3,152
VIEWS

NIA ต่อยอดภารกิจนำนวัตกรรมยกระดับทางเศรษฐกิจ ปั้น “นิลมังกร” แสดงศักยภาพนวัตกรรมทุกภูมิภาค

Oct 06, 2021 -None-

ในฐานะที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมหรือ อว. มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือบริการ อันจะนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ

แต่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเมืองนวัตกรรมโดยสมบูรณ์ได้นั้น NIA ทราบดีว่าจำเป็นต้องกระจายโอกาสทางนวัตกรรมไปยังภูมิภาคด้วย เพราะรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่กระจุกตัวอยู่เฉพาะเมืองหลวง ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศอีกต่อไป ทั้งยังส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทั้งด้านองค์ความรู้ และแหล่งเงินทุน ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของประเทศไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในกิจกรรมหรือเครือข่ายที่จะคิดค้นนวัตกรรมให้สำเร็จได้

นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ “สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย” ประจำปี 2564 รอบภูมิภาค (Thailand INNO BIZ Champion 2021 Regional Round) ภายใต้ นิลมังกรแคมเปญ” ที่ NIA ตั้งใจที่จะทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการในภูมิภาคให้สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านนวัตกรรมได้ และปั้นนิลมังกรให้เป็นตัวแทนยูนิคอร์นของเมืองไทยในแต่ละภูมิภาค

นิลมังกรโมเดล

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ​สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่าปัญหาการรวมศูนย์ด้านโครงสร้างอยู่เฉพาะในเมืองหลวง ทำให้ไม่เกิดการกระจายของระบบที่สนับสนุนกิจกรรมนวัตกรรมในท้องถิ่น ทั้งๆ ที่ Regional Innovation System หรือระบบนวัตกรรมภูมิภาคเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ NIA จึงมีไอเดียการขับเคลื่อนศูนย์กลางของนวัตกรรมในพื้นที่ภูมิภาค (Innovation Hub) ด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสร้างให้เกิดย่านนวัตกรรมในพื้นที่ (Innovation District) ที่เอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันกับพื้นที่ชุมชนในแบบเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นการสร้างศักยภาพและการเข้าถึงโอกาสต่างๆ ให้แก่พื้นที่ภูมิภาคนั้นๆ

เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบนวัตกรรมภูมิภาค NIA จึงเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจเริ่มต้น และกิจการเพื่อสังคม ได้แก่ SMEs / Startup / Social Enterprise ในภูมิภาคต่างๆ เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียมทั้งด้านองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และเครือข่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ภูมิภาคผ่านโครงการ “นิลมังกร” ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านนวัตกรรมในภูมิภาค

“กรอบแนวคิดที่ทำให้เกิดโครงการนิลมังกรเริ่มต้นจากประเด็นความท้าทายที่เกิดจากการกระจุกตัวของการทำนวัตกรรมในเมืองใหญ่ ที่ไม่กระจายไปสู่ภูมิภาค และการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมที่ยากในการเข้าถึง ดังนั้น เพื่อขยายผลธุรกิจนวัตกรรมให้เติบโตและเป็นที่รู้จักผ่านเครื่องมือของ NIA จึงเกิดเป็นโครงการดังกล่าว ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการนี้เราหวังว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของนวัตกร และจะทำให้เกิดย่านนวัตกรรมใหม่ในภูมิภาคต่างๆ ขึ้นในประเทศ ต่อยอดไปในระดับนานาชาติ รวมถึงดึงดูดหรือหยุดการไหลออกของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้ทำงานที่บ้านเกิด กลายเป็นระบบนิเวศที่เอื้อต่อการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน เศรษฐกิจท้องถิ่นถูกยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วขีดความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จะส่งผลต่อจีดีพีประเทศไทย กระทั่งพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่”

ที่ผ่านมาแม้ NIA มีโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการในด้านนวัตกรรมมากมาย แต่นิลมังกรแคมเปญมีความแตกต่างจากโครงการอื่นๆ โดยนอกจากจะเป็นหนึ่งในโครงการที่มีขนาดใหญ่ของ NIA แล้วยังเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการกลุ่ม 3S ทุกภูมิภาคเข้าร่วมโครงการโดยเท่าเทียมกัน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องนำอัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่นของตนเองมาสร้างนวัตกรรมให้กับสินค้าและบริการ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของโครงการนี้ว่า  NIA  มีความตั้งใจที่จะสร้างทรายเม็ดใหม่ขึ้นมาในภูมิภาค  และถือเป็นเรื่องน่ายินดีว่ามีผู้ประกอบการท้องถิ่นสนใจเข้ามาสมัครกว่า 300 คน  ซึ่งตัวเลขที่เกินเป้าหมายที่วางไว้ครั้งนี้ มาจากการที่  NIA  ทำโครงการลงลึกเข้าไปในภูมิภาคตลอด  3-4  ปีที่ผ่านมา  ประกอบกับสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร  ได้แก่  หอการค้าและหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ในการช่วยประชาสัมพันธ์ประกาศรับสมัครผู้ที่สนใจในการเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ NIA ได้จับมือเป็นพันธมิตรภาคการศึกษาที่ช่วยเชื่อมโยงการทำงานภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกันกับอุทยานวิทยาศาสตร์ 14 แห่งในประเทศ โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นฮับ (Hub) หลักในภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในภาคใต้และศูนย์แบรนด์เคยู คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในภาคกลาง ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาค โดยเปิดรับสมัครและทำการคัดเลือกผู้ประกอบการที่ผ่านเข้ารอบภาคละ 30 ทีม รวม 120 บริษัท เข้าสู่แคมป์การฝึกอบรมให้ความรู้ทางด้านการบริหารโมเดลธุรกิจ การตลาดและการสร้างแบรนด์ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเติบโตหรือสเกลอัพได้อย่างน้อย 3 เท่า ภายใน 7-8 เดือน จากนั้นจึงเข้าสู่รอบพิชชิ่งเพื่อคัดเลือกให้เหลือภาคละ 5 ทีม รวม 20 บริษัท

