11,752
VIEWS

Faith Marketing ความเชื่อ ศรัทธา และการตลาด

Jun 01, 2021 J.Wara

ปรากฏการณ์ด้านความเชื่อความศรัทธาอยู่คู่กับมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาก้าวล้ำไปมากเพียงใด แต่เรื่องของความเชื่อความศรัทธาก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน...

...พ.ศ.2530 จตุคามรามเทพ…

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของจตุคามรามเทพ วัตถุมงคลซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวนครศรีธรรมราช คนในจังหวัดนับถือในฐานะของเทวดาผู้รักษาพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งได้แก่ท้าวขัตตุคามทางด้านตะวันตกและท้าวรามเทพด้านตะวันออก

เดิมทีการผลิตจตุคามรามเทพทำเพื่อแจกเป็นของขวัญและที่ระลึก หากแต่ความศักดิ์สิทธิ์ในด้านของความแคล้วคลาด เจริญในหน้าที่การงาน บันดาลเงินทองให้แก่ผู้ครอบครองถูกบอกเล่าแบบปากต่อปาก ทำให้เกิดกระแส จตุคามรามเทพฟีเวอร์ วัดวาอาราม บุคคลและกลุ่มคนต่างๆโดดลงมาสร้างจตุคามรามเทพกันอย่างแพร่หลาย สื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ประโคมข่าวเรื่องของอภินิหาร จนนับจากปี 2530 เป็นต้นมา จตุคามรามเทพถูกสร้างขึ้นมาแล้วกว่า 1,000 รุ่น ใบจองจตุคามรามเทพบางรุ่นหมดก่อนที่จะมีการเททองหล่อวัตถุ กระแสความนิยมขยายกว้างออกไปจากคนในพื้นที่ สู่ข้าราชการ ตำรวจ นักธุรกิจ นักการเมือง ไฮโซ พนักงานบริษัท นักศึกษา ส่งผลให้จตุคามรามเทพบางรุ่นมีราคาสูงเหยียบล้าน

ปรากฏการณ์ “ตุ๊กตาลูกเทพ”

จากที่พึ่งทางใจของสามีภรรยาที่ไม่สามารถมีลูกเองได้ ทำให้ ตุ๊กตาในตระกูล Reborn baby doll ตุ๊กตาทารกสำหรับให้คุณแม่ฝึกอุ้มลูกในโรงพยาบาลได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมตุ๊กตา แต่หลังจากนั้นด้วยความเชื่อที่หยั่งลึกอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยทำให้ตุ๊กตาคลายเหงาถูกตลาดแห่งความศรัทธาสร้างให้กลายเป็นกุมารทองสายแบ๊วหรือในชื่อที่ทุกคนรู้จักดีว่า ตุ๊กตาลูกเทพ ให้โชคลาภกับผู้เลี้ยง และได้รับความนิยมชั่วพริบตา

เมื่อตุ๊กตาถูกปลุกเสกลูกเทพทั้งหลายก็กลายเป็นของขลังที่สายมูต้องการไว้ครอบครอง ยิ่งได้กระแสจากโซเชียล มีเดีย ซึ่งมีดาราและเซเลปบริตี้ อุ้มถ่ายรูปลงโซเชียลหรือพาไปไหนมาไหน ก็ยิ่งทำให้ตุ๊กตาลูกเทพเป็นที่ต้องการส่งผลให้ตุ๊กตาลูกเทพมีราคาสูง บางตัวถึงหลักหมื่น เกิดสินค้าและบริการใหม่ๆอย่างเสื้อผ้าลูกเทพ บริการอาบน้ำ สระผม เป็นต้น

พระตรีมูรติ ที่พึ่งของคนมีความรัก

เตรียมพบกับพิธีบวงสรวงองค์พระตรีมูรติครั้งยิ่งใหญ่ของปี ในวันนี้ พฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ฤกษ์สวดเวลา 19.39 น. ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถร่วมพิธีผ่าน LIVE พร้อมกันที่นี่ หากเชื่อในความรัก ทุกคนจะได้เจอกับความรักที่ดีแน่นอน 3 วันก่อนวาเลนไทน์ ขอให้ทุกคนสมหวังนะคะ

ข้อความผ่านหน้า Facebook ของ Central World สร้างปรากฏการณ์ดึงให้คนจากทั่วสารทิศที่ต้องการสมหวังในรักไปรวมตัวกันเพื่อทำพิธีใหญ่ก่อนวันวาเลนไทน์จนเต็มลานหน้าเซ็นทรัลเวิร์ล!

