“การให้มากกว่าที่ขอ” (GIVE MORE) อุดมการณ์ที่มาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจนของ MAGURO GROUP

Jul 21, 2021 -None-

คงไม่ต้องแปลกใจในยุคนี้ หากว่าเราตั้งคำถามถึงความนิยมของประเภทอาหารที่ถูกใจคนไทยที่สุด และอาหารญี่ปุ่นคงติดโผอาหารที่คนไทยชื่นชอบในอันดับต้นๆ แน่นอน สังเกตได้ว่าจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งเมื่อปลายปี 2563 มีผลสำรวจพบว่าในประเทศไทยมีธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 4,000 ร้านทีเดียว ล่าสุด ธุรกิจร้านอาหารในกลุ่ม MAGURO GROUP (มากุโระ กรุ๊ป) ได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น MAGURO สาขาใหม่ล่าสุด นั่นคือ สาขาเซ็นทรัลเวิร์ล ซึ่งเป็นสาขาที่ 10 และมีแฟนคลับติดตามเพจมากมายถึงกว่า 470,000  followers จนอดคิดตามไม่ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้มากุโระสามารถสร้างแบรนด์ขึ้นมา จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมที่ลูกค้าติดใจขนาดนี้

คุณโชค - เอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัทมากุโระ กรุ๊ป จำกัด ได้มาเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวและจุดเริ่มต้น ซึ่งมีที่มาจากการระดมความคิดกับเพื่อนๆ ผู้ร่วมอุดมการณ์ เกี่ยวกับแบรนด์ร้านอาหาร MAGURO และเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดในการทำธุรกิจนี้

จุดเริ่มต้นของร้านมากุโระ มาจากการรวมตัวกันระหว่างเพื่อน 4 คน เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ณ ขณะนั้นเรามาคุยกันว่าอยากเปิดธุรกิจร่วมกัน ซึ่งตอนนี้อาหารญี่ปุ่นก็เริ่มเข้ามาได้รับความสนใจในสังคมไทยบ้างแล้ว โดยเป็นที่รู้กันว่าถ้าอยากทานญี่ปุ่นดี ๆ ในตอนนั้นก็ต้องเดินทางไปที่ญี่ปุ่น หรือไม่ก็ต้องไปทานในโรงแรมหรู นั้นก็เลยเป็นที่มาที่เราทั้ง 4 คน ก็เห็นตรงกันว่าเรามาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นกันเถอะ ส่วนหนึ่งมาจากที่เราทั้ง 4 คน มีความชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และประกอบกับในตอนนั้นเรามองเห็นโอกาสและเราอยากให้คนไทยได้มีร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพพรีเมียมในราคาที่ไม่แพง โดยพวกเรามีเป้าหมายที่ตรงกัน นั่นคือ การมาสร้างร้านอาหารญี่ปุ่นดี ๆ แบบที่พวกเราได้เคยไปทานที่ญี่ปุ่นในรูปแบบของเรา ที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการให้แบบญี่ปุ่นที่เราเคยได้รับมา สินค้าจะเน้นคุณภาพดี มอบความคุ้มค่าและราคาต้องเข้าถึงได้ง่ายให้กับคนไทยได้ทานกัน หลังจากที่เราได้ข้อสรุป เราก็เริ่มตระเวนทานญี่ปุ่นทั่วกรุงเทพฯ ทำการบ้านกันอย่างหนัก เพื่อศึกษาตลาดธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในตอนนั้น เพื่อที่สร้างความแตกต่างให้เป็น unique selling point ที่เราต้องการเติมเต็มให้กับผู้บริโภคที่รักการทานอาหารญี่ปุ่นจริงๆ โดยภาพของร้านมากุโระ ในอนาคตที่เราต่างก็มองไว้ออกมาเป็นภาพเดียวกันนั้นคือ ร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศอบอุ่น ขนาดประมาณ 100-150 ตร.ม. ที่นั่งทั้งแบบโต๊ะสำหรับลูกค้าแบบครอบครัวใหญ่ และมีเคาน์เตอร์สำหรับลูกค้ามาคนเดียว หรือกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น คู่รัก ที่ต้องการนั่งหน้าบาร์ ได้เห็นการทำอาหารของเชฟแบบเพลิน ๆ ระหว่างการทานอาหาร ลูกค้าทุกกลุ่มที่เข้ามาทานที่ร้านจะต้องได้รับความสุข มีเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม เป็นพื้นที่ ๆ เราจะได้เห็นครอบครัว เพื่อนฝูงมาใช้เวลาดีๆร่วมกันในร้านของเรา และที่นี่คือแหล่งรวมตัวกันของคนรักอาหารญี่ปุ่นทุกคนจะได้เต็มอิ่มกับเมนูทุกประเภทมีที่ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเมนูแซลมอน ซาชิมิ แบบที่ทุกคนคุ้นเคย โดยเรานำปลาเข้ามาแหล่งที่ดีที่สุดอย่างนอร์เวย์, เมนูซูชิหลากหลายหน้าตั้งแต่แบบต้นตำรับอย่าง Nigiri Box ไปจนถึงเมนูครีเอชั่นที่ผสมผสานทั้งรสชาติและวัตถุดิบลงตัว โดยที่ทางร้านจะมีการนำเข้าวัตถุดิบท่องถิ่นตามฤดูกาล หรือวัตถุดิบหายากจากญี่ปุ่นสำหรับเมนูพิเศษ เพื่อมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ให้กับลูกค้ามากุโระได้ลิ้มลองอยู่เสมอๆ ซึ่งในทุกเมนูของที่ร้านนอกจากจะต้องใช้ของดี รสชาติอร่อยแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่เราต้องการให้ลูกค้าได้สัมผัสก็คือ ทุกเมนูที่เสิร์ฟจะต้องจัดออกมาได้อย่างสวยงาม น่าจดจำและยิ่งใหญ่ แบบที่ต้องตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เห็นอาหารที่ร้านของมากุโระ จนเกิดเป็นวัฒนธรรม “การให้มากกว่าที่ขอ” (GIVE MORE) ที่เรายึดเป็นหลักการทำงานของพวกเราทุกคนในองค์กรตั้งแต่ระดับบริหาร จนไปถึงพนักงานบริการที่ร้านทุกตำแหน่ง