“เราคาดว่าทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างน้อย 3 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่ายอดขายรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 630 ล้านบาท นั่นหมายถึง ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ จากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ลดจำนวนแรงงานย้ายถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเกิดการกระจายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ยกระดับความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น”

ท้ายที่สุด NIA เชื่อมั่นว่าจะยกระดับนวัตกรรมในภูมิภาค สร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างเหมือน Ripple Effect ซึ่งเราเชื่อว่าตอนนี้กำลังอยู่ในวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยมีโครงการนิลมังกรเป็นเบื้องหลังสำคัญ

เบื้องหลังผู้ขอดเกล็ดนิลมังกร

แน่นอนว่าการวางพื้นฐานทางด้านนวัตกรรมต้องได้รับการบ่มเพาะตั้งแต่ในระดับเมล็ดพันธุ์ สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยจึงมีหน้าที่เป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้ใหม่ ไม่เฉพาะแค่นักศึกษา และยังกระตุ้นผู้ประกอบการท้องถิ่นพัฒนานวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศ

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการปรับโครงสร้างหลักสูตร การเรียนการสอน รวมถึงสนับสนุนทางด้านทุนการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรที่จะเป็นกำลังให้กับประเทศในอนาคต ทั้งนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นในคณะวิทยาศาสตร์ หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์เพียงอย่างเดียวแต่ยังปรับหลักสูตรที่ส่งเสริมแนวคิดนวัตกรรมในคณะต่างๆ ด้วยรู้ดีว่านวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่ในเทคโนโลยีเท่านั้น หากยังอยู่ในศิลปวัฒนธรรม ภาษา และสังคมด้วย ส่งผลให้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีการก่อตั้งศาสตร์แห่งแผ่นดินเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน วิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ และพัฒนาหลักสูตรแห่งแผ่นดินเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันเป็นหลักสูตรบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ผ่านการเรียนการสอนในลักษณะ Project and Innovation Based learning เอื้อให้นักศึกษาผลิตชิ้นงานนวัตกรรมออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ดี เรื่องนวัตกรรมไม่สามารถสร้างให้สำเร็จโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ดังนั้นทุกๆ ฝ่ายทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคการศึกษาจำเป็นต้องร่วมมือกันเป็นเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงอย่างเช่นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ที่จับมือกันอย่างเหนียวแน่น

ศูนย์แบรนด์เคยู  (BrandKU)  คณะบริหารธุรกิจ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ในฐานะสถาบันที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างและบริหารแบรนด์จึงได้มีการจับมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะ  ผู้ประกอบการเสริมสร้างองค์ความรู้การสร้างแบรนด์เสมือนการติดอาวุธให้สินค้าหรือบริการอีกทางหนึ่ง

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ผู้ประกอบการ รวมถึงคนในสังคมเห็นภาพชัดว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี ทว่าคือสิ่งใหม่ที่นำมาสร้างคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการได้ ท้ายที่สุดแล้วโครงการนิลมังกรจะสอนให้ผู้ประกอบการรู้ว่า แค่คุณกล้าที่จะออกนอกกรอบที่มีอยู่ คุณก็จะมีสินค้านวัตกรรมได้ แต่นวัตกรรมนั้นก็จะต้องเดินคู่ไปกับชื่อเสียงของแบรนด์ที่สร้างความไว้ใจให้กับผู้บริโภค เพื่อรักษาให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยาวนาน” ผศ.ดร.ศิริรัตน์ โกศการิกา อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาดและผู้อำนวยการศูนย์แบรนด์เคยู (BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สำหรับสถาบันการศึกษาอีก 3 ภาคที่เหลือจะมีบทบาทในแง่ของการแม่ข่ายหรือฮับพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการโดยตรง รวมทั้งเป็นศูนย์บ่มเพาะให้กับนวัตกรที่เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่น 

ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงบทบาทของสถาบันว่า มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยพัฒนาร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างธุรกิจ  Tech Startups  บนพื้นฐานของการบูรณาการทรัพยากรของมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังมีพันธกิจในการเป็นแม่ข่ายดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนาธุรกิจด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านการให้บริการนวัตกรรมครบวงจรแบบ Total Innovation Solutions โดยทำงานผ่าน Quadruple Helix Model ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาครัฐบาลและภาคชุมชน ในการพัฒนาธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนทั้งผู้ประกอบการใหม่ และผู้ประกอบการเดิมแบบครบวงจร รวมไปถึงสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ามารองรับเทรนด์ในอนาคตอย่างสตาร์ทอัพ ซึ่งที่นี่จะมีศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อให้สตาร์ทอัพแจ้งเกิดด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด เพราะเราจะซัพพอร์ตเขาด้วยการเติมเต็ม Innovation Ecosystem ทั้ง Co-working Space ให้บริการห้องปฏิบัติการหลากหลายรูปแบบ พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการนำธุรกิจออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์”