พระตรีมูรติ ถือเป็นเทพของศาสนาฮินดู เป็นรูปหนึ่งของพระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ ที่รวมเทพทั้งสามไว้ในองค์เดียว มีเศียร 3 เศียร แทนพระพรหม พระวิษณุและพระศิวะ มีสุนัข 4 ตัวติดตาม สุนัขเป็นตัวแทนพระเวททั้ง 4 มีแม่โคศักดิ์สิทธิ์ติดตาม 1 ตัว เสมือนเป็นการรวมพลังของเทพเจ้าทั้งสามได้แก่ “พระพรหม พระอิศวรและพระวิษณุ” ในร่างเดียว ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่า พระตรีมูรติ จะช่วยดลบันดาลให้ผู้คนที่มาสักการบูชาประสบความสำเร็จในเรื่องของความรักและการงาน หนุ่มสาวที่ต้องการสมหวังในรักจึงมักจะไปกราบไหว้ขอพรโดยเฉพาะในวันพฤหัสหลัง 21.00 น. ซึ่งถือว่าเป็นวันและเวลาที่ดีในการขอพร และหลายคนก็สมหวังดั่งพรที่ขอไว้

ไลลา นวัตกรรมทางไสยศาสตร์

ก่อนหน้านี้หากพูดถึง ตะกรุด หลายคนคงนึกถึงของขลังสำหรับผู้ใหญ่หรือผู้ชายที่ใส่เพื่อช่วยให้อยู่ยงคงกระพัน แทงฟันไม่เข้า หากแต่ปัจจุบัน Leila Amulets หรือ ไลลา แบรนด์วัตถุมงคลที่เป็นกระแสโด่งดังนำตะกรุดและวัตถุมงคลจากวัดดังหลายๆที่มาแปลงร่างให้กลายเป็นแฟชั่น ไอเท็มซึ่งใส่แล้วได้ทั้งความสวยและอุ่นใจจากสรรพคุณของวัตถุมงคลแต่ละชิ้น

กระแสความแรงของไลลากระจายออกไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางส่วนหนึ่งจากการบอกต่อถึงสรรพคุณที่ช่วยดลบันดาลสิ่งดีๆ ให้เกิดกับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน ความรัก เสน่ห์เมตตามหานิยม นอกจากนี้การดีไซน์ที่ทันสมัยใส่แล้วไม่ดูเชยเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดเงินในกระเป๋าของคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญไอดอลชื่อดังอย่างลิซ่า แบล็คพิงค์ ก็ยังเลือกไอเท็มนี้มาใส่เพื่อเสริมมงคล นั่นยิ่งทำให้ไลลาได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น

ไอ้ไข่ ขอได้ ไหว้รับ

ไอ้ไข่ แห่งวัดเจดีย์ หรือวัดไอ้ไข่ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นความเชื่อของคนพื้นที่ซึ่งเชื่อกันว่าไอ้ไข่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ทวด ขรัวทอง อันที่จริงแล้วไอ้ไข่ไม่ได้เพิ่งดังแต่เป็นที่รู้จักและศรัทธาของคนทำมาหากินและคนค้าขาย โดยมีความเชื่อว่าหากขออะไรแล้วก็จะได้อย่างที่ต้องการ

สาเหตุที่ทำให้เรื่องของไอ้ไข่บูมจนกลายเป็นปรากฏการณ์เกิดจากการที่มีรายการโทรทัศน์มาทำข่าว โดยเฉพาะรายการของมดดำ คชาภา ตัวแม่สายมูที่ใครๆรู้จัก รวมถึงการเข้าไปแก้บนของดารา คนดัง ซึ่งถูกกระจายไปโดยช่องทางโซเชียล มีเดีย ทำให้ชื่อของไอ้ไข่โด่งดังแบบฉุดไม่อยู่ ประชาชนจากทั่วสารทิศแห่มาขอพรเพื่อให้สมปรารถนา โดยเฉพาะการขอหวยที่ว่ากันว่าไอ้ไข่ให้โชคแก่ผู้บูชามาแล้วมากมาย สร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน รวมถึงดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเดือนหนึ่งมากกว่า 1 แสนราย

เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ความเชื่อความศรัทธาซึ่งไม่เคยห่างหายไปจากสังคมไทย เพราะเมื่อเรื่องหนึ่งจางหายไปก็จะมีเรื่องใหม่เข้ามาทดแทนที่

ดังนั้นเรื่องของความเชื่อความศรัทธาจึงเป็นเรื่องที่ผูกพันกับคนไทยตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน และตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ถ้ามองดูรอบตัวให้ดีเราจะเห็นว่าผู้คนผูกเรื่องของความเชื่อเข้าไว้กับการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฤกษ์ยาม การกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดวงดาว ดวงชะตา ฮวงจุ้ย เครื่องรางของขลังต่างๆ

หลายคนเลือกสวมใส่เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับด้วยสีมงคล ให้พระหรือเกจิอาจารย์ดังเจิมรถที่ออกมาใหม่ หรือขึ้นบ้านใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาด แม้กระทั่งเรื่องของการใช้เบอร์โทรศัพท์เลขมงคลก็ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่เชื่อเรื่องของโชคลาง

หากสังเกตให้ดีเรื่องของความเชื่อความศรัทธาที่กล่าวมาล้วนเกิดจากความกังวลใจ ไม่มั่นใจ ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้มีชีวิตและความเป็นดีขึ้นในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ฐานะ การงาน หรือความรัก  ดังนั้นความเชื่อความศรัทธาจึงมักถูกนำมาใช้มากขึ้นยามที่สภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองมีความไม่แน่นอน

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเรื่องนี้ว่าเรื่องของความเชื่อความศรัทธาที่เกิดขึ้นในสังคม ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานของความกลัวเมื่อมีความกลัวเกิดขึ้นโดยธรรมชาติแล้วคนย่อมแสวงหาสิ่งที่จะเข้ามาแก้ปัญหาความกลัวของตัวเอง

“คนเรามีพื้นฐานอยู่เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของความกลัว เรื่องที่กลัวก็มีตั้งแต่กลัวจน กลัวแฟนไม่รัก กลัวการงานไม่ดี กลัวตกงาน กลัวเจ็บ กลัวป่วย ก็เลยกลายเป็นว่าเมื่อคนมีความกลัวหรือ Fear เรื่องของ Faith หรือความศรัทธาจึงเข้ามาช่วยบรรเทา จริงๆแล้วในการแก้ปัญหาต่างๆคนต้องการอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งคือโซลูชั่น สองคอนวีเนียน รวมกันคือการแก้ปัญหาได้โดยสะดวก ดังนั้นเรื่องของความเชื่อจึงถูกนำมาช่วยแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วที่สุดสำหรับคนทั่วๆไปในภาวะที่ความกลัวเกิดขึ้น”

ความเชื่อแฝงอยู่ทั่วโลก

ความเชื่อความศรัทธาไม่ได้มีแค่เฉพาะในประเทศไทย แต่ทั่วโลกล้วนมีเรื่องที่เกี่ยวโยงกับความเชื่อความศรัทธาที่แตกต่างกัน สำหรับชาวตะวันออกอย่างประเทศจีนจะให้ความสำคัญกับเรื่องของสีและตัวเลขค่อนข้างมาก คนจีนเชื่อว่าในวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดงซึ่งเป็นสีมงคล ชีวิตจะได้สว่างไสวเหมือนสีแดง ในขณะที่หมายเลขนำโชคของคนจีนคือ 8 ซึ่งหมายถึงความไม่สิ้นสุด แตกต่างจากไทยซึ่งถือเลข 9 และชาวตะวันตกที่ถือเลข 7 เป็นเลขนำโชค ส่วนเลข 4 ถือเป็นเลขอัปมงคลเพราะในภาษาจีนเลข 4 อ่านออกเสียงว่า ซี้ ที่แปลว่าตายในภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งในเกาหลีและญี่ปุ่นก็ถือเลข 4 เป็นเลขอัปมงคลเช่นกัน

