4,737
VIEWS

ถอดรหัส “ทีเอ็มบีธนชาต” เมื่อธนาคาร “เปลี่ยน” และชวนคนไทยมา “เปลี่ยน” ไปด้วยกัน

Sep 23, 2021 -None-

'เมื่อรวมกันแล้วเราจะได้อะไร? เสียงสะท้อนจากลูกค้าที่ส่งตรงมายัง 2 ธนาคารที่เดินทางสู่การรวมกันเป็นหนึ่ง คำถามข้างต้นเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องตีให้แตกว่า เมื่อหลอมรวมเป็น “ทีเอ็มบีธนชาต” หรือทีทีบี (ttb) แล้วนั้น สิ่งที่ลูกค้าควรได้รับในวันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คืออะไร?

แน่นอนว่าสิ่งที่ธนาคารมองเห็น คือเรื่องการนำจุดแข็งของ 2 ธนาคารมารวมกัน และต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า โดยมีจุดกึ่งกลางที่จะทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน คือการมองผ่านมุมมองของลูกค้าเป็นหลัก ทำให้ “ทีเอ็มบี      ธนชาต” มองหาบทบาทและหน้าที่ของธนาคารใหม่ว่าควรจะไปเป็นอย่างไร สิ่งนั้นคือสิ่งที่โลกธุรกิจเรียกว่า ‘Brand Purpose’

ถ้ามองในมุมของลูกค้าสิ่งที่เราคิดถึงเมื่อพูดถึงธนาคาร ภาพที่เราคิดได้แบบเร็วๆ คือ สถานที่ที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ออมเงิน เบิกถอน กู้เงิน รวมไปถึงการลงทุนต่างๆ ภาพจำเหล่านี้เชื่อมโยงไปถึงการนำเสนอภาพลักษณ์ของธนาคารผ่านภาพของความสำเร็จ ความมั่นคง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคให้มาเลือกใช้บริการ แต่ในวันนี้ ทีเอ็มบีธนชาต ได้เลือกที่จะแตกต่างกับภาพจำแบบเดิมๆ ของธนาคารทั่วไป และเปลี่ยนแปลงทำสิ่งใหม่ในวงการธนาคาร เพื่ออยู่เคียงข้าง เป็นธนาคารที่เข้าถึงผู้คน ช่วยดูแลและทำให้ชีวิตทางการเงินของคนไทยดีขึ้นทั้งวันนี้และอนาคต

กาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี (ttb) เปิดเผยถึงมุมมองของการเป็นธนาคารที่ต้องคำถึงถึงลูกค้าเป็นสิ่งแรก “ธนาคารคือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนไปเรื่อยๆ มันคือการใช้งานจริง การเข้าใช้บริการสาขา การใช้งานช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทั้ง ATM และโมบายแอป จนไปถึงการโทรหาคอลเซ็นเตอร์ ทุกอย่างคือการที่ลูกค้าสัมผัสถึงการบริการ มันทำให้เราต้องมองธุรกิจให้ครอบคลุมทุกแง่มุม”

หลังจากการรวมกิจการของ 2 ธนาคาร เป็น “ทีเอ็มบีธนชาต” แล้วนั้นก็ก่อให้เกิด Brand Purpose ของธนาคารขึ้นมา นั่นก็คือ “การสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย” หรือ Financial Well-being เป็นการนำเสนอแนวคิดหลักของแบรนด์ ฉายภาพให้ชัดถึงสิ่งที่จะทำในอนาคตว่าทำยังไงหรือมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยให้ชีวิตลูกค้าดีขึ้นจริงๆ เพราะเรื่องการเงินเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คน

การสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย เป็น Brand Purpose ที่จะอยู่คู่กับทีเอ็มบีธนชาต ในระยะยาวเราเลือกที่จะใช้ Brand Purpose ที่กล้าหาญ เพราะเป็นสิ่งที่เราเลือกทำตามความต้องการของลูกค้าก่อน แล้วค่อยคิดถึงตัวเอง และการเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้ ธนาคารจะเปลี่ยนเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะคำว่า ชีวิตทางการเงินที่ดี  คือการทำให้จับต้องได้ ถ้าเป็นหนี้ต้องมีหนี้น้อยลงหรือปลดหนี้ได้ไว ถ้ามีเงินเก็บ เงินเก็บก็ต้องงอกเงย ถ้าคิดจะลงทุนก็ต้องมีความรู้เป็นฐาน เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งธนาคารและลูกค้าจะต้องเปลี่ยนไปพร้อมๆ กัน

