5,468
VIEWS

เปิด 3 กลยุทธ์ โรบินสันไลฟ์สไตล์ นำพาคู่ค้าให้รอดอย่างไรในวันที่ยังวิกฤต

Jun 29, 2021 -None-

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ทำเอาหลายอุตสาหกรรมเหนื่อยไปตามๆ กัน โดยเฉพาะ Ecosystem ของตลาดรีเทลที่ต้องบอกเลยว่าแทบจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว

แม้ภาครัฐจะไม่ได้มีมาตรการให้ศูนย์การค้าต่างๆ หยุดให้บริการแต่อย่างใด แต่ด้วยสภาพคล่องของผู้คนที่กำลังจะหยุดชะงักทั้งในกลุ่มผู้ค้าและลูกค้า ผู้คนไม่จับจ่าย ผู้ค้าขาดรายได้แต่ยังคงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในจำนวนเท่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งวิกฤตครั้งนี้อยู่ยาวนานเท่าไหร่ ทุกคนใน Ecosystem นี้ ก็จะยิ่งได้รับผลกระทบรุนแรงขึ้นเท่านั้น

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในฐานะผู้ประกอบการรีเทลที่ตระหนักเสมอว่า “คู่ค้า คือส่วนสำคัญแห่งความสำเร็จของธุรกิจ” คงไม่สามารนิ่งเฉยรอเวลา พยายามเสาะหาวิธีการช่วยเหลือ เยียวยาคู่ค้า ให้ก้าวผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปให้ได้

คุณจักรภพ ปิยะรัตน์ HEAD OF PROPERTY MANAGEMENT ศูนย์การค้า​โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ปัจจุบัน โรบินสันไลฟ์สไตล์ มีคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจประเภท Food และ Non-Food ใน 24 สาขาทั่วประเทศ รวมกันราว 3,000 ร้านค้า ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสำเร็จของธุรกิจ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งมาจากการได้รับการสนับสนุนจากคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้เอง โรบินสันไลฟ์สไตล์ จึงต้องพยายามพาคู่ค้าทุกคนก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ให้ได้ แม้ว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์ จะโดนผลกระทบเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ล่าสุด โรบินสันไลฟ์สไตล์ ได้มีการวางแผนและเปิดตัว 3 กลยุทธ์สำคัญในการเดินหน้าช่วยเหลือเยียวยาคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจแบบครอบคลุมทั้งในส่วนการทำการตลาด และสภาพคล่องทางธุรกิจ เพื่อจับมือก้าวผ่านวิกฤตนี้อย่างมีทิศทางและเป้าหมายร่วมกัน ประกอบด้วย...

 

Omni-Channel Mall

กลยุทธ์การเพิ่มช่องทางและโอกาสในการขายสินค้า – บริการให้แก่คู่ค้าและผู้ประกอบการด้วยธุรกิจบนแพลตฟอร์มออมนิแชนแนล ตอบรับกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคยุคนิวนอร์มอล โดยแบ่งออกเป็นบริการ 2 รูปแบบคือ

Robinson Lifestyle Chat & Shop

บริการ “ช้อปผ่านแชต” ผ่าน LINE Friend โรบินสันไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ช้อปปลอดภัย อยู่ที่ไหนก็ช้อปกับร้านค้าแบรนด์ดังในศูนย์การค้าฯ ได้” โดยเริ่มนำร่องใน 3 สาขาได้แก่ สาขาลาดกระบัง สาขาสมุทรปราการ และสาขาฉะเชิงเทรา

“ลูกค้าจะมีผู้ช่วยช้อปส่วนตัวพาช้อปสินค้าจากร้านค้าชั้นนำ มีทั้งอาณาจักรผลิตภัณฑ์ความงาม สกินแคร์ อุปกรณ์สมาร์ทโฟน สินค้าไอที แอคเซสซอรี่ แว่นตา จากแบรนด์ต่างๆ พิเศษกว่านั้น คือถ้าลูกค้าใช้บริการ Chat & Shop กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 7-30 มิถุนายน 2564 ช้อป 4,000 บาทขึ้นไปก็จะได้รับบัตรกำนัลจากท็อปส์มูลค่า 200 บาท ช้อป 2,000 บาท รับบัตรกำนัลจากท็อปส์มูลค่า 100 บาท ฟรีไปเลย (จำกัด 50 สิทธิ์ / สาขา / ยอดใช้) ทั้งยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในอนาคตเราจะมีการขยายบริการดังกล่าวนี้ไปยังสาขาอื่นๆ ต่อไปด้วย”