นกฮูก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของชาวญี่ปุ่นเพราะคนญี่ปุ่นเรียกนกฮูกว่า Fukurou โดยเชื่อกันว่าคำนี้มาจากคำว่า fu แปลว่า ไม่ และคำว่า kurou แปลว่า ยากลำบาก ทุกข์ทรมาน รวมแล้วคำว่า Fukurou จึงมีความหมายว่า ไม่ลำบาก ได้เช่นกัน

ซึ่งเรื่องของคำฟ้องเสียงที่เป็นมงคลมีอีกเคสที่น่าสนใจอย่างคิทแคท แบรนด์ขนมเวเฟอร์เคลือบช็อคโกแลตของญี่ปุ่นที่นิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชื่อของคิทแคทพ้องเสียงกับภาษาญี่ปุ่นสำเนียงคิวชูคำว่า คิทโตะคัทโตะ ที่แปลว่า ชนะอย่างแน่นอน ทำให้คนญี่ปุ่นนิยมส่งขนมคิทแคทให้กำลังใจกันเวลาสอบถือเป็นคำอวยพรว่า ทำได้แน่ หรือ ผ่านแน่นอน

เช่นเดียวกับ  เหรียญ 5 เยน หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า โกะเอนดามะ ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมพกติดตัวหรือนำไปบริจาคหรือทำบุญที่วัดเนื่องจากคำว่า โกะเอน พ้องเสียงกับคำว่า โกะเอน ที่แปลว่า การขอพรจากเทพเจ้า หรือคำว่า วาสนา ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าหากใช้เหรียญ 5 เยน บริจาคหรือทำบุญที่วัดหรือศาลเจ้าจะทำให้เข้าใกล้เทพเจ้าได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงนำพาบุญวาสนามาให้ตนเอง

ชาติตะวันตกก็มีเรื่องของความเชื่อที่ไม่ต่างกับฝั่งตะวันออกมานัก ยุคโบราณคนอียิปต์มีความเชื่อในเรื่องของชีวิตหลังความตาย ซึ่งความเชื่อนั้นเป็นแรงผลักดันให้เกิดวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมต่างๆมากมาย เช่น การทำมัมมี่ การสร้างปิระมิด การเก็บข้าวของคนตายไว้ในโลงศพเพราะเชื่อว่าคนตายจะฟื้นกลับมาและได้ใช้สิ่งของเหล่านั้น

ในขณะที่ความเชื่อเรื่องของตัวเลข 13 ซึ่งถือเป็นตัวเลขแห่งโชคร้ายโดยเฉพาะวันศุกร์ที่ 13 ชาวตะวันตกเชื่อว่าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งความเชื่อเรื่องของเลข 13 มาจากชาวตะวันตกส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์และวันที่ 13 ตรงกับวันที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน หลังเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายในคืนก่อนหน้านั้น ซึ่งความเชื่อนี้ส่งผลให้ลิฟท์หรือโรงแรมหลายๆแห่งไม่มีเลขชั้น 13 หรือห้องเลขที่ 13

แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงอย่างแมวดำคนอังกฤษมีความเชื่อกันว่า แมวดำ คือสัญลักษณ์ของการครองคู่อย่างมีความสุขและยาวนาน อีกทั้งยังช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายที่จะเข้ามาในครอบครัว ดังนั้นคนอังกฤษจึงมักให้ลูกแมวดำเป็นของขวัญสำหรับคู่แต่งงาน  

จาก Fear สู่ Faith Marketing

ความไม่มั่นคงของสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในปัจจุบันส่งผลให้ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในสังคมได้ทุกเรื่อง คนจึงเกิดความกลัวจากความไม่แน่นอนในชีวิต ความเชื่อความศรัทธาจึงเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในการเป็นที่พึ่งให้กับชีวิต

