8,299
VIEWS

Xiaomi - Oppo เขย่าตลาดสมาร์ทโฟนจากโลกถึงไทย

Aug 16, 2021 R.Somboon

พระเจ้าสร้างโลก..... ที่เหลือสร้างจากจีน

ประโยคเด็ดนี้คงผ่านตาบ่อยๆ แต่นั่นเป็นภาพของสินค้าจีนในยุค 1.0 ที่เกือบทั้งหมดจะเป็นสินค้า OEM หรือเป็นสินค้าก๊อบปี้ ทำเหมือนเกินของจริง

แต่สินค้าจีนในยุค 5.0 เริ่มมีภาพเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะมีการทุ่มทุนสร้างแบรนด์ พร้อมยก ภาพลักษณ์มาสู่การเป็นโกลบอล และหลายแบรนด์ทำออกมาได้ค่อนข้างดี อย่างในตลาดมือถือสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนจากจีนก้าวขึ้นมาเป็นท็อป 5 แบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกได้สำเร็จ

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยระดับโลกอย่าง Canalys รายงานถึงยอดขายของสมาร์ทโฟนในทั่วโลก พบว่า อันดับ 1 Samsung ส่วนแบ่งการตลาด 19% อัตราการเติบโต 15% อันดับ 2 Xiaomi ส่วนแบ่งการตลาด 17% อัตราการเติบโต 83% อันดับ 3 Apple ส่วนแบ่งการตลาด 14% อัตราการเติบโต 1% อันดับ 4 Oppo ส่วนแบ่งการตลาด 10% อัตราการ เติบโต 28% และอันดับ 5 Vivo ส่วนแบ่งการตลาด 10% อัตราการเติบโต 27%

ขณะที่ตลาดในบ้านเรา พบว่า ยอดขายอันดับ 1 เป็นของ Xiaomi มีส่วนแบ่งการตลาด 21% อัตราการเติบโต 200% อันดับ 2 Oppo ส่วนแบ่งการตลาด 19% อัตราการเติบโต -2% อันดับ 3 Samsung ส่วนแบ่งการตลาด 19% อัตราการเติบโต -15% อันดับ 4 Vivo ส่วนแบ่งการตลาด 15% อัตราการเติบโต -31% และอันดับ 5 Realme ส่วนแบ่ง การตลาด 8% อัตราการเติบโต -28%

อะไร คือปัจจัยที่ทำให้สมาร์ทโฟนจากจีนทั้ง 3 แบรนด์ สามารถก้าวขึ้นมาติดท็อป 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนของ บ้านเรา เป็นเรื่องที่น่าสนใจในการค้นหาคำตอบไม่น้อยทีเดียว

 

โดยเฉพาะแบรนด์ Xiaomi ก้าวเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเมืองไทย ซึ่งสมาร์ทโฟนจากจีนแบรนด์นี้ เข้ามาทำตลาด ด้วยการวางตัวเองเป็นพรีเมียม แมส ในราคาที่จับต้องได้ ด้วยสมรรถนะที่ไม่เป็นรองคู่แข่งขันที่ทำตลาดอยู่ในเซ็กเม้นต์ พรีเมียม โดยเสียวหมี่ มีการนำเสนอวาไรตี้ของโปรดักต์ที่มุ่งเจาะลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน

การก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนของบ้านเรานั้น ถือว่าทุกอย่างเข้าทางที่ Xiaomi ปูครั้งแรกด้วย  ถือเป็นการบรรลุเป้าหมายสำคัญทางการตลาดที่วางไว้ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเมืองไทยภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ประกาศเป้าหมายไว้เมื่อปี 2561 ตั้งแต่การเริ่มต้นเข้ามาทำตลาดใหม่ๆ ไล่ตั้งแต่การนำเสนอในเรื่องของ ความคุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ไม่เป็นรองคู่แข่งขันในระดับราคาที่สูงกว่า เมื่อพฤติกรรมของคนใช้รุ่นใหม่ๆ ที่มีการเปรียบเทียบในเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก ทำให้เสียวหมี่ กลายเป็นอีกทางเลือกที่ถูกมองว่าน่าจะคุ้มค่า คุ้มราคา ที่จ่ายไป เพราะราคาที่เปรียบเทียบในสเปกที่ใกล้เคียงกัน บางครั้งอาจะถูกกว่าคู่แข่งถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว

เช่นเดียวกับเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่ายที่ Xiaomi ให้ความสำคัญกับช่องทางขายผ่านออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซมาตลอดทั้งตลาดในบ้านเกิดและตลาดไทย เมื่อเกิดการระบาดของโควิด – 19 ที่ร้านขายมือถือแบบเดิม ได้รับผลกระทบจนต้องปิดตัวไป ทำให้ส่งผลดีต่อการขายของเสียวหมี่เป็นอย่างมาก

ไม่เพียงแค่เรื่องของความคุ้มค่า คุ้มราคา และเรื่องของช่องทางขายเท่านั้น Xiaomi ยังมีการทำซีอาร์เอ็ม ที่มี การหล่อหลอมแฟนคลับของแบรนด์ผ่านตัวลอยัลตี้ โปรแกรมที่มีการหลอมรวมลูกค้าออกมาเป็น “Mi Fans” ซึ่งสมาชิก ในส่วนนี้ไม่เพียงมีเรื่องของบริการหลังการขาย สิทธิพิเศษต่างๆ ให้เท่านั้น แต่บรรดาแฟนคลับของเสียวหมี่ยังมีส่วนร่วม ในพัฒนาสินค้าใหม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมการเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งในไทย “Mi Fans” มีการเติบโตค่อนข้างดี จากฐาน 3 หมื่นราย ในปี 2561 เป็น 1.5 แสนรายในปี 2563 หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัวทีเดียว

ถือเป็นการปูฟื้นฐานการเติบโตของยอดขายที่เริ่มสัมฤทธิผล หลังจากที่ใช้เวลาลงหลักปักฐานมาตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา...