Robinson Lifestyle Facebook Live

ชวน กิน ช้อป เที่ยว แบบ New Normal ผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ของ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ประเดิมที่ 7 สาขา ได้แก่ บุรีรัมย์ ฉะเชิงเทรา ตรัง ชัยภูมิ แม่สอด จันทบุรี และราชบุรี สัปดาห์ละ 2 รอบ ด้วยการชวนกินอาหาร ขนม และเครื่องดื่มแบรนด์ดังแบบจัดเต็ม พร้อมชวนเที่ยวในงานเทศกาลอาหาร และ Box Market

ไม่เพียงเท่านั้น โรบินสันไลฟ์สไตล์ ยังร่วมกับ 2 พันธมิตร GrabFood และ Foodpanda จัดแคมเปญ “Robinson Lifestyle x Foodpanda & GrabFood เสิร์ฟความอร่อยถึงที่” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เปิดให้บริการ โทรสั่งรับความอร่อย, บริการสั่งอาหารกลับบ้าน, บริการ Delivery และบริการ Robinson Drive Thru

“เราจะมอบส่วนลด 30 บาท ทุกออร์เดอร์การสั่งและส่งอาหาร เพียงกรอกโค้ดส่วนลด RBSLSC30 ที่ GrabFood (สำหรับทุกออร์เดอร์การจัดส่งอาหารของร้านอาหารภายในศูนย์การค้าฯ 16 สาขา) และ Foodpanda (สำหรับทุกออร์เดอร์การสั่งอาหารภายในศูนย์การค้าฯ 24 สาขา) ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2564 โดยบริการทั้งหมดลูกค้าสามารถชำระเงินผ่าน E-Wallet ที่สามารถชำระเงินสะดวก ปลอดภัย ไร้สัมผัส นอกจากนี้ เรายังวางแผนว่าจะมีการเปิดตัวช่องทางขายบนแพลตฟอร์มออมนิแชนแนลในรูปแบบอื่นๆ อีกในอนาคต รวมทั้งมีการจัดแคมเปญการตลาดและโปรโมชั่น ร่วมกับคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

สินเชื่อเพื่อคู่ค้า โรบินสันไลฟ์สไตล์

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ร่วมมือกับ ธนาคารกสิกรไทย ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่คู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจ ราว 3,000 ราย ของ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ทั้งที่เป็นลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ของธนาคาร ให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ ภายใต้โครงการ “สินเชื่อเพื่อคู่ค้า โรบินสันไลฟ์สไตล์” โดยแบ่งมาตรการช่วยเหลือออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

สินเชื่อฟื้นฟู วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ลูกค้าเดิมของธนาคารสามารถกู้ได้สูงสุด 30% ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจที่มีกับธนาคาร

ลูกค้าใหม่ขอกู้ได้สูงสุด 20 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี พักชำระเงินต้น นานสูงสุด 24 เดือน (ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก) อัตราดอกเบี้ย 2% ใน 2 ปีแรก  อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ต่ำสุด 3.8% ต่อปี และฟรีค่าธรรมเนียมการจัดการให้กู้

สินเชื่อไม่มีหลักประกัน

ลูกค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟู หรือ มีสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่น ขอกู้ได้สูงสุด 5 ล้านบาท โดยบสย.ค้ำประกันเต็มวงเงิน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ย ต่ำสุด MRR+3% และฟรีค่าธรรมเนียม บสย. นาน 2 ปี

 

ดูแลค่าเช่าของคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจ

ทาง โรบินสันไลฟ์สไตล์ อาสาดูแลค่าเช่าของคู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจ ตามสถานการณ์และความเหมาะสม เช่น กรณีปิดศูนย์การค้าฯ เป็นการชั่วคราว หรือกรณีปิดตามคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยพยุงธุรกิจที่ได้รับผลกระทบให้สามารถดำเนินอยู่ได้ และกลับมาฟิ้นตัวโดยเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ คุณจักรภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์ มั่นใจ 3 กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้คู่ค้าและผู้ประกอบการธุรกิจก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ไปได้

“เจตนารมณ์ที่เรามีมาโดยตลอด คือ เราจะไม่ทอดทิ้งธุรกิจพันธมิตรโดยเด็ดขาดยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ด้วยแล้ว เราสัญญาว่าจะพยายามนำพาทุกธุรกิจพันธมิตรของเราให้ก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมที่จะกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.