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยข้อมูลงานวิจัย “Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น” ซึ่งได้จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน พบว่า คนไทยกว่า 52 ล้านคนมีความเชื่อเรื่องของโชคราง โดย 5 อันดับความเชื่อเรื่องโชคราง ได้แก่ 1.พยากรณ์ โหราศาสตร์ ลายมือ ไพ่ยิปซี 2.พระเครื่อง วัตถุมงคล 3.สีมงคล 4. ตัวเลขมงคล 5.เรื่องเหนือธรรมชาติ

ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ที่ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในเรื่องความเชื่อทางศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยพบว่าแม้ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่คนยังคงเดินทางไปทำบุญและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เป็นที่พึ่งทางใจ ในด้านการงาน การเงิน ความรัก ซึ่งคาดว่ามีเงินสะพัดถึง 10,800 ล้านบาท คิดเป็น 0.36% ของมูลค่าท่องเที่ยวไทย

นั่นเป็นช่องว่างที่ทำให้นักการตลาดหันมาทำตลาดโดยใช้เรื่องของความเชื่อความศรัทธาเข้ามาดึงดูดความสนใจและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมแฟชั่น รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อนสร้าง คลินิกเสริมความงาม วงการอาหาร การท่องเที่ยว สายการบิน สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับแม่และเด็ก มีการจัดกิจกรรม หรือส่งเสริมการตลาดด้วยการเชื่อมโยงเรื่องของความเชื่อ และความเป็นสิริมงคลต่างๆ มาใช้เป็น Gimmick ในการทำการตลาด ตัวอย่างเช่น การขายทัวร์ไหว้พระเสริมดวง การแข่งขันขายอาหารหรือชุดไหว้เจ้าแนะนำโดยหมอดูชื่อดัง ของธุรกิจค้าปลีกหลายราย การใช้ภาพหรืออักษรมงคลเข้ามาดีไซน์แพคเกจจิ้ง ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) มองปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องของการตลาดว่าเกิดจากการที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือล่าสุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนรวมถึงภาคธุรกิจ จากความกังวลและความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้คนต้องหาที่พึ่งซึ่งจะช่วยบรรเทาความกังวลใจ

“ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากก่อนหน้านั้นมีเรื่องของ Disruption ปีที่ผ่านมามีเรื่องการระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัจจัยทั้งหมดทำให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้เราจะบอกว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคการตลาด 5.0 เราต้องใช้ Data Driven มาตอบโจทย์ลูกค้า แต่ข้อมูลที่เรามีหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้บอกอนาคตได้ 100% อาจจะพอทำให้เราเห็นว่าทิศทางหรือ Direction ต้องไปทางไหน เมื่อความไม่แน่นอนเกิดมากขึ้นสุดท้ายคนก็หันมาสู่สิ่งยึดเหนี่ยวที่เขาคิดว่าจะช่วยเขาได้ ถ้าถามว่าทำไมคนสนใจเรื่องของความเชื่อก็ต้องบอกว่าเพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นบนโลกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คนจึงต้องการสิ่งที่เข้ามายึดเหนี่ยวจิตใจ เสริมความมั่นใจในการทำงาน ในการดำรงชีวิต”

เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายขึ้นในปัจจุบัน ทำให้นักการตลาดนำศาสตร์ความเชื่อมาใช้ทำแคมเปญการตลาดเพื่อส่งต่อความเชื่อได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และกระจายไปในวงกว้างกว่าเดิมซึ่งจากเดิมความเชื่อความศรัทธาส่วนใหญ่มักจะกระจุกตัวอยู่ในสำนัก วัด บ้าน ศาลเจ้า หรือชุมชนเท่านั้น

นอกจากนี้ศาสตร์ของความเชื่อยังไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในวงของคนยุคเก่าอีกต่อไป เพราะสมัยนี้คนรุ่นใหม่มากมายก็มีความสนใจในเรื่องของการสักยันต์ ใส่ตะกรุดของขลังต่างๆ หากจำกันได้แม่แต่ดาราดังระดับฮอลีวูดอย่างแองเจลิน่า โจลี ยังบินมาสักยันต์ 5 แถวกับอาจารย์ หนู กันภัย ถึงประเทศไทย จนทำชาวต่างชาติรวมถึงดาราไทยเองแห่ไปสักยันต์ 5 แถวกับอาจารย์หนูตามกันอย่างเนืองแน่น ยิ่งมีการรีวิวให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งให้ข้อมูล สถานที่ ราคา ก็ยิ่งทำให้คนอยากจะทดลองมากขึ้น

