4,416
VIEWS

รู้จัก 5 เทรนด์ AgTech เทคโนโลยีเชิงลึกที่จะมาพลิกโฉมเกษตรไทย

Sep 17, 2021 -None-

ประเทศไทยจัดว่ามีความได้เปรียบทางทรัพยากร เนื่องจากมีความหลากหลายของพืชพันธุ์ธรรมชาติมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่เชื่อไหมว่าศักยภาพดังกล่าวสามารถทำให้วงการเกษตรของไทยไปได้อีกไกลอีกหลายเท่าตัวเมื่อนำ Deep Tech หรือเทคโนโลยีเชิงลึกเข้ามาใช้  

Startup x Innovation Thailand Expo 2021 (SITE 2021) งานยิ่งใหญ่แห่งปีของ NIA ด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมจะพาเราไปทำความรู้จักกับ 5 เทรนด์ AgTech ที่นำเทคโนโลยีเชิงลึกมาช่วยพลิกโฉมวงการเกษตรไทย

มณฑา ไก่หิรัญ ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม NIA โดยศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร (Agro Business Creative Center: ABC Center) กล่าวว่า อุตสาหกรรมการเกษตรในระดับโลกมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรมากขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ปีหลังๆ มานี้สตาร์ทอัพหลายรายมีการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech และนำมาใช้จนกระทั่งสามารถพลิกโฉมให้กับธุรกิจการเกษตร

“เทคโนโลยีที่จะเรียกได้ว่าเป็น Deep Tech ได้นั้นจำเป็นต้องมีการทำงานวิจัยเชิงลึกที่มีความซับซ้อนผ่านการพัฒนามาอย่างยาวนานจนกลายเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร ลอกเลียนแบบได้ยาก และเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครอง ในด้านการเกษตรนั้นเราสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างหลากหลาย อาทิ เอไอ เทคโนโลยีชีวภาพ    โรโบติกส์ และบล็อกเชน เป็นต้น โดยสามารถนำมาพัฒนากระบวนการเกษตรได้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ”

และต่อไปนี้คือ 5 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงลึกของ AgTech ที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกอนาคต ประกอบด้วย

  1. Bio Technology เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงวิธีการทำเกษตร เช่น Bio Q สตาร์ทอัพสัญชาติแคนาดา ใช้เทคโนโลยีสำรวจสภาพดินว่าแต่ละช่วงนั้นเป็นอย่างไร ส่วนสตาร์ทอัพในเมืองไทยที่อดพูดถึงไม่ได้ก็คือ Ricult ที่คว้ารางวัล Startup of the Year ไปครองเมื่อปีที่แล้ว เป็นแพลตฟอร์มที่ให้เกิดการเกษตรแบบแม่นยำ เพราะเทคโนโลยีการนำภาพถ่ายดาวเทียมมาประมวลกับ Big Data เพื่อพยากรณ์ช่วงการเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม
  2. Microbiome Technology ไมโครไบโอมเป็นการศึกษาชีวนิเวศจุลชีพโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงวิเคราะห์ว่าจุลินทรีย์ตัวไหนที่มีประโยชน์สูงสุดสำหรับทำการเกษตร 
  3. Synthetic Biology อีกหนึ่งเทรนด์ที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมการเกษตรอย่างแน่นอน เป็นการใช้เทคโนโลยีสังเคราะห์สายพันธุ์ในระดับยีน ซึ่งแตกต่างจากการตัดต่อ หรือ GMO ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับกรณีของกัญชงกัญชาได้เป็นอย่างดี เพราะตลาดนี้มีมูลค่ารวม 3.1 ล้านล้านบาท หากใช้ Synthetic Biology สังเคราะห์ก็จะนำมาซึ่งสารสำคัญที่เอาไปใช้ทำอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้
  4. Genetic Modification การปรับปรุงเมล็ดพันธุ์เป็นอีกเทรนด์หนึ่งวงการการเกษตร ซึ่งมีความแตกต่างจากการดัดแปลงสายพันธุ์ เพราะนำ AI มาวิเคราะห์ปรับปรุงสายพันธุ์ รวมถึงนำทำนายสายพันธุ์นั้นๆ ในอนาคตด้วยว่าจะมีจุดดีจุดด้อยยังไงบ้าง
  5. Postharvest Technology เป็นเทคโนโลยีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและขนส่ง ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การส่งจัดส่งผักผลไม้สดและผลไม้ตัดแต่งไปต่างประเทศได้ไกลขึ้น โดยอาจใช้ข้อมูลมอนิเตอร์ระยะเวลาการจัดเก็บที่เหมาะสม ใช้หุ่นยนต์ในการเก็บเกี่ยวจนไปถึงการบรรจุ โดยไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายมายืดอายุ เช่น สตาร์ทอัพไทยอย่าง Eden AgriTech ใช้สารสกัดจากธรรมชาติมาใช้ในการยืดอายุผักผลไม้หรือผลไม้ตัดแต่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งจัดส่งไปในพื้นที่ที่ไกลขึ้น และสามารถเปลี่ยนการขนส่งมาเป็นทางเรือแทนการขนส่งทางอากาศ ช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้หลายสิบเท่าตัว

