เปิดตัว iPhone 13 Pro และ Pro Max ราคาเริ่มต้นที่ 999 และ 1099 ดอลลาร์

Sep 15, 2021 P.Patikom

Apple เปิดตัวสมาร์ทโฟน iPhone 13 Pro และ iPhone Pro Max พร้อมจอแสดงผลที่มีอัตรารีเฟรช (Refresh Rate) สูง 120Hz ProMotion ซึ่ง iPhone 13 ทั้ง 2 รุ่นใช้ชิป A15 Bionic ที่เร็วขึ้นมีกล้องใหม่ทั้งหมด 3 ตัวในราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Pro และ 1099 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Pro Max และทั้ง 2 รุ่นจะ เปิดรับจองในวันศุกร์นี้โดยจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 24 กันยายนนี้

iPhone 13 Pro และ Pro Max ใช้จอแสดงผลชนิด Super Retina XDR ที่รองรับอัตราการรีเฟรชที่หลากหลายระหว่าง 10Hz ถึง 120Hz และมีขนาดหน้าจอ 6.1 และ 6.7 นิ้วตามลำดับรอยบากบนจอเล็กกว่า iPhone รุ่นก่อนเล็กน้อยมีจำหน่ายใน 4 สีคือสีกราไฟท์ (Graphite), ทอง (Gold), เงิน (Silver) และสีใหม่สีฟ้าอ่อน (Light Blue)

Apple กล่าวว่าโทรศัพท์มีระบบกล้องใหม่ทั้งหมดมี 3 กล้องกล้องเลนส์ไวด์ (Wide) ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่าด้วยเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่าในขณะที่กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ (Ultrawide) มีการปรับปรุงด้วยการมีรูรับแสงที่กว้างกว่าส่วนกล้องเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto) สามารถซูมได้สูงสุด 3 เท่าซึ่งทำให้สามารถซูมออปติคอล (Optical Zoom) ได้ 6 เท่าในกล้องทั้ง 3 ตัวกล้องทั้ง 3 ตัวมีโหมดกลางคืนและมีโหมดมาโคร (Macro) ใหม่สำหรับการถ่ายภาพวัตถุในระยะใกล้เพียง 2 เซนติเมตรกล้องมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Sensor-shift Optical Image Stabilization ใน iPhone ใหม่ทั้ง 2 รุ่น

ในด้านซอฟต์แวร์ Apple ได้ประกาศฟีเจอร์ Photographic Styles ใหม่ซึ่งดูเหมือนว่าจะใช้งานได้เหมือนกับฟิลเตอร์กล้องแบบเดิมที่มีการเพิ่มขนาดของ Computational Photography ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพให้รูปที่ถ่ายออกมาดูดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมมากๆเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถถ่ายรูปด้วยกล้องสมาร์ทโฟนออกมาได้สวยมากขึ้นสำหรับในด้านวิดีโอมีฟีเจอร์ Cinematic Focus ที่พร้อมใช้งานใน iPhone 13 Pro และ Pro Max ในรุ่น iPhone 13 Pro สามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K / 30fps ใน ProRes, วิดีโอมีคุณภาพของภาพสูงขึ้นช่วยให้ผู้ตัดต่อวิดีโอควบคุมได้มากขึ้นเมื่อปรับแต่งฟุตเทจหลังจากที่ถ่ายวิดีโอแล้วแต่อย่างไรก็ตามสำหรับรุ่น Option พื้นที่เก็บข้อมูลพื้นฐาน 128GB การถ่ายวิดีโอจะอยู่ที่ 1080p / 30fps และ Apple กล่าวว่าการสนับสนุน ProRes จะพร้อมใช้งาน "ในการอัปเดต iOS 15 ในอนาคต"


iPhone 13 ทั้ง 2 รุ่นใช้ชิป A15 Bionic ใหม่ของ Apple ซึ่งให้ความเร็ว CPU และ GPU เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน Apple ยังกล่าวอีกว่าชิปควรจะเร็วขึ้นสำหรับงานที่เกี่ยวกับ Machine Learning

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ก็ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้นานขึ้นเช่นกันโดยแบตเตอรี่ของ iPhone 13 Pro ใช้งานได้ยาวนานกว่า iPhone 12 Pro 1.5 ชั่วโมงและแบตเตอรี่ iPhone 13 Pro Max ใช้งานได้ยาวนานกว่า iPhone 12 Pro Max 2.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลของ iPhone 13 Pro มีให้เลือกตั้งแต่ 128GB ถึง 1TB ซึ่งเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ Apple มีให้มากที่สุดเท่าที่เคยมีในโทรศัพท์ประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย 5G ยังได้รับการอัพเกรดด้วยการรองรับคลื่นความถี่มากขึ้น (More Bands) ซึ่ง Apple กล่าวว่าจะทำให้ครอบคลุมการใช้งาน 5G ได้ดีขึ้น

Cr : THE VERGE

Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.