ประกอบกับปัจจุบันหลายแบรนด์มีการนำเอาเรื่องของครีเอทีฟ ดีไซน์เข้ามาใส่ทำให้เครื่องรางของขลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับที่ทำให้คนหันมานิยมมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มองว่าเครื่องรางเหล่านั้นไม่ใช่ของเชยหรือมีไว้สำหรับผู้ใหญ่ ผู้ชายอีกต่อไป ความเชื่อเลยกลายเป็นแมสขึ้นจนทำให้แบรนด์ต่างๆหยิบมาทำการตลาด เช่น

แบรนด์ Iris Gold จับมือกับ คุณหน่อง-อรุโณชา ผู้จัดคนดังของช่อง 3 ที่ทำให้ละครอย่าง บุพเพสันนิวาสฟีเวอร์ มาแล้วทำคอลเลคชั่นเครื่องประดับของตัวเอง The Sun Collection ภาย ใต้แบรนด์ Arunosha x Iris Gold ซึ่งนอกจากตัวดีไซน์ที่มีความทันสมัย เป็นดวงอาทิตย์ที่มีความหมายมงคลอยู่แล้วยังมีการจัดพิธีพุทธาภิเษกเอาฤกษ์เอาชัยให้กับคอลเลคชั่นพิเศษนี้ เพื่อให้แฟชั่นนิสต้าทั้งหลายสามารถมอบเป็นของขวัญเพื่อส่งต่อกำลังใจ ความรัก และพลังบวกให้กันและกันได้

เครื่องประดับวัตถุมงคลอย่างไลลานำเอาเรื่องของความศรัทธามาใส่ดีไซน์ให้กลายเป็นแฟชั่น สร้างกระแสให้คนรุ่นใหม่หามาจับจองกันอย่างแพร่หลาย หรือ Ravipa แบรนด์เครื่องประดับดีไซน์โก้หรูที่มีแรงบันดาลใจมาจากความรัก ซึ่งออกคอลเลคชั่น RAVIPA Reminder สร้อยข้อมือศักดิ์สิทธิ์ที่ปลุกเสกจากพระพุทธคุณสายขาว ซึ่งเกิดขึ้นจาก Pain Point ของเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้คุ้มครอง ขณะเดียวกันก็อยากให้สิ่งศักดิ์นั้นสามารถใส่แล้วแมทช์ไปกับการแต่งตัว ใส่ได้ทุกวัน แบบ Minimal Luxury ด้วย คอลเลคชั่นนี้ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม Design Excellence Award หรือ Demark ประจำปี 2019  โดยทั้ง ไลลา และ Ravipa ถูกลิซ่า แบล็กพิงค์ ไอดอลสาวชาวไทยหยิบไปใส่จนได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนคลับของเธอทั่วโลก

สีมงคลถูกจับมาใช้ในการสื่อสารการตลาดกับสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่สีเครื่องสำอาง เสื้อผ้า กระเป๋าสตางค์ รองเท้า กระเบื้องหลังคา สีทางบ้าน

เรียกได้ว่าแทบจะทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกับสินค้าที่มีคุณสมบัติไม่แตกต่างกันมากนัก มีการนำ Emotoinal เรื่องของความเชื่อมาใส่เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

“ถ้าถามว่าในแง่ของแบรนด์จะเอามาใช้อย่างไรได้บ้างจริงๆแล้วสิ่งที่สามารถนำเอามาปรับได้มากที่สุดก็คือเป็นการเสริมไปกับตัว Product อย่างที่เราเห็นได้ชัดเลยก็คืออะไรที่เกี่ยวกับแฟชั่นและของใช้ สามารถนำเรื่องของความเชื่อเข้ามาเชื่อมโยงได้ง่าย เพราะมีเรื่องของสี การดีไซน์ การออกแบบที่สามารถนำสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลมาใส่ได้ โดยที่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ยังดีเหมือนเดิมเพียงแต่เมื่อใส่เข้าไปแล้วสามารถเสริมความรู้สึก ความมั่นใจ ให้กับลูกค้า ยิ่งถ้าใส่เข้าไปแล้วไม่ได้เพิ่มราคา ก็สามารถทำให้คนตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น” ดร.บุญยิ่ง เสริม

