Signify ธุรกิจแสงสว่างที่เชื่อมั่นในนวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้

Aug 21, 2021 -None-

นวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้จริงหรือ ตัวแปรที่เข้าเปลี่ยนแปลงมนุษย์เรานั้น เกิดจากสติปัญญาของมนุษย์เองที่ต่อยอดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนที่ก้าวหน้าไปในแต่ละยุคสมัย โลกธุรกิจที่ถูกวางแบบแพลนให้ขับเคลื่อนไปก่อนเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค แน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จนั้น ประกอบไปด้วย ปัจจัยหลายอย่าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแวดวงธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นถือกำเนิดมาได้ด้วยนวัตกรรม

Mr.Jagannathan Srinivasan, Managing Director บริษัท Signify Commercial (Thailand) จำกัด หรือเป็นที่รู้จักในอดีตคือ Philips Lighting กล่าวถึงความสำคัญของนวัตกรรม ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Philips ก้าวเป็นผู้นำที่ครองใจผู้บริโภค จากผลสำรวจของ Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องถึง 21 ปีติดต่อกัน เป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ Philips “นวัตกรรมเป็นหนึ่งในความแข็งแกร่งหลักของบริษัท ผมคิดว่านวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของเรา ทำให้ช่วงทศวรรษ 80-90 ที่ผ่านมานวัตกรรมทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำ”

สินค้าที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้า จุดเริ่มต้นของการคิดนวัตกรรมทั้งหมดของ Signify เริ่มจากแก้ปัญหาทั้งหมดของลูกค้า องค์กรของ Signify อยู่ในตลาดที่แตกต่างหลากหลาย ทำให้ได้ฟีดแบ็คของลูกค้าแล้วแปลงข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลเชิงลึก จากนั้นทำเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด หรือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ

“ทีม R&D ของเราในแล็บทั่วโลก เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมที่มี Value Proposition ออกมา ทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันในฐานะที่บริษัทเป็นผู้นําระดับโลกของธุรกิจแสงสว่าง เราใช้งบประมาณ 5% ของรายได้ประจำปีในเรื่องการวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งเงินที่เราใส่เข้าไปนั้นล้วนให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ถ้าพูดถึงนวัตกรรมแล้ว เราทุ่มงบประมาณสูงสุดในอุตสาหกรรม มันเป็นเรื่องสำคัญมากในธุรกิจแสงสว่าง ปีที่แล้วเราใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาทกับเรื่องนวัตกรรม ผลของการลงทุนข้างต้นทำให้เราได้ประโยชน์จากสิทธิบัตรที่เราสร้างขึ้น มันเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ดีถึงผลตอบรับที่ได้จากการลงทุนเรื่องนวัตกรรมของเรา”

การจะฉายภาพให้กว้างขึ้นถึงการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ผลิตผลของ Signify นั้น มีอะไรบ้าง มองภาพย้อนไปตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบันเรามีสิทธิบัตรมากถึง 19,500 ฉบับทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านแสงสว่าง จากสิทธิบัตรเหล่านี้ เรามีสิทธิบัตรสีเขียว หรือ Green Patent เราเรียกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ว่าเป็น Green Impact วัตถุประสงค์ของสิทธิบัตรนี้คือการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรามีมากถึง 500 ฉบับ

บริษัท Signify เป็นบริษัทที่ถูกเลือกให้อยู่ใน Green 100 Index ซึ่งรวมบริษัท 100 อันดับแรกของโลกที่มี Green Patent มากที่สุดเข้ามาอยู่ด้วยกัน เราเป็นบริษัทที่ 36 จากผลสำราวจนี้ และเป็นอันดับ 1 ในบรรดาบริษัทที่เกี่ยวกับแสงสว่าง และถ้าจะพูดถึงประโยชน์ที่เราได้จากสิทธิบัตรเหล่านี้ ยกตัวอย่าง เช่น เราเป็นผู้ถือสิทธิบัตรเรื่อง LED เพื่อการส่องสว่าง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 โดยเปิดให้ทุกอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงและใช้สิทธิบัตรนี้ได้อย่างทั่วถึง โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมการใช้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงยกระดับการใช้งาน LED ทั้งวงการอุตสาหกรรม อีกทั้งประโยชน์ที่เราได้จากเทคโนโลยี LED คือเมื่อเปลี่ยนจากหลอดไฟฟ้าแบบเดิมมาใช้ LED ทำให้ทั้งโลกสามารถลดการใช้พลังงานลงกว่า 50-80% เปรียบเทียบกับการใช้เทคโนโลยีแบบเดิมๆ

