11,105
VIEWS

เจาะดีลสะเทือนวงการ มหากาพย์คอนเทนต์ สตรีมมิ่ง ตอบคำถามว่าทำไม Disney+ Hotstar ต้องเลือก AIS

Jun 23, 2021 -None-

ไม่นานมานี้หลายคนอาจจะได้ยินข่าวการร่วมมือกันระหว่าง Disney+ Hotstar กับ AIS กันมาบ้างแล้ว ซึ่งต้อง บอกเลยว่า เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับคนไทยไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะอย่างที่ทราบดีกว่าเหล่าแฟนๆ Disney ต่างก็เฝ้ารอการมาของ Disney+ Hotstar นับตั้งแต่ทางค่ายใหญ่ได้เปิดตัวครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562

ทันทีที่เริ่มมีข่าวลือว่า Disney+ Hotstar จะเริ่ม streaming ในไทย ผู้คนก็ต่างพากันให้ความสนใจกันยกใหญ่ จนล่าสุดทางค่ายก็ได้ ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าจะเข้าฉายในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ที่จะถึงนี้

แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น ก็คือ Disney+ Hotstar  เลือกให้สิทธิ์กับ AIS ในการเป็น “Exclusive Telecom Operator” หรือ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นพาร์ทเนอร์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งทาง AIS ก็ออกมาเปิดราคาพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือนไว้อย่างน่าตกใจด้วยราคา 35 บาท นาน 12 เดือน แถมเพิ่มให้ใช้ฟรีอีก 1 เดือน เรียกได้ว่า เป็นข่าวใหญ่ ข่าวดังที่สร้างแรงกระเพื่อมให้วงการ Operator และ Content Streaming ไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่หลายคงมีคำถามในใจว่าทำไมล่ะ...ทำไม Disney+ Hotstar  ต้องเลือก AIS? เพราะจะว่าไปแล้วมันก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่ทั้งสอดคล้องและย้อนแย้งไปพร้อมๆ กัน

ยกตัวอย่าง เช่น AIS เองก็มี AIS Play ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการในลักษณะเดียวกับ Disney+ Hotstar อยู่แล้ว เขาจะ แย่งลูกค้ากันหรือเปล่า หรือทำไม Disney+ Hotstar  ไม่เลือกคนในธุรกิจอื่นมาเป็นพาร์ทเนอร์ไปเลย รวมถึงเมื่อ Disney+ Hotstar  เริ่มให้บริการ แล้วโดยมี AIS เป็นคนดูแล แล้วการแข่งขันต่อไปจะเป็นอย่างไร เราจะพาไปหาคำตอบพร้อมกัน

อย่างแรกต้องบอกเลยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นการเลือกที่ค่อนข้างฉลาด เพราะมันคือดีลธุรกิจสุดสะเทือนวงการทั้ง Operator และ Content Streaming

 

เพราะเมื่อลองมาคิดๆ ดูแล้วด้วยธรรมชาติของธุรกิจ Content Streaming ที่มีต้นทุนการซื้อคอนเทนต์ ค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ค่าพัฒนาระบบที่ค่อนข้างจะ Fixed Cost อยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีผู้ใช้งานหรือไม่ มากหรือน้อยขนาดไหนก็ตาม ถึงอย่างไร Disney+ Hotstar  ก็ต้องจ่ายเท่าเดิม จึงเป็นการดีกว่าหากจะสามารถหาลูกค้ามหาศาลในระยะเวลาอันรวดเร็ว

AIS ซึ่งเป็น Operator อันดับ 1 ของเมืองไทยที่มีผู้ใช้กว่า 43 ล้านเลขหมาย และมีลูกค้าอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง มากถึง 1.43 ล้านราย จึงเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ Disney+ Hotstar  สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าการมีฐานลูกค้าอยู่ในมือราวๆ 60% ของจำนวนประชากรในประเทศ ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ค่าย อื่นไม่มี และไม่มีใครสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ได้อีก

