โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกระดับมาตรฐานด้วย DNA จากสนามแข่ง

Aug 26, 2021 P.Narata

โตโยต้าเปิดตัว “ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport” และ “ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่” เป็นครั้งแรกของเอเชีย พัฒนาผลผลิตที่เกิดจากแรงบันดาลใจในการสร้าง ”ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” พร้อมการออกแบบที่เน้นอารมณ์สปอร์ตทั้งภาย นอกและภายในจากชุดแต่งพิเศษรอบคันที่เสริมประสิทธิภาพการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการเกาะถนน และความคล่องตัวที่ดียิ่งขึ้น

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายของโตโยต้า คือ การส่งมอบความสุขให้กับคนไทยทุกคน และไม่เคยหยุดที่จะสร้าง “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” โดยในเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้แนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ “GD Super Power Engine” เจนเนอเรชั่นที่ 2 และระบบช่วงล่างใหม่ “Superflex” พร้อมด้วยดีไซน์ใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เช่น การเพิ่ม Wide Body ในรุ่น Lo-Floor และการเพิ่มเกียร์อัตโนมัติ ในรุ่นเริ่มต้นของตัว Lo-Floor ใน

“ในรุ่น Hi-floor เราได้เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย อาทิ กล้องมองรอบคัน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ และในรุ่น   Lo-Floor มีการติดตั้งชุดไฟ LED ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ในรุ่น Mid เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ให้โดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการแต่งรถ สุดท้ายกับการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ 2.8 ลิตร “GD Super Power” ในรุ่นมาตรฐาน (B-CAB) เพิ่มสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เน้นการบรรทุกหนัก หรือกลุ่มรับจ้างขนของในราคาที่น่าดึงดูดใจ พร้อมด้วยระบบ T-Connect ที่มอบการเชื่อมต่อระหว่างคนและรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

 

สร้างจุดขายด้วย DNA จากสนามแข่ง

ไฮลักซ์  รีโว่ GR Sport นับเป็นผลิตภัณฑ์ GR รุ่นที่ 4 ที่แนะนำสู่ลูกค้าชาวไทย ต่อจาก Corolla GR Sport, GR Supra และ GR Yaris และเป็นรถกระบะในซีรีส์GR รุ่นแรก ที่ผลิตในประเทศไทย โดยมี DNA ของมอเตอร์สปอร์ตภายใต้แนวคิดของ Gazoo Racing ที่ว่า “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน”

ดร.จุฬชาติ จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้พัฒนาไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport กล่าวว่า หลังจากที่ได้เปิดตัวโตโยต้าไฮลักซ์ รีโว่ และฟอร์จูนเนอร์ใหม่ ในปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ทำการสำรวจถึงความคิดเห็นของผู้แทนจำหน่าย พนักงานขาย และลูกค้าผู้ใช้จริงทั่วประเทศกว่า 1,000 ตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจทั้งจุดเด่นและจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยได้นำผลสำรวจดังกล่าวมาใช้สำหรับการพัฒนาสู่รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 นี้ โดยมีการปรับปรุงให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้นในทุกๆ รุ่น

ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน (B-CAB) เพิ่มความแรงด้วยเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ให้มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ตอบ สนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาเครื่องยนต์กำลังสูง เหมาะสำหรับกลุ่มที่ต้องใช้บรรทุกของหนัก หรือใช้ในธุรกิจด้าน Logistics ที่มีความแรง ทนทาน สามารถพาไปได้ทุกที่

ไฮลักซ์ รีโว่ รุน Z-Edition หรือตัวเตี้ย เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า Bi-Beam LED พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบ Follow-Me-Home และไฟท้ายแบบ LED Light Guiding ในรุ่น Mid เพิ่มความสปอร์ตในทุกมุมมองให้ดูน่าดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น สอดรับกับโป่งล้อ Wide Body ได้ดี

ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นยกสูง หรือ Prerunner และขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา

อัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ร่วมพัฒนาไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น GR Sport ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นในตระกูล Gazoo Racing ซึ่งมีที่มาจากการที่โตโยต้าได้เข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตเพื่อทดสอบสมรรถนะยานยนต์ในสนาม แข่งขันทั่วโลก ผ่านทีม Toyota Gazoo Racing เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของรถยนต์ที่ใช้งานธรรมดาให้สามารถวิ่งบนถนนที่ไม่ธรรมดาและมีอุปสรรคมากมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งยานยนต์ที่มีสมรรถนะพิเศษ โดยเราได้นำความรู้และประสบ การณ์ที่ได้จากการแข่งขันมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่น GR เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์ในการขับขี่แบบมืออาชีพที่ไม่เหมือนใคร

“ดีไซน์ของ GR คือการผสมผสานระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานและรูปลักษณ์ (Functional Beauty) ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต โดยถูกออกแบบให้รองรับการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพิ่มประสิทธิภาพ มีการขับขี่อันยอดเยี่ยม ภายในเน้นความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถแข่งระดับโลก Toyota Gazoo Racing ได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ช่วยส่งเสริมสมรรถนะในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม”

สำหรับ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น GR Sport ได้รับการพัฒนาพิเศษจากแนวคิดที่แตกต่างกันใน 2 รุ่น คือ

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกิดจากแนวคิดในการพัฒนารถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ GR-Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับโลกในรายการ World Rally Championship (WRC) ถือได้ว่าเป็นรายการแข่งขันรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก โดยรถรุ่นนี้เหมาะสำหรับที่ลูกค้าที่มีความชื่นชอบรถกระบะดีไซน์ GR Sport ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยมเหนือใคร มาพร้อมกับโช้กอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) เพิ่มประสิทธิภาพ ในการควบคุมการขับขี่ให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น พร้อมขับลุยได้ในทุกสภาพถนน

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อในรุ่น Lo-Floor หรือตัวเตี้ย เกิดจากแนวคิดในการพัฒนารถกระบะ    ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อในรุ่น Lo-Floor  หรือตัวเตี้ย ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Super GT (Grand Touring) ซึ่งเป็นการแข่งรถยนต์ทางเรียบความเร็วสูงอันดับ 1 ของเอเชียและเป็นที่นิยมแพร่หลายในระดับโลก โดยรถรุ่นนี้เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่มีดีไซน์โดดเด่น โดยปรับลดความสูงช่วงล่างลง 23 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ (Vehicle Stability) โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูง พร้อมปรับปรุงช่วงล่างให้นั่งสบายเหมือนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น    

 

มาตรฐานใหม่ของกระบะไทย

ทางด้าน สุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า    โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนารถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ให้สามารถตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าตั้งแต่การบรรทุกของหนัก ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นรถคู่ใจที่สร้างรายได้ของทุกคน

โดยโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน (B-CAB) หรือกระบะตอนเดียว เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูง ใช้งานสำหรับบรรทุกของหรือด้านการขนส่ง (Logistic) หรือเกษตรกรใช้บรรทุกผลิตผล และได้นำเครื่อง ยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีดมาใส่ในรุ่นมาตรฐาน พร้อมด้วยระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งรองรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างดีและประหยัดน้ำมันสูงสุด

ขณะที่ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น Z-Edition หรือรถกระบะตัวเตี้ยหน้าหล่อ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่ต้องการความแตกต่างและโดดเด่น สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน หรือทำธุรกิจ งานบรรทุก การค้าขายปลีก-ส่ง ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถนำไปตกแต่งเพิ่มได้ตามความต้องการ ซึ่งในรุ่น “Z-Edition ตัวเตี้ยหน้าหล่อ” ได้มีการปรับเพิ่มไฟหน้าแบบ LED ปรับระดับได้ และไฟท้ายแบบ LED ดูมีรูปลักษณ์ใหม่ที่เท่สะดุดตา ทันสมัย สวยสะดุดตามากยิ่งขึ้น