“จากตัวอย่าง Startup ทั้งไทยและต่างประเทศที่เรานำมาเป็นตัวอย่างจะเห็นว่าอนาคตของวงการเกษตรกำลังจะไปในทิศทาง Deep Tech ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน โดยเฉพาะปัจจุบันวงการเกษตรกำลังเจอกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรุ่นพ่อรุ่นแม่ ดังนั้นกลุ่มสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ที่นำเทคโนโลยีเชิงลึกมาใช้จะช่วยให้อุตสาหกรรมการเกษตรขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น”

ที่ผ่านมา NIA พยายามสร้าง Ecosystem ให้กับ AgTech Startup ในสามมิติ ได้แก่ Grooming ฝึกอบรมให้ความรู้ให้กับสตาร์ทอัพตั้งแต่ Early Stage โดยคิดค้นหลักสูตร AgTech 101 เส้นทางก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพด้านการเกษตร โดยมีสตาร์ทอัพรุ่นพี่เข้ามาเป็นวิทยากรให้ความรู้ หรือเชิญนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ทอัพ, Grant สนับสนุนด้านเงินทุนทั้งที่มาจาก NIA และเครือข่ายนักลงทุน และ Growth สนับสนุนให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตไปในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งจะเป็นตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพในอนาคต เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศและการทำเกษตรใกล้เคียงกับประเทศไทย

นอกจากนี้ NIA ยังได้ก่อตั้งโครงการ AgTech Connext” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรจากสตาร์ทอัพสู่กลุ่มเกษตรกร ด้วยการสร้างพื้นที่เรียนรู้และทดสอบการใช้งานร่วมกัน นับได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ทอัพและกลุ่มเกษตรกร เพื่อสร้างสังคมแห่งโอกาสและพร้อมก้าวไปสู่การสร้างสรรค์สังคมเกษตร ด้วยนวัตกรรมฯ นี้จะให้เกษตรกรจับคู่กับสตาร์ทอัพด้านการเกษตร แล้วเรียนรู้ ทดสอบ และใช้เครื่องมือของสตาร์ทอัพในการพัฒนาหรือต่อยอดธุรกิจของตัวเอง ถือเป็นการพัฒนาตลาดรูปแบบใหม่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายในการทำงาน และโครงการ AgTech AI Synergy for AgriFuture เพื่อพัฒนาศักยภาพที่ปรึกษาเทคโนโลยีด้านการสร้างสตาร์ทอัพที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาคการเกษตร หวังที่จะพลิกโฉมการเกษตรของเมืองไทย สร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆ เพื่อสังคมเกษตรด้วยนวัตกรรม

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.