“ภาคเหนือมีศักยภาพในเรื่องมีความหลากหลายทางชีวภาพ  ดังจะเห็นได้จากผู้ประกอบการที่เข้าประกวดในโครงการนิลมังกรมีความหลากหลายของประเภทธุรกิจ  เพราะโดยธรรมชาติของคนที่นี่มีความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งดึงดูดทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ทั้งคนพื้นเมือง ชาวเขา จนไปถึงกลุ่ม Expat ที่นิยมเข้ามาพักอาศัย เอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เมื่อมาผนวกโครงการนิลมังกรที่สนับสนุนโดย NIA ผมคิดว่านอกจากความรู้ที่ได้รับในเรื่องการสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โครงการนี้ยังช่วยสร้างแบรนด์ให้กับผู้ประกอบการได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย”

ทางด้าน ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล ผู้อำนวยการเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวถึงเทคโนธานีเป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เรามีบทบาทของการเป็นหน่วยงานเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และประชาชน เราจึงทำหน้าที่หลากหลาย ซึ่งภารกิจหลักคือการเป็น Service Provider แบบ One Stop Service

สำหรับผู้ประกอบการนั้น เราใช้แพลตฟอร์มสนับสนุนใน 3 ลักษณะ กล่าวคือ ในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ เราจะสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์มของอุทยานวิทยาศาสตร์เพื่อต่อยอดให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจไปได้ไกลมากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กเราจะใช้แพลตฟอร์ม  NIA Open Innovation  เพื่อบ่มเพาะให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมสินค้าหรือบริการ และมีแพลตฟอร์ม  AgTech AI  สำหรับบ่มเพาะสนับสนุนผู้ประกอบการในการทำสมาร์ทฟาร์ม ในฐานะที่เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นหนึ่งในแม่ข่ายการผลักดันนวัตกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ล่าสุดเราจึงมีแผนการทำงานด้วยการก่อสร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทดลองผลิตสินค้านวัตกรรมในรูปแบบการผลิตแบบขั้นต่ำสำหรับทดสอบตลาด  โดยเริ่มจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มก่อน  นอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังลดความเสี่ยงให้กับ  ผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เรามีแผนที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่เดินหน้าทำการตลาดดิจิทัลมากขึ้น โดยจะนำข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยวิเคราะห์ประมวลผล

ในขณะที่ภารกิจหลักของอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือการเดินหน้าในการสร้าง พัฒนา และเชื่อมโยงให้มีการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในทุกแพลตฟอร์ม โดย ผศ.คำรณ พิทักษ์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่าเกิดจากการที่สถาบันวิจัยขึ้นมาเองเพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิจัยหรือร่วมวิจัยกับผู้ประกอบการ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็พบว่านวัตกรรมไม่ได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะติดกับดักในเรื่อง Innovation Mindset

ดังนั้นอีกภารกิจของมหาวิทยาลัยก็คือการสร้างหรือพัฒนากำลังพลทั้งในมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้มีความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของนวัตกรรม ไม่เว้นแม้กระทั่งคนในชุมชนที่ผลิตสินค้าจำหน่ายก็เข้าไปส่งเสริมให้กลุ่มดังกล่าวให้หันมาเพิ่มมูลค่าสินค้าโดยใช้นวัตกรรม

“เราใช้กลไกการทำงานแบบ  Insight Out  และ  Outsight In  เพื่อสนับสนุนให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรม และนำนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  โดยมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อพัฒนาผลวิจัยตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์ หรือสนับสนุนเครื่องมือในการวิจัยเพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวกลางในการนำ  ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยผู้ประกอบการภาคเอกชนทำการวิจัย ยิ่งในยามที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เราก็ต้อง Reskill / Upskill ให้กับคนในมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการเพื่อปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัลด้วย”

 

เปิดตัว 20 นิลมังกร ยูนิคอร์นเมืองไทย

รางวัลชนะเลิศภาคกลาง

บริษัท แซดเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

Drydye นวัตกรรมย้อมผ้ารักษ์โลก

Drydye เป็นกระบวนการย้อมสีผ้าที่ไม่ใช้น้ำ แต่จะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 มาย้อมแทนน้ำ ทำให้สามารถประหยัดน้ำในการย้อมผ้าได้ถึง 25 ลิตร ต่อเสื้อ 1 ตัว ซึ่งการใช้ก๊าซ CO2 ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีถังเก็บกักก๊าซไม่ให้ปล่อยเป็นของเสียออกสู่ในชั้นบรรยากาศ และยังสามารถนำก๊าซ CO2 กลับมาย้อมซ้ำได้ เพราะมีถังสำหรับเก็บกักก๊าซ เมื่อต้องการใช้งานจะใช้แรงดันสูงมาเปลี่ยนก๊าซ CO2 ให้อยู่ในรูปแบบ Supercritical Fluid หลังจากใช้งานเสร็จก็จะกลายเป็นสถานะก๊าซเช่นเดิม นอกจากก๊าซ CO2 ที่สามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้แล้ว ผงสี Pure Dyes ก็ยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก นอกจากนี้ผ้าที่ผ่านการย้อมสีด้วยก๊าซ CO2 จะใช้พลังงานลดลงถึง 50% เนื่องจากไม่ใช้น้ำ ทำให้ประหยัดพลังงานในขั้นตอนการซัก การล้าง การอบแห้งผ้า และการบำบัดน้ำ เมื่อเทียบกับการย้อมสีแบบดั้งเดิมจะใช้น้ำ 15,000 - 45,000 ลิตรต่อสิ่งทอ 300 กก. แต่ Drydye ไม่ใช้น้ำ จึงไม่มีน้ำเสีย นั่นหมายถึง ไม่มีการทำลายสภาพแวดล้อม ในแม่น้ำและลำธารอย่างแน่นอน รวมถึงการปล่อย CO2 ก็จะลดลง 50-75% เพราะการย้อมสีทั่วไปจะปล่อย CO2 ออกมา 517 กก.  ในขณะที่ Drydye จะมีการปล่อย CO2 เพียง 137 กก. และ 90% ที่ปล่อยออกมสามารถนำไปรีไซเคิลได้