ในส่วนของ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นยกสูง (Prerunner) และขับเคลื่อน 4 ล้อ ถือได้ว่าเป็นรถกระบะรุ่นยอดนิยมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่อเนกประสงค์ และสะดวกสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง ซึ่งในรุ่นนี้ได้เพิ่มกระจังหน้า โครเมียม และไฟหน้าแบบ LED ปรับระดับอัตโนมัติ และไฟท้ายแบบ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย สะท้อนภาพลักษณ์สุดโดดเด่นเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ง่ายขึ้น นอกจากนี้ในรุ่น Mid ได้เพิ่มเบาะหนัง  พร้อมปรับด้วยไฟฟ้าด้านผู้ขับ ให้ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับในรุ่น High และ Rocco ที่เพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) ให้ความมั่นใจและยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่ขั้นสูงสุด

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเอเชียกับไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport มิติใหม่ของรถกระบะที่ได้รับการพัฒนาตามเทรนด์ของตลาดโลกในขณะนี้ โดยแนวคิดของ GR Sport มีจุดเริ่มต้นจากการที่โตโยต้าเข้าร่วมการแข่งขันทดสอบสมรรถนะยานยนต์ในสนามแข่งทั่วโลก อาทิ WRC และ Super GT ผ่านทีมรถแข่งระดับโลกของโตโยต้า “TOYOTA GAZOO RACING” เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับทั้งรถและคนที่สร้างรถเหล่านั้น เพื่อนำความรู้และความรู้สึกที่ได้จากการขับ รวมถึงสมรรถนะของรถยนต์อันไร้ขีดจำกัดที่ได้จากการแข่งขันมาพัฒนารถยนต์ของโตโยต้า”

สร้าง Engagement ด้วยประสบการณ์ใหม่

Customer Engagement เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่โตโยต้าให้ความสำคัญ และในครั้งนี้โตโยต้าก็พยายามเชื่อมต่อจากการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในด้านงานบริการก่อนและหลังการขาย พร้อมการนำเครื่องมือในด้านดิจิทัลเข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น การสร้างประสบการณ์การซื้อรถในรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับในการครอบครองรถ (New Usage Experience) ด้วยบริการ Exclusive รูปแบบต่างๆ สำหรับลูกค้ารถยนต์โตโยต้าผ่าน Application T-Connect by TOYOTA เพื่อให้ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของรถได้ง่ายยิ่งขึ้น และเกิดความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และสะดวกสบายตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถ

ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่จะเปลี่ยนการซื้อรถจากรูปแบบเดิม พร้อมสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยบริการรูปแบบใหม่

1) Estimate Time of Arrival (ETA) บริการที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบระยะเวลาการส่งมอบรถที่สั่งจองได้

2) Connected Auto Loan (CAL) โปรแกรมที่ช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ง่ายขึ้นกว่าที่เคย  

3) KINTO อิสรภาพใหม่ของการใช้รถจากโตโยต้า ด้วยบริการออนไลน์เช่ารถระยะยาวสำหรับลูกค้าทั่วไปและนิติบุคคล ที่ให้คุณเป็นเจ้าของรถใหม่ได้ง่าย หลากหลายรุ่นให้เลือก ด้วยบริการ คินโตะ วัน “ฉลาดสุดๆ ไม่ต้องดาวน์ ถูกใจค่อยซื้อ” ด้วยการให้บริการแบบครบวงจรทั้ง 3 ด้าน คือ Full Service ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายด้วยบริการคุณภาพมาตรฐานจากโตโยต้า One Price ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการใช้รถ ลูกค้าสามารถใช้รถได้อย่างคุ้มค่ากับค่าบริการราคาเดียวตลอดอายุสัญญา และ Online Service ตอบโจทย์อิสระใหม่ในการใช้บริการด้วยบริการเช่ารถทางออนไลน์ ที่ให้ความสะดวกสบายและรวดเร็วตั้งแต่ต้นจนจบ