ด้วยหลักการทำงาน และวัฒนธรรมขององค์กรของ “การให้มากกว่าที่ขอ” (GIVE MORE) ของพนักงานทุกคนได้ส่งต่อสู่ลูกค้า ผ่านทุกกระบวนการทำงานไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลัง หรือเบื้องหน้า จึงทำให้วันนี้ ร้านอาหารญี่ปุ่นมากุโระ สามารถดึงดูด และครองใจลูกค้าให้เข้ามาเป็นลูกค้าประจำได้จำนวนมาก ตั้งแต่สาขาแรกจนถึงปัจจุบัน

“เราตัดสินใจเปิดสาขาแรกเมื่อวันที่  27 พฤษภาคม 2558 ในพื้นที่ส่วน Retails ของศูนย์การค้า Chic Republic บางนา กม.4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Destination location ให้เป็นร้านประจำขวัญใจเพื่อนบ้านย่านบางนา (Neighborhood restaurant) รองรับพฤติกรรมการทานและใช้ชีวิตของประชากรย่านบางนา ที่มองหาร้านอาหารดี ๆ เดินทางเข้าเข้าออกสะดวกอยู่แล้ว ทำให้การที่จะดึงดูดลูกค้าให้ตัดสินใจเข้ามาลองอาหารที่ร้านจึงไม่ใช่เรื่องยากมากนัก และเมื่อเริ่มมีลูกค้าเข้ามาทานที่ร้านก็ได้ชื่นชอบในคุณภาพและรสชาติอาหารของเราเป็นอย่างมาก เกิดกลายเป็นเสียงการบอกต่อจากปากสู่ปากไปในวงกว้างมากขึ้น จนทำให้ร้านได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากคนในย่านอื่น ๆ ด้วย ซึ่งตั้งใจเดินทางเพื่อมาทานอาหารที่ร้านเราเท่านั้น ทำให้ร้านสาขาแรกนี้มีคิวลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนแรก ๆ ที่เปิดร้าน หลังจากนั้นเราก็วางแผนที่จะเปิดสาขาที่ 2 โดยเลือกเป็นย่านพระราม 3  ในโครงการ Int Intersect เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2559 และเราก็วางแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้นในทุกปีเสมอ จนปัจจุบันเรามีสาขาครอบคลุมเพื่อให้บริการตั้งแต่ในย่านบางนา (2 สาขาได้แก่ ชิคฯ บางนาและเมกา บางนา), ย่านพระราม3, ย่านแจ้งวัฒนะ, ย่านราชพฤกษ์ (2 สาขาได้แก่ ชิคฯ ราชพฤกษ์และ เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์), ย่านรัชดา-พระราม 9 และย่านสยามสแควร์ จนล่าสุดเราได้เข้ามาอยู่ใจกลางเมืองอีกครั้งที่แยกราชประสงค์ เกิดเป็นสาขาที่ 10 บนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 6 เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 นี้เอง จริงๆ แล้วเรามีแผนงานขยายสาขาอย่างน้อย 1-2สาขาต่อปี แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันจึงมีการชะลอตัวทางด้านแผนงานการขยายสาขาไว้ตั้งแต่ปี 2563 ตอนนี้พวกเราอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรอจังหวะ และโอกาสที่เหมาะสมที่จะผลักดันให้เกิดสาขาที่ 11 ให้เปิดได้อย่างเต็มศักยภาพที่สุด”