ประกอบกับว่า “คลื่นสัญญาณ” เป็นหัวใจสำคัญในการดูภาพยนตร์และซีรีส์ต่างๆ หากคลื่นสัญญาณไม่สามารถ รองรับคอนเทนต์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบก็จะทำให้เสียอรรถรสในการรับชม

AIS ซึ่งเป็น Operator ที่มีคลื่น 5G มากที่สุดและคุณภาพสัญญาณที่ดีที่สุด จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สมเหตุ สมผลที่สุดของ Disney+ Hotstar  อย่างไม่มีข้อกังขา

นอกจากกเรื่องของกลุ่มเป้าหมายและคุณภาพเครือข่ายที่ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญแล้ว การร่วมมือกันในครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างความสะดวกสบายให้กับทาง Disney+ Hotstar อย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะ AIS สามารถลดทอน และตัดขั้นตอนความวุ่นวายต่างๆ ตลอดจน สร้างการรับรู้ สร้างยอดขาย ดึงดูดและเพิ่มจำนวนผู้ใช้ได้ด้วยความเชี่ยวชาญที่มี ตัวอย่าง เช่น

 

สร้าง Engagement ด้วยราคา ตอบโจทย์ลูกค้าเก่า เข้าใจลูกค้าใหม่     

เพราะ AIS เข้าใจดีว่าปัจจัยด้านราคามีความสำคัญกับการเลือกรับชมของผู้บริโภคชาวไทย คนไทยส่วนใหญ่ ไม่คุ้นเคยกับการต้องเสียเงินเพื่อรับชมคอนเทนต์ดีๆ เห็นได้ชัดจาก Free TV ที่ยังมีตัวเลขเม็ดเงินโฆษณากว่าครึ่งของ ตลาดรวม  ดังนั้น การจะแย่งชิงพื้นที่การรับชมภายในบ้านของผู้บริโภคจึงต้องเอาปัจจัยด้านราคาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

AIS ดึงผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์ด้านราคา โดยการตั้งราคาค่าบริการช่วงก่อนเปิดตัวเพียง 35 บาทต่อเดือน นาน 12 รอบบิล ทั้งยังแถม ให้ลูกค้าได้ใช้ฟรี อีก 1 เดือน แต่ก็แน่นอนว่า สิทธิพิเศษนี้มีให้สำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น ในขณะที่ลูกค้าค่ายอื่น ต้องสมัครเป็น แพ็กเกจรายปีที่ออกโดยดิสนีย์ ในราคา 799 บาท/ปี เท่ากับว่างานนี้ AIS ยิง 1 ได้ถึง 3 ทั้งได้ใจลูกค้าเก่า มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่ แถมยังเพิ่มผู้ใช้ให้ Disney+ Hotstar ไปพร้อมๆ กัน

Disney+ Hotstar ไม่จำเป็นต้องทำโฆษณาเอง

            ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสารของ AIS ทั้งในเรื่องการใช้พรีเซ็นเตอร์ การเลือกใช้สื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์  การใช้ Paid, Earn, Own Media อย่างเชี่ยวชาญ แบบที่เรียกว่าคนทั่วไปเห็น AIS อยู่ในทุกที่ของการใช้ชีวิต นั่นแสดงให้เห็นว่า AIS เชี่ยวชาญในการใช้สื่อมากขนาดไหน

            อย่างในช่วงแรกของการเปิดตัว AIS ได้วางแผนการสื่อสารไว้อย่างครอบคลุม จนทำให้วันแรกของการแถลงเปิดตัว ให้บริการ Disney+ Hotstar แทบจะทุกพื้นที่สื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ กลายเป็น Disney+ Hotstar และ AIS กันไปหมด

แน่นอนว่า ความน่าสนใจหลังจากนั้นคือทั้ง Influencer และ KOL ต่างก็หยิบเอาดีลครั้งนี้ไปสร้างคอนเทนต์ จนเป็นกระแส ทั้งยังมีการนำพรีเซ็นเตอร์มาช่วยโปรโมทผ่านการเล่าถึงคอนเทนต์ที่ชื่นชอบอย่างต่อเนื่อง ทำให้การมาของ Disney+ Hotstar ถูกรับรู้ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