ประสบการณ์ในการใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) เทคโนโลยีเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่ส่งมอบบริการผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by TOYOTA อาทิ

1) Always Located and Protect บริการเพื่อความอุ่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล ด้วยการบริการ Find My Car เช็กตำแหน่งรถ Real Time ได้ทุกที่ทุกเวลา ระบบติดตามการโจรกรรม (TheftTrack) ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม โดยโตโยต้าประสานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) และระบบกำหนดขอบเขตปลอดภัย (Geo-fencing)

2) Telematics CARE ช่วยให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่าย ช่วยคลายความกังวลในการขับขี่ เช่น บริการแจ้งเตือนการบำรุงรักษา (Maintenance Reminder) รวมถึงประสานงานนัดหมายออนไลน์ บริการข้อมูลรถและการขับขี่ (Vehicle Information) การแสดงสถานะรถยนต์และข้อมูลการขับขี่ พร้อมบริการแจ้งเตือนต่อทะเบียนและต่อประกันภัยรถ บริการแจ้งเตือนต่อทะเบียนรถประจำปี และประกันภัยขับดีลดให้ หรือ Pay How You Drive (PHYD) ประกันภัยรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ประหยัดได้มากกว่า ด้วยส่วนลดจากการวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่

3) Happiness Mobility บริการเพิ่มความสุขทุกเส้นทาง ประกอบด้วย บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Services) พร้อมดูแลคุณตลอดการเดินทาง

 

สำหรับ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่  GR Sport และโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 สร้างความหลากหลายถึง 36 รุ่นย่อย มีสีภายนอกให้เลือก 8 สี วางราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 544,000 – 1,299,000 บาท มีรายละเอียดตามรุ่นดังนี้

  • ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน กระบะตอนเดียว (7 รุ่น) ราคา 544,000 – 704,000 บาท
  • ไฮลักซ์ รีโว่ Z-Edition (8 รุ่น) ราคา 619,000 – 805,000 บาท
  • ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner  (10 รุ่น) ราคา 724,000 – 1,026,000 บาท
  • ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (5 รุ่น) ราคา 879,000 – 1,176,000 บาท
  • ไฮลักซ์ รีโว่ Rocco (4 รุ่น) ราคา 966,000 – 1,256,000 บาท
  • ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ Lo-Floor (1 รุ่น) ราคา 889,000 บาท
  • ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ Hi-Floor 4x4 (1 รุ่น) ราคา 1,299,000 บาท

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ ย้ำถึงความรู้สึกประทับใจเมื่อได้ทดลองขับรถกระบะรุ่น GR Sport ในสนามแข่ง ทั้งในเรื่องของความคล่องตัว การควบคุมที่ตอบสนองได้ดี และสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในระบบช่วงล่าง และสมรรถนะของเบรกสร้างความมั่นใจสูงสุดในขณะขับขี่ รวมถึงเครื่องยนต์ใหม่ 2.8 ลิตร ในรุ่นมาตรฐาน หรือกระบะตอนเดียวที่ให้พละกำลังสูง และอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดี ทำให้การควบคุมรถแม่นยำและดีเยี่ยม และเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานบรรทุกหนักได้อย่างสมบูรณ์

“GR Sport จะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าที่มองหาความเหนือระดับในรถกระบะด้วยสมรรถนะที่ดียิ่งกว่าพร้อมด้วยรูปลักษณ์สปอร์ต และเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของรถกระบะยุคใหม่ในประเทศ” มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มต้นสายการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ออก จำหน่ายครั้งแรกในปี 2511 โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า “ไฮลักซ์” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในระยะเวลาอัน รวดเร็ว และในปี 2547 ถูกผลิตและจำหน่ายขึ้นภายใต้โครงการ IMV และกลายเป็นรถกระบะยอดนิยมของคนไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 2.5 ล้านคัน (ข้อมูลจากโครงการ IMV ตั้งแต่ปี 2547 – กรกฎาคม 2564)

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.