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคกลาง

บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด

“Hide & Seek” ทรายแมวจากมันสำปะหลัง

ทรายแมวจากมันสำปะหลัง Hide & Seek เป็นการนำเอามันสำปะหลังมาผ่านการให้ความร้อนและความดันที่เหมาะสม ทำให้เกิดกระบวนการ  Pre-gelatinization  กับโมเลกุลของแป้ง ช่วยปรับปรุงสมบัติเชิงโมเลกุลของสตาร์ชในมันสำปะหลังจนได้ทรายแมวเม็ดเล็กละเอียด ดูดซับของเหลวและกลิ่นได้ดีขึ้น ช่วยเก็บกลิ่นปัสสาวะของแมวได้ดีกว่าทรายแมวทั่วไปตามท้องตลาด ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สามารถจับตัวเป็นก้อนหลังจากแมวใช้งานเสร็จ ทำให้สะดวกในการเก็บและสามารถนำไปทิ้งในชักโครกได้ เพราะมันสำปะหลังมีคุณสมบัติที่สามารถละลายแตกตัวในน้ำได้เร็วและสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ  ที่สำคัญยังปลอดภัยกับแมวและ  ผู้เลี้ยงอีกด้วย เพราะหากแมวเผลอกินเข้าไปก็ไม่เป็นอันตราย เพราะทำจากมันสำปะหลัง 100%

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ภาคกลาง

บริษัท บีเอ็มเค ซีซีทีวี จำกัด

บีเอ็มเค ซีซีทีวี ช่วยลดอาชญากรรมด้วยตู้แดงอัจฉริยะ

ตู้แดงอัจฉริยะ 24 Hi-Care Center เป็นระบบรักษาความปลอดภัย ผู้ที่ติดตั้งระบบจะได้รับการเฝ้าระวังจากเจ้าหน้าที่ตํารวจแบบตลอด 24 ชั่วโมง โดยตัวระบบประกอบด้วยกล้องวงจรปิดระบบ “AI” ทําการตรวจจับวิเคราะห์ใบหน้า ป้ายทะเบียนยานพาหนะ หากตรงกับฐานข้อมูลอาชญากรของตํารวจ 191 ระบบจะแจ้งเตือนไปที่ศูนย์ควบคุมและผู้ใช้งานระบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีการบุกรุกพื้นที่ และตรวจพบว่าข้อมูลมีความตรงกันกับฐานข้อมูลอาชญากร ผู้ที่ใช้งานระบบสามารถกดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินไปยังศูนย์ควบคุม และแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ในทันที โดยเป็นการนำเทคโนโลยีหลายๆ อย่างมาประยุกต์ใช้งานร่วมกัน เช่น ระบบกล้อง ระบบส่งสัญญาณแจ้งเตือนการขอความช่วยเหลือ พร้อมจัดทำเป็นเซ็นเตอร์ขึ้นมา และเป็นระบบเฝ้าระวังที่สามารถดูภาพออนไลน์ผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคกลาง

บริษัท เอ็น.ที.อินเตอร์บิสซิเนส จำกัด

ฮารุนะผงผักที่เกิดจากความรักของแม่

ฮารุนะ เป็นผงผักที่ได้จากวัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ เม็ดแปะก๊วย ผักโขม ข้าวโพด และข้าวกล้อง มาผ่านกระบวนการอบด้วยแรงดันไอน้ำที่ความร้อนสูง เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างภายในโมเลกุลของเม็ดแป้งในวัตถุดิบ และเกิดการคืนตัวของผลึกแป้ง จนทำให้เกิดผลึกใหม่เป็นแป้งทนการย่อย ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษ คือจะไม่ถูกย่อยและดูดซึมในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่จะสามารถผ่านเข้าไปจนถึงบริเวณลำไส้ใหญ่ เพื่อเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์หรือ Prebiotics สำหรับกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดที่มีประโยชน์บริเวณลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นในระยะยาว และแก้ปัญหาโรคท้องผูกในเด็กได้ เนื่องจากฮารุนะเป็นผลิตภัณฑ์ธัญพืชผสมผงผักธรรมชาติ ที่นอกจากจะมีไฟเบอร์ตามธรรมชาติแล้ว เมื่อผ่านเทคนิคพิเศษที่ทำให้แป้งในวัตถุดิบเปลี่ยนเป็นแป้งทนต่อการย่อย (Resistant Starch) ซึ่งจะไม่ถูกดูดซึมในลำไส้เล็ก แต่จะถูกหมักเป็น Prebiotics และนำไปใช้โดยจากจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะการปรับสมดุลกรด-ด่าง และเพิ่มปริมาณของเหลว ทำให้ลำไส้ใหญ่แข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้น