กาญจนา ย้ำว่า “การ ‘เปลี่ยน’ ของธนาคาร หรือ ‘Make REAL Change’ ไม่ได้หมายถึงแต่การเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนโลโก้ หรือเปลี่ยนสี แต่การเปลี่ยนแปลงของเราจะต้องสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างแท้จริง

โดยพนักงานของเรากว่า 15,000 คน เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงให้มีแนวคิดและการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสิ่งแรกที่เราเปลี่ยน คือ  เปลี่ยนวิธีการคิด (Think) เราไม่มองว่าลูกค้าทุกคนเหมือนกัน เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มและแต่ละช่วงอายุมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ล้วนมีความฝัน ความหวัง ไม่เท่ากัน ความฝันถูกขยับขยายไปตามช่วงอายุ แต่เราต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อที่จะได้สามารถคิดโซลูชั่นและบริการทางการเงินที่ตอบรับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละคนในแต่ละช่วงชีวิต”

การเปลี่ยนต่อมา คือ เปลี่ยนวิธีการทำงาน (Work) โดยเราจะไม่หยุดมองหาแนวคิดหรือวิธีการทำงานใหม่ๆ เพื่อพัฒนาโซลูชั่นและบริการที่สอดรับกับสถานการณ์ พฤติกรรม และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายคือ เปลี่ยนวิธีการส่งมอบ (Deliver) โดยเราจะเปลี่ยนจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดี่ยว ไปเป็นการให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละคน ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่สะดวกและใช้งานง่าย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ทางการเงินที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง

เมื่อธนาคารพร้อมที่จะเปลี่ยนแล้ว เราจะต้องแนะนำและให้ความรู้ทางการเงินควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ลูกค้า “เปลี่ยน” ไปสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นต่อไป

ดังนั้น จึงมาสู่ขั้นตอนสำคัญในการสื่อสาร Brand Purpose ของเราออกไปหาลูกค้า และเชิญชวนให้ลูกค้าลุกขึ้นมา ‘เปลี่ยน’ ไปกับเรา โดยทีเอ็มบีธนชาตได้จัดทำงานโฆษณาชุดใหม่ ในชื่อ “เราเปลี่ยน... คุณเปลี่ยน” ที่มีเรื่องราวที่ตั้งใจทำให้ผู้คนได้ฉุกคิดถึงวิถีการใช้ชีวิต แนวทางการใช้เงินของตัวเองที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินเกินตัว เพื่อสร้างภาพชีวิตสวยหรู หรือการใช้จ่ายโดยไม่คำนึงถึงการเก็บออม และเมื่อมีวิกฤตเข้ามาทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลง หลายคนต้องตกงาน หรือไม่มีรายได้มาใช้หนี้ที่ก่อขึ้น ซึ่งมันถึงเวลาที่ผู้คนต้อง ‘เปลี่ยน’ เพื่อค่อยๆ คลี่คลายปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และค้นพบทางออก โดยมีทีเอ็มบีธนชาต อยู่เคียงข้างพร้อมให้คำแนะนำ และนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินที่เหมาะสม ช่วยให้ลูกค้าสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ เพื่อกลับมาใช้ชีวิต พร้อมเดินหน้าสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีต่อไปได้ในอนาคต

การเดินทางเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของธนาคารครั้งนี้ เป็นก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีขึ้น และภาพของ “ทีเอ็มบีธนชาต” ที่เปลี่ยนไป จะทำให้แบรนด์กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคได้หรือไม่ คือสิ่งที่ผู้บริโภคเป็นผู้ตอบ

“เป้าหมายเราเอง ต้องการให้ลูกค้าสัมผัสได้จริงๆ ว่าธนาคารสามารถทำให้ชีวิตทางการเงินของเขาดีขึ้น ถ้าลูกค้าสัมผัสได้ถึงประโยชน์จากเราจริงๆ ก็จะเกิดเป็น Brand Love นั่นคือการที่ลูกค้ามาเป็นปากเป็นเสียงแทนเรา ลูกค้าแนะนำเราด้วยเสียงของเขาเองให้คนอื่นฟังถึงประสบการณ์จริงที่ลูกค้าได้รับ ที่ลูกค้าสัมผัสได้มากขึ้นเรื่อยๆ และรักเรามากพอจนสามารถแนะนำบอกต่อคนอื่นได้อย่างเต็มปากเต็มคำ” กาญจนา กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายการเป็น Brand Love ในชื่อของ “ทีเอ็มบีธนชาต”

รับชมภาพยนตร์โฆษณา “เราเปลี่ยน คุณเปลี่ยน” คลิก https://youtu.be/ly69emFidtM

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.