สไมล์ ไมเกรน แอปพลิเคชัน นวัตกรรมที่ต้องร่วมกันสร้างเพื่อผู้ป่วยไมเกรน

Oct 11, 2021 -None-

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรนเรื้อรังมากกว่า 10 ล้านคน ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงวิธีการรักษาที่ดีมีประสิทธิภาพ เมื่อไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก็จะนำไปสู่อาการเจ็บป่วยอื่นๆ ตามมา เช่น โรคนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า และส่งผลให้เกิดอาการเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง หรือสโตรกได้อีก

โรคไมเกรนจึงนับว่าเป็นวายร้ายที่ส่งผลเสียทำให้คนไข้มีสุขภาพที่ไม่ดี มีภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการรักษาที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากอาการป่วยเรื้อรัง โดยการรักษาโรคไมเกรนให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งผู้ป่วยและแพทย์ในการติดตาม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน และการปรับยา จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรต้องมีเครื่องมือเพื่อช่วยในเรื่องของการรักษา

ตอบโจทย์ผู้ป่วยไมเกรนด้วยนวัตกรรม

Smile Migraine Application ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาผู้ป่วยไมเกรนโดยเฉพาะ มีการออกแบบให้ตัวแอปพลิเคชันสามารถบันทึก ติดตาม วิเคราะห์ อาการปวดหัวได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Artificial Intelligence และการให้คำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญไมเกรนเฉพาะทางในการช่วยในการรักษาโรคไมเกรนให้ดีขึ้น

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปวดศีรษะจากไมเกรน และผู้ก่อตั้ง บริษัท สไมล์ ไมเกรน จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่ได้จบการศึกษาจาก University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ ได้มองเห็น Pain Point ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคไมเกรนค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันการเข้าถึงการรักษาของคนไทยยังมีช่องว่างอยู่มาก และมีการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันแพทย์เฉพาะทางสำหรับโรคนี้ก็ยังมีอยู่น้อย

“ผมเคยขึ้นเวที TED TALK พูดเรื่องการรักษาโรคปวดหัวไมเกรน เพราะมีไอเดียที่จะทำให้คนไข้ที่ปวดหัวไมเกรน อาการดีขึ้น ซึ่งใน 5 ปีต่อมา เราเริ่มผลิตนวัตกรรมจากการได้ร่วมงาน Startup Thailand โดยมีการพัฒนา Digital Innovation ในรูปแบบของแพลตฟอร์มที่ชื่อ Smile Migraine Application ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันในมือถือ แต่เป็นตัวเชื่อมต่อของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ต่อมาก็ได้มีโอกาสขึ้นเวที Digital Health ในลักษณะของการสร้าง Ecosystem เป็นการนำไอเดียมาผันให้เป็น Innovation และนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีในที่สุด”

การปรับตัวออกจาก Comfort Zone เพื่อมาทำธุรกิจอาจต้องปรับตัวค่อนข้างมาก และมีเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึง ถึงอยู่ 2 เรื่อง คือ แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการออกจาก Comfort Zone ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงอยู่แล้ว รวมถึงเรื่อง ของรายได้ หรือผลประกอบการ เพื่อให้การทำธุรกิจมีความยั่งยืน ซึ่งการจะออกมาเพื่อช่วยเหลือคนในวงกว้างไม่สามารถ ทำคนเดียวใน Comfort Zone ได้ จึงต้องออกมาทำอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริง

Be Connected พลังของการเชื่อมต่อ

การทำงานของ Smile Migraine มี 2 รูปแบบ คือ การพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ในเรื่องการรักษาคนไข้ ไมเกรนให้ดีขึ้น และการสร้างเน็ตเวิร์ค หรือว่าชุมชนในรูปแบบของชุมชนออนไลน์ รวมถึงการสร้าง Professional Network สำหรับกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยไมเกรน เช่น  เภสัชกร  นักกายภาพบำบัด พยาบาล และแพทย์ที่ดูแลเรื่องนี้ เพื่อเป็น กลุ่มที่อัพเดทความรู้ซึ่งกันและกัน แล้วใช้ Smile Migraine Application เป็นตัวแมตชิ่ง เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดต่อ สื่อสารระหว่างคนไข้และแพทย์ รวมถึงทำให้คนไข้ได้เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง

“เราทำเรื่องของการสื่อสารผ่านคอนเซ็ปต์ Be Connected เพราะเชื่อในพลังของการสร้างร่วมกัน เราคอนเน็กคนไข้ไมเกรนให้รู้จักโรคไมเกรนว่า เป็นโรคที่อยู่ในตัวของเราอยู่แล้วจึงต้องอยู่กับมันและจัดการมันให้ได้ เรายังคอนเน็กคนไข้ไมเกรนเข้าด้วยกันโดยการสร้างเป็นชุมชนบน Facebook และ Migraine Club เพื่อให้เกิดการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ปัจจุบันมีจำนวนถึงกว่า 1 แสนรายแล้ว นอกจากนี้ เรายังเชื่อมโยงในฝั่งของแพทย์และเภสัชกรโดยทำเป็น Smile Migraine Professional Network และมีไลฟ์ทุกบ่ายวันเสาร์ เป็นการสร้างเครือข่ายร่วมกัน”

