการของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานและฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบาย รวมทั้งติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกรุ่นย่อย

ตอกย้ำเส้นทางแห่งผู้นำด้านยนตรกรรมแฟลกชิพพรีเมียมซีดานที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งด้านความปลอดภัยและด้านการขับเคลื่อน ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ และระบบฟูลไฮบริด ยกระดับความพรีเมียมและเสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นในรุ่น EL ด้วยไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส อีกทั้งรุ่นไฮบริดที่เปลี่ยนชื่อเป็น e:HEV โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของยนตรกรรมไฮบริดด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV มอบอากาศบริสุทธิ์ด้วยเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร พลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) อีกทั้งครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายระดับพรีเมียม พร้อมตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในระหว่างเส้นทางการทดสอบ สื่อมวลชนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ยนตรกรรมพรีเมียมซีดาน กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง ได้แก่

ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ในแอคคอร์ด รุ่น EL ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243 นิวตัน-เมตร ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง อัตราเร่งทันใจ และคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์การขับสนุกสไตล์สปอร์ต อีกทั้งมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร และรองรับน้ำมัน E85

ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ในแอคคอร์ด รุ่น e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีจุดเด่น คือสามารถเก็บประจุไฟและช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งมีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด โดยระบบมอบกำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ตอบรับกับการขับขี่ในสภาวะต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยแบ่งออกเป็น 3 โหมด ได้แก่

โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)  มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วให้กลับเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ ระบบนี้จะให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและความเงียบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่นี้ได้อีกด้วย

โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็วและมีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และในขณะลดความเร็วเครื่องยนต์จะหยุดทำงานและชาร์จไฟกลับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็วที่ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวลและทรงพลัง

โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)  พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์  โดยชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์  E-CVT  จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงและมีแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่

โดยฮอนด้า แอคคอร์ด ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง มอบอัตราเร่งที่เร้าใจยิ่งขึ้น หรือสามารถเลือกใช้ ECON Mode ซึ่งจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน อีกทั้งระบบจะปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้สามารถเข้าสู่โหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT หรือ ECON Mode ที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์

นอกจากนี้สื่อมวลชนยังได้ทดสอบการใช้งานและความแม่นยำในการทำงานของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่มีในรุ่นทุกย่อย โดยระบบผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้าในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน มาพร้อมระบบการทำงานหลัก ได้แก่

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

เสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ในรุ่น e:HEV TECH อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)  ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) 

พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่นๆ เช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold  ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)  ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)  ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

ดีไซน์ภายนอก ผสานความหรูหราและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัวมาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตรุ่น EL ยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส (เฉพาะรุ่น EL) ตอกย้ำเอกลักษณ์ของยนตรกรรมไฮบริดใน แอคคอร์ด e:HEV ด้วย โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้วในรุ่น EL และขนาด 18 นิ้วดีไซน์พรีเมียมในรุ่น e:HEV เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง และเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยซันรูฟพร้อมระบบ One-Touch (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ลงตัวด้วยเอกลักษณ์ความหรูหราและประณีต มาพร้อมเบาะหนังดีไซน์พรีเมียมสีน้ำตาลและสีดำ พร้อมชุดตกแต่งลายไม้ มอบความสะดวกสบายสุดเอกซ์คลูซีฟด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่ครบครัน สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ  Dual Zone  ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา พร้อมเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศ พลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) (เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH)  ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)  มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว  ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit)

พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียมที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ครบครันในรุ่นเริ่มต้น (รุ่น EL) อาทิ

อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rearview Mirror)

ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง (Rear Door Window Sunshades)

ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (2 Rear USB Ports)

Honda CONNECT เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

กระจกไฟฟ้านิรภัยพร้อมระบบ One-touch 4 ตำแหน่ง (All One-touch Safety Power Windows)

ตลอดเส้นทางการทดสอบที่หลากหลายในรูปแบบ Free Run ที่สื่อมวลชนได้ทดสอบการใช้งานจริง ทั้งสมรรถนะการขับขี่ของขุมพลังเทอร์โบและระบบฟูลไฮบริด อีกทั้งได้ทดสอบอัตราเร่ง ช่วงล่าง และการยึดเกาะถนน รวมทั้งการทำงานที่แม่นยำของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) อีกทั้งทดลองการใช้งานจริงของฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายอันล้ำสมัยต่างๆ หลังจากการทดสอบจะพิสูจน์ได้ว่า ฮอนด้า แอคคอร์ด คือผู้นำด้านยนตร กรรมพรีเมียมซีดานที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่าและครบครันในทุกด้านอย่างแท้จริง

ฮอนด้า แอคคอร์ด มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท และ รุ่น EL ราคา 1,499,000 บาท มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และ สีดำคริสตัล (มุก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีดำ ในทุกรุ่นย่อย

สัมผัสกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ได้ที่โชว์รูมฮอนด้า หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/accord

 

หมายเหตุ:          

- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

- สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.