4,121
VIEWS

อ่านเกม “บิ๊กซี” กับการปูทางสู่ค้าปลีกอาเซียน

Sep 16, 2021 R.Somboon

เป้าหมายสำคัญของการซื้อบิ๊กซีเข้ามาอยู่ในเครือของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี นั้น นอกจากการเป็นตัวเติมเต็มธุรกิจในเครือให้มีความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำแล้ว บิ๊กซี ยังถูกวางไว้ให้เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการก้าวออกไปทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน

ทำให้ตลอด 5 ปี บีเจซี เข้าไปซื้อบิ๊กซีต่อจากกลุ่มกาสิโน แผนการในเรื่องดังกล่าวถูกวางไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และมีรูปธรรมชัดเจนมากขึ้นจากการเดินหน้าขยายสาขาในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV ที่เป็นเป้า หมายสำคัญของบิ๊กซี

การรุกขยายสาขาออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น ยังคงรูปแบบเดียวกับการรุกขยายสาขาในประเทศ นั่นคือการใช้ฟอร์แมตสโตร์ที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละโลเกชั่นที่เข้าไปเปิดสาขา โดยจะเชื่อมโยงกับการเป็น Omni Channel ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ล่าสุดกับการเปิด “มินิบิ๊กซี สาขาตลาดเดโป” ร้านสะดวกซื้อสาขาแรกในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่ มร.แกรี่ ฮาร์ดี้ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ฝ่ายธุรกิจค้าปลีก บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท  บีเจซี ยืนยันว่า เป็นอีกการเปิดสาขาที่เข้าถึงโอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจ เพราะมีกำลังซื้อสูงจากการขยายตัวจากเศรษฐกิจ และการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว ในประเทศกัมพูชา ซึ่งบิ๊กซี วางแผนขยายอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยตั้งเป้าหมายหลักที่กรุงพนมเปญ เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางการค้ามีประชากรจำนวน 2 ล้านคน จากประชากร 15.2 ล้านคนในประเทศ ทั้งนี้ยังมีปัจจัยด้านวัฒนธรรมตลอดจนความคล้ายคลึงกันในรสนิยมระหว่างกัมพูชา การขยายสาขาในประเทศกัมพูชานี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสของสินค้าไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ของบิ๊กซี อาทิ บิ๊กซี แบรนด์, แฮปปี้ ไพร์ส และเบสิโค ที่นักท่องเที่ยวต่างชอบและนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก

 

ก่อนหน้านั้น บิ๊กซี มีการเปิดสาขาขนาดใหญ่ที่ปอยเปต กัมพูชา ใช้งบลงทุนราว 300 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 1.9 เฮกตาร์ โดยสาขานี้เป็นรูปแบบบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต มาตรฐาน พื้นที่ขนาดอาคารรวม 8,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น พื้นที่ขาย 3,000 ตารางเมตร และอีก 5,000 ตารางเมตร จัดสรรเป็นพื้นที่ให้เช่าและโรงภาพยนตร์ จำนวน 2 โรง

บิ๊กซี สาขาปอยเปต ถือเป็นการขยายสาขาที่สอดรับกับเป้าหมายการขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศที่ครั้งหนึ่งอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เคยออกมาให้ข่าวถึงแนวทางการขยายสาขาของบิ๊กซีว่า จะให้ความสำคัญในการเชื่อมต่อ (Connectivity) กับพื้นที่การค้าชายแดนเพื่อกระจายสินค้าและบริการสู่ภูมิภาคมากขึ้น โดยจะไม่โฟกัสการเข้าไปลงทุนเป็นประเทศหรือตลาดยุทธศาสตร์อีกต่อไป แต่จะมองภาพเป็นยุทธศาสตร์อาเซียนหนึ่งเดียว

บีเจซี มองเห็นโอกาสทางการตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่เป็นตลาดเกิดใหม่ นอกจากเวียดนามที่แม้สิทธิ์ในการใช้แบรนด์บิ๊กซีจะเป็นของกลุ่มเซ็นทรัล แต่ในเร็วๆ นี้ จะหมดสัญญาการใช้แบรนด์ ซึ่งบีเจซีจะดึง    แบรนด์บิ๊กซีกลับมาทำตลาดโดยมุ่งเน้นไปที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตและมินิบิ๊กซี โดยในตลาดเวียดนาม บีเจซี มีแบรนด์ค้าปลีกของตัวเองทั้ง เอ็มเอ็ม เมก้า มาร์เก็ต ซึ่งเป็นร้านค้าส่งขนาดใหญ่ รวมถึงร้านค้าส่งในรูปแบบของฟู้ด เซอร์วิส มีสาขารวมกัน 19 แห่ง และร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์บีสมาร์ทที่มีสาขาอยู่ 144 สาขา  

 

ขณะที่ในประเทศ สปป.ลาว บีเจซี มีร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่เดิมใช้ชื่อแบรนด์ เอ็มพ้อยท์ มาร์ท ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นบิ๊กซี อยู่ที่ 51 สาขาซึ่งเป็นสาขาที่บิ๊กซีให้ข้อมูลมาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตามแผนจะมีการขยายเพิ่มอีก 18 สาขาภายในปี 2564 นี้

การขยับตัวของบีเจซี เป็นอีกภาพที่สะท้อนการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ ต้องมุ่งมาที่ปลายน้ำอย่างร้านค้าปลีก จากในอดีตที่เริ่มจากต้นน้ำคือการผลิต มาสู่กลางน้ำที่เป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย ซึ่งการมุ่งมาที่ธุรกิจค้าปลีกนั้น เหตุผลสำคัญก็คือ การได้เรื่องของ “บิ๊กดาต้า” ที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของลูกค้าที่สามารถนำมาช่วยในเรื่องของการวางแผนทั้งด้านการผลิต และการขายสินค้าให้กับธุรกิจในเครือของบีเจซีได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า เป็นการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าโดยไม่ต้องเสียเวลาไปทำวิจัยให้ยุ่งยากและซับซ้อนอีกต่อไป

ร้านค้าปลีกจึงเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจในเครือกับผู้บริโภคที่ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นผู้บริโภคทั้งอาเซียนที่มีอยู่มากกว่า 500 ล้านคน จึงไม่แปลกที่เรื่องของค้าปลีกจะกลายเป็น Priority อันดับต้นๆ ของคุณเจริญ

 

ปัจจุบัน บีเจซี มีร้านค้าปลีกในเครือทุกฟอร์แมตอยู่ทั่วอาเซียนมากกว่า 1,500 สาขา โดยแต่ละแห่งที่เข้าไปจะมีธุรกิจในเครือของคุณเจริญรองรับอยู่ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจต้นน้ำในเรื่องของการผลิตที่ในมาเลเซียจะมีทั้งที่เป็นฐานผลิตสินค้าประเภทสแน็ค และขวดแก้วรองรับ หรือแม้แต่เวียดนามที่มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงธุรกิจจัดจำหน่ายที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเป็นอย่างดี

บีเจซี มีแผนที่จะรวมโลจิสติกส์ของบีเจซีกับค้าปลีกเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านกระจายสินค้า ซึ่งจะทำให้บีเจซีก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 3 ของธุรกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ เป็นอีก 1 แนวทางของการ Synergy ที่เข้ามาช่วยเพิ่มพลังในการก้าวขึ้นไปเป็นค้าปลีกระดับ Regional  ได้อย่างสมบูรณ์แบบ....

 

ห้างสรรพสินค้า

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.