เราจึงได้เห็นการนำความเชื่อมาใส่ในการตลาดกับสินค้าอย่างกล่องกระดาษทิชชู่ Zilk ในเครือ BJC จับมือ หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดังที่มีแฟนเพจมากถึง 1.41 ล้านคน ออกกล่องทิชชู 4 ลายพิเศษ เป็นลาย “แก้ชง-เสริมมงคล” ภายในบ้าน

เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู รับปี 2564 ด้วยการเปิดตัวแก้วมงคลคอลเลกชันใหม่ลาย “8 สัตว์มงคล” นำคำอวยพรสไตล์อินเตอร์แอ็กทีฟ 3 มิติมาให้คนไทยได้เสริมความเป็นสิริมงคลในปีฉลูทอง

Playmore แบรนด์ลูกอมนำเรื่องของความเชื่อมาใส่ครีเอทีฟและความสนุกขยายฐานลูกค้าจากเด็กให้กว้างขึ้นด้วยการนำคาแรคเตอร์อีเจี๊ยบเลียบด่วนมาใส่ในสินค้ารุ่น อีเจี๊ยบเลียบด่วนมาร์ชเมลโล่ ซึ่งปกติคาแรคเตอร์ของอีเจี๊ยบเลียบด่วนขึ้นชื่อเรื่องของความกาลกิณีอยู่แล้ว แต่ Playmore นำมาดีไซน์เป็นขนม 4 แบบ คือ รุ่นเลี่ยมทอง รุ่นรับทรัพย์ รุ่นอมของ และรุ่นยอดแชมป์ เพื่อสื่อสารกับแฟนเพจอีเจี๊ยบเลียบด่วนที่เชื่อเรื่องของความกาลกิณี ทำให้แฟนคลับถูกใจและเข้าถึงได้ง่ายซึ่งแคมเปญดังกล่าวผสมผสานระว่างความเชื่อของแฟนคลับ คาแรคเตอร์ของอีเจี๊ยบเลียบด่วนและความสนุกสนานที่เป็นคาแรกเตอร์ของแบรนด์

ไหว้พระ 9 วัด สมัยนี้อาจจะไม่พอ การบินไทยจึงเปิดเส้นทางพิเศษ “บินรับมงคลบนฟากฟ้า ผ่าน 99 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทย” พร้อมสวดมนต์รับพลังบวกบนฟ้านำสวดโดย อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 8999 บินผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 99 แห่ง ใน 31 จังหวัด เช่น กรุงเทพ ชลบุรี ระยอง สุราษฏร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม สุพรรณบุรี อยุธยา พิษณุโลก สุโขทัย ชัยภูมิ นครราชสีมา ราคาบัตรโดยสาร ชั้นประหยัดเริ่มที่ 5,999 บาท ชั้นธุรกิจ เริ่มต้นที่ 9,999 บาท

แม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็ยังมีการนำเรื่องของความเชื่อ โชคลาง เข้ามาเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าถือเป็นสีสันการตลาดที่จับ Insight ของลูกค้ามากระตุ้นการตัดสินใจอย่างค่อนข้างลงตัว