 

ออปโป้ – วีโว่

มัลติแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

เช่นเดียวกับแบรนด์ Oppo ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการทำตลาดทั้งในระดับโลกและในบ้านเรา ซึ่งว่าไปแล้ว Oppo กับตลาดสมาร์ทโฟนบ้านเรา ถือเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันมานาน เพราะทำตลาดมาร่วมกว่า 10 ปี ไม่เพียง เท่านั้น Oppo ยังเป็นแบรนด์ท็อป 3 ที่มียอดขายสูงสุด ซึ่งใน 1 – 2 ก่อนหน้าก็เคยขึ้นเป็นผู้นำตลาดมาแล้ว

Oppo ใช้กลยุทธ์ครบเครื่องทั้งการนำเสนอความวาไรตี้ของตัวโปรดักต์ที่เจาะตั้งแต่ระดับ Entry – level ไปจน ถึงระดับบนของตลาด ซึ่งแม้จะมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ แต่ Oppo ก็วางตำแหน่งการทำตลาดของแต่ละรุ่น ชัดเจน ไม่มีซอยรุ่นยิบย่อยสร้างความสับสนกับลูกค้า

ขณะเดียวกัน Oppo จะให้ความสำคัญทั้งกับเรื่องของนวัตกรรม และการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ออปโป้ ถือเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับแนวหน้าของโลก ที่ติดอันดับ Top 5 มาโดยตลอด มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างนวัตกรรมเจ๋งๆ ออกมาให้วงการสมาร์ทโฟนได้คึกคักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอนวัตกรรมของระบบการ ชาร์จที่เร็วและปลอดภัยที่สุดในโลกอย่าง Super VOOC Flash Charge กล้อง TOF (Time Of Flight) และเทคโนโลยีการ ถ่ายภาพกลางคืนที่สวยงามบน OPPO R17 Pro รวมถึงระบบสแกนใบหน้าแบบ 3D Structured Light ใน Find X ที่มี ความแม่นยำสูง เป็นต้น

สิ่งที่ Oppo ทำในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็คือการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการเป็นสินค้าแบรนด์จีน จนทำให้กลาย เป็นแบรนด์ที่ทำยอดขายติดเบอร์ต้นๆ ของบ้านเรามาตลอด ซึ่งนอกจากเรื่องของนวัตกรรม การดีไซน์ และความหลาก หลายของสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มแล้ว เรื่องของการบริการหลังการขาย ก็เข้ามาเป็นตัวสนับสนุนสำคัญ โดยได้ขยาย สาขาศูนย์บริการลูกค้า OPPO Service Center กว่า 50 สาขาทั่วประเทศ โดยให้บริการซ่อมด่วนภายใน 1 ชั่วโมง บริการ ตรวจเช็กสภาพเครื่องและอัพเกรดซอฟต์แวร์ตลอดอายุการใช้งาน และบริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมถึงมือลูกค้า เพื่อรองรับ และอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า

ว่าไปแล้ว ค่ายนี้ใช้กลยุทธ์ Multi Brand ที่ทั้ง 2 แบรนด์หลัก คือ Oppo และ Vivo  สามารถก้าวขึ้นมาติดท็อป 5 ของตลาดสมาร์ทโฟนไทยได้สำเร็จ โดย Vivo กำลังถูกปั้นด้วยสูตรสำเร็จที่คล้ายกันทั้งในเรื่องของการยกระดับภาพลักษณ์ ของแบรนด์ด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์

อาจจะพูดได้ว่า สมาร์ทโฟนจากจีน คือคลื่นลูกที่ 3 ในตลาดมือถือของโลก โดยคลื่นลูกแรก ถูกซัดเข้ามาสู่ตลาด โดยโนเกีย อดีตยักษ์ใหญ่จากฟินแลนด์ ตามมาด้วยการพลิกโฉมตลาดครั้งใหญ่โดยแอปเปิ้ล ซึ่งคลื่นลูกที่ 3 อย่างแบรนด์ จีนนี้ เข้ามาสร้างการเติบโตในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว โดยกลยุทธ์ที่ไม่ได้ใช่แค่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียวเหมือนสินค้า จีนในอดีต แต่ยังมีเรื่องของเทคโนโลยี และดีไซน์ที่ไม่แพ้แบรนด์ใหญ่ของโลก

จึงไม่แปลกที่วันนี้ สมาร์ทโฟนจากจีนจะเขย่าแบรนด์อื่นๆ พร้อมกับครองตำแหน่งผู้นำในตลาด เมืองไทย.......

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.