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคกลาง

บริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด

Local Alike แพลตฟอร์มท่องเที่ยวชุมชนที่ยั่งยืน

ความตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อชุมชน Local Alike จึงเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์มาบริหารจัดการข้อมูล โดยมีการพัฒนาธุรกิจให้กับชุมชน โดยเข้าไปจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับชุมชนต่างๆ เพื่อสร้างทริปท่องเที่ยวที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของหมู่บ้านออกมาให้ได้มากที่สุด พร้อมกันนั้นก็มีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยเริ่มจากการร่วมกันสำรวจเส้นทาง ออกแบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่มอบความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว และปรับโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน แต่ใส่อัตลักษณ์เข้าไปให้แตกต่างจากโรงแรม เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งออกแบบโดยทีมสถาปนิกของเรา ทำให้มาตรฐานเหมือนโรงแรม ในขณะที่เมนูอาหารก็จะมีทีม Food Stylist และเชฟที่เข้าไปทำงานกับชุมชนสอนวิธีจัดอาหารให้ดูน่ารับประทาน ทั้งยังสร้างมูลค่าผ่านอาหารด้วยการทำให้แต่ละเมนูมีสตอรี่ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ชุมชนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนได้แบบยั่งยืน

รางวัลชนะเลิศ ภาคเหนือ

บริษัท พันธนันท์ คอนซัลติ้ง จำกัด

น้ำพริกส็อก น้ำพริกท้องถิ่น ต่อยอดสู่เมนูระดับโลก

หนึ่งในผลิตภัณฑ์นวัตกรรรมด้านความอร่อยที่สร้างความโดดเด่นด้วยการต่อยอดเมนูท้องถิ่นจากภูมิปัญญาไทย  “น้ำพริกส็อก By Chef May”  เกิดจากความตั้งใจที่จะสืบสานวัฒนธรรมด้านอาหารของภาคเหนือให้ไปได้ไกลเหมือนโคชูจัง นัตโตะ หรือมิตโซะ ของเกาหลีและญี่ปุ่น ด้วยการนำน้ำพริกส็อกมาต่อยอดไปสู่การเป็นน้ำพริกในรูปแบบซอส หรือเป็นเบสของอาหารอื่นๆ แต่เมื่อนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาช่วยทำให้การทำน้ำพริกสะดวกมากขึ้น และลดปัญหาการบูดเสียง่าย ทั้งนี้ น้ำพริกส็อก ผลิตจากมะเขือเทศที่ผ่านการย่างด้วยความร้อนสูงในระยะเวลาสั้นๆ นำเทคนิคการให้ความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรดมาใช้เพื่อให้มะเขือเทศสุกเท่ากันทั้งลูกโดยผิวไม่ไหม้เกรียมเหมือนการย่างด้วยเตาถ่าน ที่สำคัญไม่เกิดเขม่าจากการย่าง ซึ่งการย่างด้วยระบบอินฟราเรดยังทำให้มะเขือเทศสุกเร็วขึ้น ไม่สูญเสียน้ำในลูกมะเขือเทศจึงได้ทั้งเนื้อและน้ำหนัก และช่วยให้น้ำพริกมีรสชาติเข้มข้นมากขึ้น

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคเหนือ

บริษัท สไมล์ ไมเกรน จำกัด

สไมล์ ไมเกรน ช่วยผู้ป่วยไมเกรนด้วยแอปพลิเคชัน

Smile Migraine เป็นแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นเพื่อคนไข้ไมเกรนโดยเฉพาะ สามารถบันทึก ติดตาม วิเคราะห์อาการปวดศีรษะได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Artificial Intelligence และการให้คำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญไมเกรนเฉพาะทางในการช่วยในการรักษาโรคไมเกรนให้ดีขึ้น โดยมีการรักษาใน 4 ขั้นตอน คือ Record บันทึกระดับอาการปวดศีรษะไมเกรน Tracking ติดตามอาการปวดศีรษะ ยาที่รับประทาน สิ่งกระตุ้น และพฤติกรรม  Report  รายงานข้อมูลจำนวนวันที่มีอาการปวดศีรษะ และยาที่รับประทานใน รูปแบบที่เข้าใจง่าย และ Consultation สามารถปรึกษาและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไมเกรน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ภาคเหนือ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เคเอช เอดิชั่นส์ กรุ๊ป

KH EDITIONS สร้างจุดขายด้วยวัฒนธรรม และความร่วมสมัย

KH EDITIONS แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด Creative Streetwear ด้วยโครงสร้างการออกแบบตามแนวคิด “ผสานเก่า-เล่าใหม่” จากการหลอมรวมต้นทุนทางวัตถุดิบ วัฒนธรรมของชุมชน และช่างฝีมือทางภาคเหนือ มาผสมผสานนวัตกรรมการพัฒนาเส้นใยผ้าทอแทรกวัสดุ ประกอบด้วย 2 วัตถุดิบหลัก คือ เส้นธรรมชาติที่ปลูกแบบไร้สารเคมี  และเส้นใยสังเคราะห์ที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเพราะไม่ได้มาตรฐาน นํามาทําความสะอาด คัดแยกประเภท ขนาด สี  และพื้นผิว สําหรับนํากลับมาใช้งานใหม่ รวมถึงเทคนิคการตัดเย็บที่ใช้ประโยชน์ได้สูงสุดโดยไม่ก่อให้เกิดขยะ เพื่อนําเสนอในรูปแบบของเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นถิ่นนั้นๆ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคเหนือ

บริษัท เดย์เวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด

Daywork สร้างแพลตฟอร์มหางานพาร์ทไทม์แบบมืออาชีพ

Daywork Platform เป็น Mobile Platform ตอบโจทย์นักเรียน นักศึกษา รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการทำงานพาร์ทไทม์ ให้สามารถหางานได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น การันตีการได้งานสูงถึง 82% โดยสามารถหางานผ่านแพลตฟอร์มได้ด้วยการสร้างประวัติเพียงไม่กี่นาที และเลือกจัดตารางงานได้เองแบบไม่มีข้อผูกมัด หรือเลือกทำเฉพาะช่วงเวลาที่ว่างโดยไม่กระทบต่อการเรียน หรืองานประจำ โดยทำรายการง่ายๆ ผ่าน Application Daywork แถมยังมีระบบ HRtech Online Platform ที่ช่วยเติมเต็มคนทำงานชั่วคราวด้วยกลุ่มนักศึกษาคุณภาพที่พร้อมทำงานมากกว่า 70,000 คน ซึ่งเป็นบริการจัดหาคนทำงาน/พนักงาน พาร์ทไทม์ให้กับบริษัท ห้างร้าน รวมถึงออร์แกไนซ์ต่างๆ ที่ต้องการกำลังคนเข้าไปช่วยงาน โดย Daywork ให้บริการจัดหาคนแบบ One Stop Service ตั้งแต่จัดหาคน คัดกรองเบื้องต้น เทรนงาน ตรวจสอบการทำงาน ไปจนถึงขั้นตอนการชำระเงินให้กับพนักงานแทนลูกค้า

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคเหนือ

บริษัท อิมเมจ เอนจิน จำกัด

Campfire Engine ผู้ช่วยมือหนึ่งสำหรับนักสร้างเกมมือใหม่

Campfire Engine แพลตฟอร์มที่จะช่วยเปิดโลก และมุมมองใหม่ๆ ให้กับนักพัฒนาเกม ด้วยระบบอัตโนมัติ หรือชุดคำสั่งหลังบ้านที่ใช้ในการพัฒนาเกม (Game Automated System) จึงเป็นการเปิดโอกาสทำให้ใครก็ตามที่ต้องการสร้างเกม สามารถมีต้นแบบเกมเป็นของตัวเองได้เพียงแค่ไม่กี่วินาที แพลตฟอร์มนี้จะทำให้ผู้พัฒนาลืมเรื่องการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน หรือการโปรเจ็กต์วัตถุที่ต้องใช้เวลามหาศาลไปได้เลยเพียงแค่ใช้ “Procedural Generator” ของตัวแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ตัว “Campfire” ยังมีการนำเสนอ “Library Assets” จำนวนมากที่จะทำให้การสร้างเกมเป็นเรื่องง่าย และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

รางวัลชนะเลิศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริษัท นาซ่าไฟร์โปรดัคส์ จำกัด

Flamex สเปรย์ดับเพลิงแบบกระป๋องรายแรกของไทย

นวัตกรรมสเปรย์ดับเพลิง Flamex ถือเป็นสเปรย์ดับเพลิงประสิทธิภาพสูงรายแรกของไทย ที่สามารถดับไฟได้ถึง 4 ประเภท ABCK ได้แก่ A ไฟจากของแห้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ขยะ ไม้ กระดาษ B ไฟจากของเหลว เช่น จาระบี น้ำมัน C ไฟที่เกิดจากไฟฟ้า K ไฟจากน้ำมันทำอาหาร ซึ่งทั้งหมดครอบคลุมสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในชีวิตประจำวัน บรรจุในกระป๋องอะลูมิเนียมชิ้นเดียวที่สามารถทนแรงดันได้ถึง 20 bar และมีหัวฉีดชนิดพิเศษ สามารถฉีดได้ไกลสูงสุด 4 เมตรในระยะเวลาฉีด 25 วินาที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวเรือน หรือติดตั้งไว้ในยานพาหนะและโรงแรม

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริษัท ไทยทิชชูเคาเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ไทยทิชชูเคาเจอร์ ใช้เทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ไทยทิชชูเคาเจอร์ เป็นผู้คิดค้นระบบการผลิตกล้าพันธุ์ไม้ด้วยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มจำนวนต้นพืช  และพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้พืชที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและให้ผลผลิตสูงในระยะเวลาอันรวดเร็ว  ถือเป็นโอกาสในการนำพันธุ์ไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือมีมูลค่าสูงมาทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อขยายจำนวน ช่วยเหลือให้เกษตรกรมีพันธุ์พืชที่แข็งแรง สร้างรายได้ รวมถึงช่วยลดการนำเข้าพืชบางชนิดที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ละมุนอินเตอร์ฟู้ดส์

แม่ละมุลปลาร้าของแม่ที่ดังไกลไปต่างประเทศ

แม่ละมุลเป็นแบรนด์น้ำปลาร้าต้มสุก สูตรพิเศษซึ่งผสมใบหม่อนและใบไชยาลงไป ทำให้มีความนัวจากธรรมชาติ พร้อมเคล็ดลับที่หมักปลาเป็นปี ผสมข้าวคั่ว และรำอ่อน ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นสำหรับคอปลาร้าที่โหยหารสชาตินัวลึก ปรุงรสง่าย อร่อยทุกเมนู ซึ่งการนำใบหม่อนและใบไชยาซึ่งเป็นวัตถุดิบดั้งเดิมของแถบอีสาน มาเป็นวัตถุดิบในปลาร้านับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งใบหม่อนจะให้รสชาติที่กลมกล่อมทานแล้วไม่หิวน้ำเหมือนปลาร้าที่ใส่ผงชูรส ส่วนใบไชยาเลือกใช้ใบที่เป็นตัวผู้เพื่อให้น้ำปลาร้ามีความ  เข้มข้นและกลมกล่อม