กลับมาเรื่องนวัตกรรม ที่เราได้พัฒนาขึ้นมาจากความต้องการของลูกค้า ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เห็นได้เด่นชัด และจับต้องได้ใกล้ตัวผู้บริโภคที่สุดในปัจจุบัน เริ่มกันที่ Philips Hue และ WiZ เป็นสินค้าหมวดที่เรียกว่า Connected Home Lighting สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน คือเราใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น บ้านจึงต้องใช้งานได้อเนกประสงค์ ระบบนี้ควบคุมอุปกรณ์ส่องสว่างทุกแห่งในบ้าน โดยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัสเพียงครั้งเดียวจากสมาร์ทโฟน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค โดยสามารถปรับเปลี่ยนแสงไฟบรรยากาศในบ้านให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำงาน พักผ่อน ปาร์ตี้

โดยผู้บริโภคสามารถที่จะเพิ่มความสามารถต่างๆ ให้กับระบบไฟเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานหรือความต้องการเฉพาะตัวได้ ตัวอย่างการใช้ App IFTTT หรือ If This Then That มากำหนดสูตรการทำงานของไฟ เช่น แฟนบอลทีมปีศาจแดงทั่วโลกที่ใช้ Philips Hue ทุกครั้งที่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปแข่งที่ใดในโลกแล้วยิงประตูได้ ไฟก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีประจำของทีม Man U เพื่อให้ทราบผลโดยไม่จำเป็นต้องเปิดดูการแข่งขัน เหล่านี้ถือเป็นการเติมเต็มจินตนาการและความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเฉพาะตัว และยังรองรับการใช้งานในอนาคตอีกมากมาย

อีกหนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายมากของโลก คือความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งถือเป็นวิกฤตของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต อย่างที่ทุกคนเรียนรู้พืชต้องการน้ำ และอาศัยแสงอาทิตย์ในการเติบโต สิ่งที่เราต้องทำ คือให้มีแสงสว่างสม่ำเสมอ พืชก็จะเติบโต แต่เราล้ำหน้าไปกว่านั้นมาก โดยเราวิจัยจนพบว่าพืชยังต้องการแสงในรูปแบบอื่นๆ อีกตามระยะ

เวลาจึงเป็นสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมา โดยเราเรียกว่าเป็น Light Recipe หรือสูตรแสงสว่าง ซึ่งถูกคิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญของเรา ให้เหมาะสมกับพืชผักแต่ละชนิด ผลที่ได้คือเราสามารถกำหนดจำนวนผลผลิตได้ตามความต้องการ เพิ่มรอบผลผลิต และทำให้คุณภาพผลผลิตดีกว่า มีรสชาติดีขึ้นกว่าที่เคยมีมา

อีกตัวอย่างนวัตกรรมเพื่อประเทศและเมือง คือเราทราบดีว่าเสาไฟถนนในประเทศมีจำนวนมากเพียงใด การมีเสาไฟจำนวนมาก แสดงว่าเราต้องสูญเสียพลังงานจำนวนมาก ด้วยเหตุที่เสาไฟต้นหนึ่งใช้ไฟประมาณ 200-400 วัตต์ แต่ด้วยนวัตกรรม LED ปัจจุบันนี้ หากเราเปลี่ยนเสาเป็นระบบไฟ LED การใช้ไฟจะเหลือเพียง 50-80 วัตต์เท่านั้น ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานทั้งประเทศลงได้มากกว่า 70% และเรายังได้พัฒนาต่อให้ระบบไฟตามท้องถนนฉลาดขึ้นด้วย IoT ซึ่งเพิ่มทั้งความสะดวกในการบริหารจัดการพลังงานมากขึ้นไปอีกและเพิ่มความปลอดภัย ตัวอย่าง เช่น ถนนในนคร New York ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบไฟแบรนด์ Interact ของเรา ทำให้ผู้บริหารจัดการไฟในเมืองสามารถรู้ว่า ไฟดวงไหนเสียโดยที่ไม่ต้องรอใครโทรแจ้ง หรือเกิดเหตุอาชญากรรมในเมืองไฟถนนทั้งหมดในช่วงครึ่งกิโลเมตรจากจุดที่มีการยิงจะสว่างขึ้นจากเดิมทันทีเป็น 200% เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ นอกจากนั้นมันส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังสถานีตำรวจใกล้ที่สุดทันทีด้วย

“Signify เราเป็นบริษัทซึ่งให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN หรือ SDG [Sustainable Development Goals] จากนั้นมาดูว่า เราทำอะไร เราสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง ผมพูดได้ว่า โดยพื้นฐาน นวัตกรรมของเราล้วนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก เราเชื่อในศักยภาพของแสงสว่าง และเรามุ่งมั่นที่จะปลดล็อกศักยภาพนั้น เรามักถามตัวเองเสมอๆ ว่า แสงสว่างสร้างผลกระทบเชิงบวกมากที่สุดได้จากจุดใด” Mr.Jagannathan Srinivasan กล่าวทิ้งท้าย ®

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.