อย่างไรก็ตาม คุณโชค และเพื่อนๆ ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ร้านอาหารดีดีให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะเจอกับสถานการณ์โควิด และจำเป็นต้องชะลอแผนงานไปบ้าง คุณโชคกล่าวว่า ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้คิด และเตรียมตัวอย่างดีที่สุดในการเปิดตัวธุรกิจใหม่เช่นกัน

“พวกเรามีแผนจะต่อยอดธุรกิจร้านอาหารเกาหลีภายใต้ MAGURO Group ภายใต้แบรนด์ ซัมติง ทูเก็ทเตอร์ (SSamthing Together) ครับ โปรเจคเริ่มมาจากสถานการณ์โควิคในปี 63 ที่ผ่านมา จากที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากความวิตกกังวลการออกไปทานอาหารนอกบ้าน และมีช่วงที่ร้านไม่สามารถเปิดได้ พนักงานหลายตำแหน่งไม่มีงานทำ จึงทำให้ช่วงนั้นเรามีเวลาที่จะได้มาทดลองทำเมนูใหม่หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คืออาหารเกาหลี ซึ่งเราต้องยอมรับเลยว่าปีนั้นเป็นยุคที่ซีรีส์เกาหลีบูมมาก ผู้คนหันมาให้ความสนใจกินอาหารแบบในซีรีย์เกาหลี เราจึงเร่งพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปิดแบรนด์ใหม่ “อาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี แบบจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ในกล่องพร้อมทาน” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Korean food with Korean series at home หรือมื้ออาหารอาหารเกาหลีแบบปิ้งย่าง กับการดูซีรีย์หรือหนังเกาหลีที่บ้าน เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 โดยใช้การกระจายและการจัดการในรูปแบบของ Ghost Kitchen จัดส่งออกจาก 5  จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยไม่มีหน้าร้าน และจากการตอบรับที่ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจในรูปแบบของเดลิเวอรี่ เราจึงต้องการต่อยอดจากจุดนี้ โดยวางแผนเปิดสาขาแบบนั่งทานที่ร้านเป็นสาขาแรก      ที่เมกะ บางนา ชั้น 2 โซนฟู้ดวอร์ค เป็นร้านอาหารเกาหลีระดับพรีเมียมในราคาเอื้อมถึง เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และครอบครัวที่หลงใหลในวัฒนธรรมในแบบฉบับของเกาหลี รวมถึงกลุ่มคนที่มองหาการทานอาหารเกาหลีที่มีกลิ่นอายและบรรยากาศของความเป็นเกาหลีจริง ๆ ทางร้านมีมีเมนูให้เลือกทานหลากหลายชิ้นส่วนทั้งคนที่ทานหมู หรือทานเนื้อก็สามารถอร่อยร่วมโต๊ะกันได้ลูกค้าภายในร้านจะได้รับประสบการณ์การดูแล และบริการจากพนักงานอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เสิร์ฟ ย่างอาหาร และอธิบายความพิเศษของแต่ละเมนู ภายใต้คอนเซ็ปต์ #ย่างให้ตั้งแต่ย่างแรก เรามีนำเสนอการทานแบบ SSAM หรือการห่อด้วยผักแบบวัฒนธรรมการทานของคนเกาหลี โดยที่เราจะมีผักสดอย่างผักกาดแก้วออแกนิค    ใบงา พริกเขียว กระเทียมเกาหลี พร้อมทั้งเครื่องเคียงเสิร์ฟต่าง ๆ ที่เสิร์ฟให้ตลอด โดยเรายังมีเมนูอาหารดังจากเกาหลีในรูปแบบ A la carte เช่น จับแช, บิบิบับ, ต็อกชีส รีซอตโต้ทรัฟเฟิลและซุปกิมจิต่างๆ ที่รองรับลูกค้าที่มาคนเดียวและอยากทานมื้ออาหารง่ายๆ รวดเร็ว แบบที่ไม่ต้องเปิดเตาปิ้งย่าง รวมถึงเครื่องดื่มอีกมากมาย ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับมื้อปิ้งย่างของลูกค้าด้วยครับ”

