3,663
VIEWS

ไทย-เดนมาร์ค นำนวัตกรรมต่อยอดธุรกิจ รักษาฐานที่มั่น Brand Love

Aug 23, 2021 -None-

ด้วยประวัติแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนานของนมไทย-เดนมาร์ค ที่มีอายุกว่า 60 ปี และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมกิจการโคนมให้เกษตรกรยึดเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคง ส่งมอบนมสดคุณภาพที่ไม่ผสมนมผง ย่อมทำให้นมไทย-เดนมาร์ค กลายเป็น Brand Love ที่มีฐานแฟนคลับอยู่เป็นจำนวนมากส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

แต่การรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ต่อไปให้ยาวนานในอนาคตนั้น คุณสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า “นวัตกรรม” จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อแบรนด์แห่งนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ เข้าสู่ยุค New Normal อ.ส.ค. จึงมีการปรับ Core Value ขององค์กรขึ้นใหม่ภายใต้ SMARTG เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย

Smart Farming สมาร์ทฟาร์มมิ่งสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ เพื่อส่งมอบคุณค่าหลักในกิจการโคนม

Mastery Innovation นวัตกรรมการเรียนรู้ ส่งเสริมให้มีความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม

Altruism มีส่วนร่วมต่อความสำเร็จช่วยเหลือของเกษตรกรและเห็นส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง

Respect Family Value & Seniority สร้างคุณค่าความสัมพันธ์แบบครอบครัวระดับมืออาชีพ ให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน เน้นความสามัคคีในการทำงาน

Thailand Well-being and Business Intelligence ส่งมอบคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพ สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Good Governance มีธรรมภิบาล ทำงานด้วยความโปร่งใส ใส่ใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

“ตอนนี้เรากำลังอยู่ในระหว่างการสื่อสารวัฒนธรรมองค์กร SMARTG ไปสู่พนักงานทั้งหมด พร้อมทำเวิร์คช็อปเพื่อให้ทุกคนมีวิธีการทำงานที่สอดรับกับ New Normal ทุกอย่างจะถูกนำมาคิดใหม่ทำใหม่ และมองไปข้างหน้าเพื่อ Next Normal หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าด้วย ที่สำคัญนวัตกรรมจะต้องครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ”

สำหรับนวัตกรรมต้นน้ำ ที่ผ่านมา อ.ส.ค. ใช้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาทเปิดตัว “ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง” Thai-Denmark Smart Dairy Farm  ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นฟาร์มสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการที่ทันสมัย พร้อมเปิดให้เกษตรกร นักวิชาการ เข้ามาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการลดต้นทุนและเสริมเขี้ยวเล็บความสามารถด้านการแข่งขันการเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์ในประเทศ และการแข่งขันในกรอบการค้าเสรีในอนาคต พร้อมเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้กับนักท่องเที่ยว

“อ.ส.ค. จะพัฒนาให้เป็นฟาร์มสาธิตเชิงธุรกิจในพื้นที่ของ อ.ส.ค. ให้เป็น Smart Dairy Farm ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการฟาร์ม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติและการสร้างบุคลากรมืออาชีพด้านการเลี้ยงโคนม รวมทั้งเป็นฟาร์มสำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์ม ให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรยุคใหม่ที่สอดคล้องกับหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) แหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีและรูปแบบการจัดการฟาร์มที่มีการแบ่งกลุ่มโคนมตามการให้ผลผลิตน้ำนม การเรียนรู้รูปแบบการให้อาหารผสมสำเร็จ (Total Mixed Ration, TMR) ที่มีมาตรฐาน ตรงตามความต้องการของโคแต่ละกลุ่ม โดยฟาร์มดังกล่าว มีจำนวนแม่โครีดนมไม่น้อยกว่า 100 ตัว จะเข้ามาลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตให้กับแม่โคเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 20  กิโลกรัม/ตัว/วัน จากเดิม 13-14 กิโลกรัม/ตัว/วัน และมีองค์ประกอบน้ำนมสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานการรับซื้อ”

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือจากซีพีเอฟทำเกษตรแบบแม่นยำ นำระบบติดตามพฤติกรรมและสุขภาพวัว (ทรู ดิจิทัล คาว) มาใช้ ด้วยการเก็บข้อมูลบันทึกการเลี้ยงสำหรับนำมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ติดตามอาการของโค และลดความเสี่ยงในการเกิดโรค สามารถวัดผลได้ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้และมาตรฐานสู่เกษตรกรโคนม มุ่งเน้นให้คนเลี้ยงโคนมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนร่วมกันสร้างผลผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

สำหรับการนำนวัตกรรมมาใช้ในธุรกิจกลางน้ำ ล่าสุดมีการอนุมัติงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เปลี่ยนเครื่องจักรบรรจุแบบไฮสปีดและอุปกรณ์ที่ทันสมัยในโรงงานแปรรูปนม อ.ส.ค. ทั้ง 5 แห่ง ให้มีศักยภาพรองรับปริมาณน้ำนมดิบจากเกษตรกรที่เพิ่มมากขึ้น

และในธุรกิจปลายน้ำ เป็นการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ นมยูเอชทีรสเผือก และมะม่วงมหาชนก ซึ่งจะเปิดตัวในไตรมาส 4 หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาออกโยเกิร์ตพร้อมดื่มปราศจากไขมัน ยูเอชที กลิ่นเสาวรสผสมเนื้อบุก “Chew-D” ตีตลาดคนรุ่นใหม่สายเฮลท์ตี้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

ในขณะเดียวกันยังขยายช่องทางการตลาดและจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น ทั้งแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลส และเฟสบุ๊คไทย-เดนมาร์ค พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์ และเฟสบุ๊คไลฟ์ในวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

นอกจากการสร้างนวัตกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ด้วยการผลิตและส่งมอบนมคุณภาพให้ลูกค้าได้อย่างสะดวกแล้ว ไทย-เดนมาร์ค ยังมีวิธีการสร้างความผูกพันให้เกิดกับแบรนด์ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแข่งขันฟุตบอล “ไทย-เดนมาร์ค ยู 15 ฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์ 2021” เปิดโอกาสให้นักฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นอนาคตและกำลังของชาติได้ลงแข่งขัน เสริมสร้างสุขภาพพลานามัยให้แข็งแรง เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3, กิจกรรมลุ้นโชค “ดื่มปั๊บ ลุ้นรับโชค กับไทย-เดนมาร์ค”, เทศกาลดนตรี Thai-Denmark Online Live Milksic Festival และโครงการสะสมกล่องนมไทย-เดนมาร์ค แลกของรางวัล “ไทย-เดนมาร์ค ยิ่งดื่ม ยิ่งได้” ซึ่งโครงการดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางการทำงานขององค์กรที่มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้บริโภคร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยหันมาสะสมกล่องนมไทย-เดนมาร์ค เพื่อนำมาแลกของรางวัลแล้วนำกล่องนมที่ดื่มแล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไปเพื่อช่วยลดปริมาณขยะ

“การจะเป็น Brand Lover ได้นั้นจะต้องคำนึงถึงผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของเรา และคำนึงถึงเกษตรกรที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่สำคัญต้องต้องคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย อย่างล่าสุดเราได้จับมือกับ SCGP ผลิตหลอดกระดาษเฟสท์ นับเป็นแบรนด์แรกที่เลือกใช้หลอดกระดาษจากผู้ผลิตในประเทศ ถือเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน”

เป็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงการเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.