ผศ.นพ.สุรัตน์ กล่าวเสริมว่า อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญคือเรื่องของ Share Your Pain เพราะสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจคุณต้องรู้ Pain Point ของคนที่เราต้องการจะเซอร์วิสว่าคืออะไร เราพยายามที่จะบอกว่า เราเข้าใจคนที่เป็นไมเกรน เพราะไมเกรนเป็นโรคที่คนรอบข้างไม่เข้าใจ ไม่สามารถรักษาให้หายได้เพียงแค่การหยุดเครียด หรือไปดูหนังเพื่อคลายเครียด เพราะแสงก็เป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน

“แง่ของการทำธุรกิจ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราต้องปรับรูปแบบธุรกิจให้สามารถล็อกไปกับ Pain Point ของคนไข้ได้ ที่ผ่านมาเราอาจล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ แต่ถ้าเราสำเร็จสัก 1 - 2 อย่าง หลังจากที่ล้มเหลวมา 10 อย่าง แต่เมื่อสำเร็จแล้วก็ยังขยายต่อได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือต้องหา Pain Point ของคนไข้ให้เจอ Don't Love Your Product, Love Your Customer”

WE-NOVATION ร่วมกันสร้างนวัตกรรม

ผศ.นพ.สุรัตน์ ยังมองว่า การสร้างทีมงานเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะทุกคนมีความสามารถในแบบของตัวเองและเป็นฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ ทางบริษัทจึงพยายามสร้าง Smile Culture เพราะอยากให้คนที่มาใช้บริการยิ้มได้ และหายจากอาการปวดไมเกรน ดังนั้นทีมงานต้องยิ้มได้ก่อน โดยมีแกนหลักใน 3 เรื่อง คือ 1) ทุกคนในทีมต้องมีความสุข และสามารถส่งผ่านความสุขไปสู่ลูกค้าหรือคนไข้ได้ 2) Energetic ทุกคนต้องเปี่ยมล้นด้วยพลัง มีไอเดียใหม่ๆ ตลอดเวลา 3) Autonomous มีความคิดสดใหม่เสมอและเป็นนายของตัวเอง และ 4) อยากให้ทุกคน Smile และเติบโตไปพร้อมกันได้ 

“ทีมของเรามีความเชื่อว่า You Can Invent Alone, But You Can’t Innovate Alone” คุณสร้างบางอย่างคนเดียวได้ แต่คุณไม่สามารถสร้าง Innovation คนเดียวได้ เราจึงเลือกใช้คำว่า WE-NOVATION เพราะนวัตกรรมสามารถสร้างร่วมกันได้ และการจะผลักดันพลังบางอย่างในการทำธุรกิจ เราไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องมีการทำงานร่วมกันกับ Stakeholder และที่สำคัญคือต้องมีความใส่ใจให้กับคนเหล่านั้นด้วย”

ในแง่ของ Revenue Model เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับองค์กร มีอยู่ 3 รูปแบบ คือ

1) Subscription ของตัวแอปพลิเคชันที่ทำออกมาในรูปแบบของ Migraine Management Software ซึ่งระบบจะมีการประเมินอาการของคนไข้เพื่อวางแผนการรักษา มีทั้งแบบ 1 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ก่อนหน้านี้เป็นการเปิดให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันมีการทำแคมเปญพิเศษ และมีการวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ที่ดูแลประจำทำให้ ในบางฟีเจอร์จะมีค่าบริการแบบรายเดือน

2) การสร้างโปรดักต์ใน Ecosystem เช่น แว่นตากันแสงรบกวนและวิตามิน โดยจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์และร้านขายยา รวมถึงหมอนสำหรับโรคไมเกรน ครีมนวด และการทำวิจัยขิงเพื่อแก้ปวดไมเกรน เป็นต้น

3) B2B เป็นความร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือกันในเรื่องต่างๆ กับทางบริษัทยา ที่จะนำไปสู่การต่อยอดมากขึ้น 

“เรื่องของไมเกรนเป็น Niche Market ที่มีตลาดขนาดใหญ่ มี Pain Point ที่เกิดขึ้นจริง และมี Need ซึ่งการจะขยายตลาดไปทำเกี่ยวกับโรคอื่นๆ ได้นั้น ก็ต้องเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับไมเกรน เช่น โรคซึมเศร้า ออฟฟิศซินโดรม นอนไม่หลับ โรคความเครียด และพัฒนาไปถึงเรื่องของ Telemedicine ที่จะทำให้ตลาดตรงนี้กลายเป็นบลูโอเชี่ยนที่มีขนาดใหญ่มากและช่วยคนได้อีกด้วย” ผศ.นพ. สุรัตน์ กล่าว

แอพพลิเคชั่น

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.