การดูแลธุรกิจร้านอาหารนับเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความเอาใจใส่เป็นอย่างมาก รวมถึงความรับผิดชอบในการดูแลธุรกิจอีกหลากหลายประเภท จึงไม่แปลกใจที่คุณโชคจะวุ่นกับการทำงานแทบตลอดเวลา “ผมมีเวลาว่างน้อยมากครับ เวลาส่วนใหญ่ของผมจะหมดไปกับการทำงาน ประชุมสำคัญๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาทางธุรกิจแทบจะทุกวัน หากมีเวลาว่างระหว่างวันบ้าง ผมก็จะพักผ่อนด้วยการอ่านเรื่องราวต่างๆ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย การติดตามเพจต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ เพื่อเพิ่มมุมมองต่าง ๆ ทางความคิด และก็ทันยุคทันกระแสอยู่เสมอ อย่างเช่น BrandAge online หรือ The secret sauce หรือเพจอาหารมากมายทั้งของคนไทยและต่างประเทศ เช่น แทนคุณ หรือ Starving time ทำให้เราได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์ และเพิ่มมุมมองการต่อยอดธุรกิจที่ผมดูแลอยู่ หรือถ้ามีเวลามากหน่อยผมก็มักจะท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ หาร้านอาหารดีๆ อร่อยๆ ทาน ทั้งในและนอกประเทศเพื่อพักผ่อนและเพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้ตัวเอง และนำมาต่อยอดการทำธุรกิจด้วยครับ”

ความชื่นชอบในการติดตามเพจที่น่าสนใจมากมายของคุณโชค เชื่อว่าจะต้องมีใครซักคนที่เป็นเสมือนไอดอลอย่างแน่นอน เราจึงขอตั้งคำถามทิ้งท้ายที่น่าสนใจ ว่าหากคุณโชคเจอไอดอลของตัวเอง และมีเวลาแค่ 15 วินาทีในการพูดเพื่อให้เขารู้ว่าคุณคือใคร คุณจะบอกหรือแนะนำตัวเองว่าอย่างไร “ผมน่าจะบอกเค้าว่า ผมชื่อโชคครับ ตอนนี้เป็นนักธุรกิจที่บริหารมาหลายรูปแบบและผมรักในสิ่งนี้มาก ส่วนหนึ่งผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากคุณ และหากคุณสนใจจะทำธุรกิจ หรือมีอะไรที่ผมสามารถเป็นบัดดี้ให้คำปรึกษาในเรื่องที่ผมถนัดหรือช่วยคุณได้ ขอให้บอกผมได้เลย!!”

เชื่อว่าคำตอบสุดท้ายสะท้อนให้เราเห็นได้เลยว่าเป็นผู้บริหารที่มีมุมมองที่น่าสนใจ และไม่เคยหยุดนิ่งกับการสร้างสรรค์ และต่อยอดธุรกิจจากโอกาสต่างๆ ที่เข้ามาเลย

food

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.