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยิ่งยง สมาร์ท บิส

Tiger Cashbox ตัวช่วยจัดการเงินสดในร้านอย่างเสือนอนกิน

Tiger Cashbox ตู้เก็บเงินอัจฉริยะ เหมาะกับเจ้าของธุรกิจขายดีที่มีหลายสาขา หรือไม่ได้เฝ้าร้านด้วยตัวเอง ช่วยให้รู้ทุกความเคลื่อนไหวของเงินสดในร้านแบบออนไลน์ บริหารธุรกิจและจัดการเงินสดในร้านอย่างเสือนอนกิน ลดปัญหาทุจริต ลดเวลาที่ต้องเข้าร้านลดค่าจ้างผู้จัดการ มีเวลาไปต่อยอดธุรกิจเพิ่ม พัฒนาขึ้นมาอยู่บนหลักการของ FinTech คือเจ้าของกิจการจะทราบจำนวนเงินที่พนักงานใส่เข้าไปแบบเรียลไทม์ รวมถึงการใช้ IoT เข้ามาช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถตรวจสอบได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เพราะมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันเหมือนของธนาคาร ที่สำคัญ Tiger Cashbox รองรับธนบัตรได้ทุกราคา และเหรียญทุกชนิด นอกจากนี้ยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถพัฒนาได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับความต้องการที่แตกต่างของเจ้าของกิจการแต่ละราย  เพราะผลิตในประเทศโดยโรงงานของตัวเอง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริษัท ลัลน์ลลิต อะกริ ฟู๊ดส์ จำกัด

ProteGo โปรตีนทางเลือกจากจิ้งหรีด

อีกหนึ่งในโปรตีนทางเลือกสำหรับผู้บริโภค เป็นการนำจิ้งหรีดที่นิยมเลี้ยงเป็นฟาร์มจำนวนมากในภาคอีสาน มาเพิ่มมูลค่าด้วยการทำให้กลายเป็นโปรตีนเข้มข้นที่สามารถละลายน้ำได้ และพัฒนามาสู่การนำไปอัดเป็นเม็ดเพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้บริโภคสามารถทานได้ง่าย จับกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่คุ้นเคยกับการทานแมลงเป็นตัว โดยตั้งชื่อแบรนด์ ProteGo มาจากคำว่า Protein on the Go หมายถึง โปรตีนที่สามารถนำติดตัวไปได้ทุกที่ รองรับดีมานด์เทรนด์การบริโภคโปรตีนจากแมลงที่กำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ปัจจุบันมีการส่งออกไปยังแคนาดา อเมริกา เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลี

รางวัลชนะเลิศ ภาคใต้

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เคยนิคะ

เคยนิคะ ขับเคลื่อนสินค้าท้องถิ่นสู่ซอสกะปิ คู่ครัวคนยุคใหม่

ซอสกะปิ “เคยนิคะ” ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมครั้งแรกในตลาดซอสปรุงรสที่ทำมาจากกะปิ โดยนำกะปิซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนใต้มาผ่านกระบวนการการย่อยสลายโดยเอนไซม์ย่อยโปรตีนและไขมันจากกุ้งเคยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและจุลินทรีย์ในกระบวนการหมักโดยธรรมชาติ ช่วยทำให้เกิดกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม คงเอกลักษณ์การเป็นกะปิไว้ สามารถใช้งานในรูปแบบซอสเหมือนกับซอสมะเขือเทศ และซอสพริกแก้ปัญหาการใช้งานกะปิในรูปแบบเก่าที่ใช้งานยุ่งยากและต้องมีขั้นตอนการเตรียมและการชั่งตวงที่ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับในยุคสมัยปัจจุบัน และยังลดปัญหาการปนเปื้อนจากการผลิตกะปิในปัจจุบัน เหมาะกับการนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้กะปิเป็นตัวชูรสอาหารให้กลมกล่อม และทำให้ทานอาหารได้อร่อยขึ้น ซึ่งสามารถใช้เป็น Base Sauce หรือเครื่องปรุงรสพื้นฐานแทนการใช้หรือร่วมใช้กับซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม น้ำปลาร้า และน้ำปลา จึงเป็นซอสที่ทำอาหารได้  หลากหลายเมนู ทั้งผัดยำ และน้ำพริก

