เคทีซีหนุนใช้ออนไลน์ช่วยสังคมรับวิถีโควิด

Aug 31, 2021 M.Pussapol

เคทีซีเร่งพัฒนาแพลตฟอร์ม3 ช่องทางบริจาคสอดคล้องการปรับแผนธุรกิจวิถีใหม่ วางตัวเป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิกบัตรกับพันธมิตร เน้นเข้าถึงง่ายสะดวกมากขึ้น

สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยความเข้าใจและตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ที่ผ่านมา เคทีซีช่วยเหลือสังคมหลายรูปแบบ ทั้งร่วมเป็นจิตอาสา หรือการสบทบทุนโครงการต่างๆ โดยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์สนับสนุนโครงการและกิจกรรมต่างๆพร้อมทั้งเปิดช่องทางรับบริจาคผ่านบัตรเครดิต เพื่อส่งต่อให้กับมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่างๆ กว่า 60 แห่ง

“กับการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงและขยายวงกว้าง ภารกิจสำคัญที่สุดที่เคทีซีดำเนินการ คือร่วมมือกับมูลนิธิต่างๆ อย่างกระตือรือร้นรวดเร็ว เพื่อให้เข้าถึงผู้ต้องการความช่วยเหลือทันท่วงที ประสานกับมูลนิธิต่างๆอย่างเร่งด่วน และเปิดช่องทางให้สมาชิกเคทีซีเข้าถึง สนับสนุน และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครั้งนี้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม”

สิรีรัตน์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ต้องเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทาง ส่งผลให้การสนับสนุนองค์กรการกุศลต่างๆ จากสังคมลดลง เคทีซีจึงพัฒนาแพลตฟอร์มช่องทางการบริจาค ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และโมบายแอปพลิเคชั่น โดยล่าสุด คือ ช่องทางออนไลน์ ฟังก์ชันบริจาคผ่านบัตรเครดิตด้วย QR Pay การบริจาคด้วยคะแนนผ่าน QR Point โดยแลกคะแนนผ่านแอปฯ “KTC Mobile” ช่วยให้สมาชิกเคทีซีช่วยเหลือสังคมได้ง่ายขึ้น

ดร. บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผู้อำนวยการมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ กล่าวว่า มูลนิธิช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในไทยมาแล้วถึง64 ปี ทั้งนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบของการแพร่ระบาด มูลนิธิฯ จัดตั้งศูนย์พักคอยชุมชนและแยกกักกันในต่างจังหวัดเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ซึ่งจำเป็นมาก เพราะส่วนใหญ่ศูนย์พักคอยอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเขตเมือง ปัจจุบัน มูลนิธิมีศูนย์ฯสนับสนุนอยู่ในต่างจังหวัดทั้งหมด 37 แห่ง และกำลังจะสนับสนุนเพิ่ม 16 แห่ง แต่ยังขาดแคลนด้าน เวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยมาก

“ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้มูลนิธิต้องปรับตัวใช้ออนไลน์มากขึ้น ทั้งการเยี่ยมเด็ก การทำกิจกรรมร่วมกับผู้นำชุมชน หรือโรงเรียน ที่ผ่านมามูลนิธิได้รับความช่วยเหลือจากสมาชิกเคทีซีค่อนข้างมาก ในรูปแบบเงินบริจาคผ่านบัตรเครดิต และการบริจาคผ่านการแลกคะแนน”

 

ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19สภากาชาดไทยได้รับผลกระทบหลายด้านเช่นกัน เช่น บริการทางการแพทย์ บุคลากรและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ กับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาและมีแนวโน้มสูงขึ้น เกิดภาวะวิกฤตประชาชนไม่มั่นใจที่จะมาบริจาคโลหิต รวมถึงการหารายได้เข้ามูลนิธิไม่เป็นไปตามแผน เพราะกำลังการบริจาคของประชาชนลดลง

“การมีเคทีซีเป็นพันธมิตรเผยแพร่ข่าวสารและจัดแคมเปญเป็นการขยายโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงการแบ่งปันและการช่วยเหลืออย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์เร่งด่วนขณะนี้คือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ”

จุฑารัตน์ วิบูลสมัย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาแหล่งทุน มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม กล่าวว่า มูลนิธิเป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ฯลฯ โดยจะออกหน่วย 4 ครั้งต่อปี ใน 4 จังหวัด ครั้งหนึ่งประมาณ 7 วัน ผ่าตัดเฉลี่ย 80 - 100 คน

“ช่วงโควิดออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต่างจังหวัดไม่ได้ แต่มูลนิธิฯ ยังมีโครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่องให้งบสนับสนุนโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ ที่มีศัลยแพทย์ จึงยังคงผ่าตัดได้ ซึ่งการรักษาเด็ก บางคนต้องผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง”

 นอกจากนั้น มูลนิธิฯ ยังมีโครงการ “Smile Box” กล่องแห่งรอยยิ้ม บรรจุผ้าอ้อมเด็ก นมผง หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การเรียน แผ่นพับที่ให้ความรู้ในการดูแลเด็ก และขวดนมที่มีลักษณะยาวพิเศษสำหรับเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อส่งให้กับผู้ป่วยเด็กที่เคยผ่าตัดไปแล้ว กับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัด

อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)กล่าวว่า UNHCR ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ซึ่งตอนนี้มีถึง 82.4 ล้านคนทั่วโลก ปัจจุบันทำงานใน 135 ประเทศ และร่วมงานกับไทย 46 ปีขณะที่โควิด-19ทำให้เห็นแล้วว่าไวรัสไม่ได้แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา หรือกลุ่มคน กลุ่มผู้ลี้ภัยก็มีการแพร่ระบาดของไวรัสเช่นกัน และอยู่ในความเสี่ยงสูงมากจากข้อจำกัดต่างๆ

“ความช่วยเหลือจากทุกๆ ฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับ UNHCR มีผู้บริจาคที่มีคุณภาพผ่านบัตรเครดิตแบบต่อเนื่องค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยให้เรามีงบประมาณช่วยผู้ลี้ภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรามุ่งเน้นช่วยกลุ่มที่เปราะบางคือ ผู้หญิงและเด็ก ช่องทางการบริจาคผ่านบัตรเครดิตเคทีซีเป็นวิธีที่ง่าย แต่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ข้อมูลจากเคทีซีระบุว่าปี 2563ซึ่งมีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ยอดบริจาคอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านคะแนน ยอดเงินรวม 300 ล้านบาทส่วนใหญ่กว่า 57% มอบแก่โรงพยาบาล เพื่อช่วยบุคคลากร รวมถึงจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยการบริจาคทั้งหมดผู้บริจาคเลือกมูลนิธิหรือโครงการที่ต้องการเอง

 

KTC

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.