Disney+ Hotstar มีช่องทางช่วยเก็บค่าบริการรายเดือนง่ายๆ ทันที

เพราะ AIS มีระบบการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น My AIS รวมถึงรองรับรูปแบบการชำระเงินทุกรูปแบบอยู่แล้ว ทำให้ Disney+ Hotstar  ไม่ต้องวุ่นวายกับการเก็บค่าบริการรายเดือน และอาจรวมไปถึงจำเป็นไม่ต้องดูแลลูกค้าเองด้วย ซึ่งถ้าหาก ย้อนกลับไปดูก็จะพบว่า AIS เป็นพาร์ทเนอร์ และช่วยดูแลลูกค้า ตลอดจนเป็นช่องทางจ่ายค่าบริการของผู้ให้บริการสตรีมมิ่งมาแล้วหลายราย นับเป็นเครื่องยืนยันว่าระบบการสมัคร การชำระเงิน รวมถึงการรับชมบนเครือข่ายของ AIS มีประสิทธิภาพมากพอ

การเลือก AIS มาเป็นพาร์ทเนอร์ในเมืองไทยจึงทำให้ Disney+ Hotstar สามารถเติบโตในเมืองไทยและมีผู้ใช้เพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดดโดยที่ทาง Disney ไม่ต้องลงแรงอะไรมากในช่วงเริ่มต้น

แล้วหากถามว่า ทำไม AIS ต้องทำมาธุรกิจที่ทับไลน์และไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองด้วยล่ะ?

ก็ต้องตอบว่า ในตลาด OTT หรือธุรกิจ Streaming เมืองไทย ถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่ยังมีการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ “คอนเทนต์” ที่จะมาเป็น Magnet สำคัญในการดึงผู้ชมเข้าสู่แพลตฟอร์มของตัวเอง

ด้วยจำนวนภาพยนตร์กว่า 700 เรื่อง และซีรีส์กว่า 14,000 เรื่อง บวกเข้ากับการที่ Disney+ Hotstar  มียอดผู้ใช้ทะลุ 73.7 ล้านรายภายใน 1 ปี และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีก 100 ล้านรายภายใน 4 เดือน ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า Disney คือ Market Player ที่มีแฟนคลับทั่วโลก และจะกลายมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาด Content Streaming

การจับมือกับ Disney+ Hotstar ในครั้งนี้ ด้วยอัตราค่าบริการถูกขนาดนี้จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ที่ลูกค้าเก่าจะ เปลี่ยนค่ายออกไป และน่าจะทำให้กลุ่มคนที่ต้องการดู Disney+ Hotstar  ย้ายเข้ามาหา AIS มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นธุรกิจ VDO Content ที่ AIS ก็มองเห็นทิศทางและโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ช่วงแรกๆ อยู่แล้ว

ในส่วนที่หลายคนมองว่า Disney+ Hotstar จะเข้ามาทับซ้อน AIS PLAY ธุรกิจ VDO Content เดิมที่ AIS มีอยู่แล้วหรือไม่นั้น หากเราลองสังเกตดีๆ จะพบว่า ทั้ง 2 แพลตฟอร์มมีคอนเทนต์ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันซึ่งน่าจะไม่ทับซ้อนหรือแย่งลูกค้ากันเองอย่างแน่นอน

นับว่าเป็นดีลธุรกิจที่ใช้ความแข็งแกร่งร่วมกันแล้วได้ประโยชน์ด้วย 2 ฝ่าย เป็นดีลมหาโหดที่สร้างแรงกระเพื่อม ให้กับทั้ง 2 อุตสาหกรรม ขนาดที่เรียกได้ว่าคู่แข่งต้องมีขนลุกกันบ้างแหละ

และนี่ก็คือทั้งหมดของคำตอบว่าทำไม “Disney+ Hotstar ต้องเลือก AIS มาเป็น Exclusive Telecom Operator เพียงรายเดียวเท่านั้น”

Entertainment

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.