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคใต้

บริษัท จีฟินน์ รับเบอร์เทค จำกัด

Deeco นวัตกรรมรองเท้าโคนม

รองเท้ายางพาราเพื่อสุขภาพโคภายใต้แบรนด์ Deeco เป็นวัสดุที่ใช้ในทางการแพทย์ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่กีบเท้าโค อันเนื่องมาจากขนาดน้ำหนักตัว โดยเฉพาะโคสายพันธุ์ต่างประเทศมีขนาดใหญ่หนัก 400-700 กิโลกรัม ประกอบกับพื้นที่ใช้เลี้ยงโคส่วนใหญ่ก็จะเป็นพื้นซีเมนต์ การกระจายแรงไม่ดีส่งผลให้โคเจ็บกีบเท้า รองเท้าโค Deeco จึงเข้ามาแก้ปัญหา โดยออกแบบแม่พิมพ์ให้สอดคล้องกับตามหลักสรีระของกีบเท้าโค  และคิดค้นสูตรน้ำยางสำหรับรองเท้าให้สามารถรับน้ำหนักได้โดยไม่เกิดการแตกหัก หรือยุบตัวเมื่อรับน้ำหนักโค กระบวนการขึ้นรูปรองเท้าใช้แม่พิมพ์แบบกึ่งฉีด ช่วยให้ตัวรองเท้ารับแรงและกระจายแรงได้ดี มีช่องระบายอากาศ และสวมใส่ง่ายโดยไม่ต้องใช้กาวยึด ไม่หลุดง่าย สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง อีกทั้งยังสามารถกระจายแรงได้ดี ลดอาการบาดเจ็บของกีบเท้า ส่งผลให้แผลหายเร็วขึ้น รองเท้าโค Deeco นอกจากเป็นการแก้ปัญหาน้ำยางพาราตกต่ำแล้ว ยังเพิ่มทางเลือกให้เกษตกรผู้เลี้ยงโค สามารถเข้าถึงรองเท้าโคในราคาที่ถูกกว่าตลาด อีกทั้งลดการนำเข้ารองเท้าโคจากต่างประเทศที่มีราคาแพง

 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ภาคใต้

บริษัท บวรเวชสมุนไพรไทย จำกัด

AgongAma ครีมแก้ปัญหาผิวคัน แห้ง ลอกในผู้สูงอายุ

โลชั่นอาบน้ำและครีมทาผิวแห้งสำหรับผู้สูงอายุแบรนด์อากงอาม่า “AgongAma” ลดอาการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ลดอาการคัน เป็นส่วนประกอบสำคัญของครีมบำรุงผิว เหมาะกับสภาพผิวผู้สูงอายุที่มีความบอบบางมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว เกิดจากนำความรู้ความชำนาญที่ได้จากโรงงานผลิตยาสมุนไพรของครอบครัว สร้างความได้เปรียบในการคัดสรรวัตถุดิบสมุนไพรมากกว่า 10 ชนิด อาทิ น้ำมันเมล็ดองุ่น ชาเขียว ขึ้นฉ่าย ชะเอม และน้ำมันรำข้าวที่อุดมไปด้วยเซราไมด์จากธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบในการผลิตครีม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิวหนัง กักเก็บน้ำในผิว จึงสามารถลดอาการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ลดอาการคัน เป็นส่วนประกอบสำคัญของครีมบำรุงผิวสำหรับผู้สูงอายุรองรับเทรนด์สังคมสูงวัย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคใต้

บริษัท แฮส ออเดอร์ จำกัด

Pinsouq แพลตฟอร์มตลาดสินค้าฮาลาล

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และอีมาร์เก็ตเพลสเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยตัวเลขล่าสุดของมูลค่าตลาดรวมมีมากกว่า 3 แสนล้านบาท แต่ท่ามกลางสินค้ามากมายที่ขายในช่องทางออนไลน์นั้น ยังไม่มีตลาดกลางสำหรับซื้อขายสินค้าฮาลาลมาก่อน ทั้งๆ ที่ชาวมุสลิมในประเทศไทยมีสัดส่วนประมาณ 5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด นี่จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้เว็บไซต์  Pinsouq  แจ้งเกิดในตลาดในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อเจาะตลาดสินค้าฮาลาลโดยเฉพาะกว่า 100,000 รายการ ต่อมาเปิดหน้าร้านในนาม  Pinsouq Store  ต่อยอดธุรกิจเป็นศูนย์กระจายสินค้าฮาลาลภาคใต้ โดยเน้นสินค้าแช่แข็งและอาหารแปรรูปเป็นหลัก ซึ่งนับได้ว่าเป็นการขยายฐานบริการใหม่ในรูปแบบโกดังสินค้า โดยนำสินค้าของพาร์ทเนอร์มาสต๊อกเก็บไว้ที่สาขา จากนั้น  Pinsouq  จะทำหน้าที่บริหารจัดการและกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยรูปแบบนี้จึงเสมือนเป็นร้านค้าปลีก-ค่าส่ง ที่นำสินค้าออนไลน์สู่ออฟไลน์ เน้นสินค้าที่มีคุณภาพระดับกลางถึงบน อีกทางหนึ่งเป็นการลดต้นทุนให้กับพาร์ทเนอร์ที่ไม่ต้องลงทุนสร้างพื้นที่สต๊อกของเอง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ภาคใต้

บริษัท พอสวัน จำกัด

PAUS ส่งต่อความรักผ่านเครื่องดื่มรังนก

เครื่องดื่มรังนก PAUS เป็นธุรกิจที่ถูกต่อยอดจากฟาร์มคอนโดนกแอ่นอันเป็นธุรกิจครอบครัวที่ทำมานาน 10 ปีสร้างจุดต่างด้วยการใส่รังนกในปริมาณที่มากกว่าเจ้าอื่นในท้องตลาด และคิดค้นและพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์การเสริมสร้างสุขภาพ โดยพัฒนาเครื่องดื่มรังนกสูตรใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้นหลังเจอกับสถานการณ์ COVID-19 จากน้ำตาลกรวดซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิม ถูกขยายไลน์โปรดักต์เป็นสูตรต่างๆ ในเวลาต่อมา อาทิ ใส่สารไซลิทอลให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่มีผลต่อการกระตุ้นอินซูลิน เจาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน และกลุ่มคนรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิคล่าสุดคิดค้นเครื่องดื่มรังนกที่ใช้สารจุลินทรีย์เป็นสารความหวานแทนน้ำตาล และยังสร้างพรีไบโอติก เจาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.