เครือข่ายโทรศัทพ์มือถือใช้เรื่องของเลขมงคลเข้ามาจับความเชื่อด้านตัวเลขของลูกค้ามาไม่น้อยกว่า 10 ปี มร. ฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ดีแทคเคยเซอร์เวย์ลูกค้าในเรื่องของความเชื่อในเลขมงคลและพบว่า 80% ขึ้นไปต้องการมีเบอร์มงคล ดีแทค ซึ่งทำตลาดแบบ Customer Centric จึงมองถึงการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยการออกแพคเกจเบอร์มงคลในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ แต่ไม่ใช่แค่ดีแทคที่ทำเรื่องของเบอร์มงคล ดังนั้นเมื่อความต้องการและการแข่งขันมีมากขึ้นเบอร์มงคลจึงถูกพัฒนาจาก Mass Product ไปสู่ Personalize Marketing โดยดีแทคทำตลาดภายใต้แคมเปญ เบอร์มงคลเฉพาะคุณ พัฒนาแพลตฟอร์มเช็กสุขภาพเบอร์ในรูปแบบดิจิตอล โดยจับมือกับหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา คัดสรรเบอร์โดยคำนวณจากศาตร์ต่างๆ ทั้งวันเกิด, เลขผลรวม และคู่เลขมงคล โดยดีไซน์เนื้อหาที่เข้าถึงและแยกตามตามปัญหาที่ลูกค้าสนใจ

GrabFood ทำตลาดโดยใช้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดยหนึ่งในการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคคือการ Localization เข้าถึงวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น และเรื่องของการดูดวงก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย GrabFood จึงสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคผ่านสิ่งที่พวกเขาสนใจ โดยต้นปีมีการออกแคมเปญดีลดีปีใหม่และโซเชียล คอนเทนต์เรื่องเมนูอาหารตามราศี เป็นการสร้างความสนุกสนานในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งแคมเปญนี้ GrabFood จับมือกับหมอดูต๊อกแต๊กA4 หนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์สายมู เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าผ่านโซเชียล คอนเทนต์เรื่องดวงประจำราศีรายสัปดาห์ ผสมเนื้อหาดวงชะตาด้านการงาน การเงิน สุขภาพ ความรัก สีเสริมดวง อาหารเสริมดวง เข้ากับเมนูอาหารแนะนำจาก GrabFood

HoroWorld เคยสร้างรายได้ให้กับ กลุ่มบริษัทสามารถ ปีละไม่ต่ำกว่า 70-80 ล้านบาท ล่าสุดกำลังมีการปัดฝุ่นใหม่เพื่อปรับตัวให้ทันสมัยและจับกลุ่มลูกค้าเจนใหม่เพิ่มขึ้นผ่าน Mobile App วางตัวเองเป็นเป็น Life Consult  หรือ ที่ปรึกษาส่วนตัว ด้วยรูปแบบการให้บริการที่เชื่อมโยงกับความเชื่อ และโชคชะตา ในทุกช่วงเวลาของชีวิตตั้งแต่เกิดไปจนถึงช่วงสุดท้าย ภายใต้คอนเซปต์ HoroWorld One Stop Solution ใช้จุดแข็งที่มีศาสตร์การพยากรณ์กว่า 20 ศาสตร์ เช่น ไพ่ยิปซี ลายมือ ลายเซ็น และโหงวเฮ้ง  ผ่านการทำนายจากนักพยากรณ์ในสังกัดไม่ต่ำกว่า 200 คน ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี รองรับลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

The 1 (เดอะวัน) ลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เป็นอีกแบรนด์ที่หยิบเรื่อง “ศาสตร์แห่งความเชื่อ” มาสร้าง Customer Engagement กับกลุ่มเป้าหมายสายมู ด้วยการนำคอนเทนท์ดูดวงมาให้บริการบนแอพ The 1 จากความร่วมมือของเหล่าคอนเทนต์พาร์ทเนอร์ที่ถือเป็น กูรูศาสตร์แห่งดวง ที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ เป้าหมายของ The 1 คือต้องการเป็นมากกว่าลอยัลตี้โปรแกรม แต่เป็น Everyday Lifestyle Application เพื่อสร้างประสบการณ์ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตทุกๆ วันของลูกค้า การนำ Horoscope Content มาช่วยสร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของลูกค้า

            อย่างไรก็ตามการนำเรื่องของความเชื่อมาใช้เป็นสีสันในการทำการตลาดจะต้องระมัดระวังไม่ให้เสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ ต้องทำอย่างพอเหมาะพอสมเพื่อไม่ให้ดูเป็นเรื่องงมงาย ผศ.ดร.เอกก์ อธิบายเพิ่มว่าความเชื่อกับความงมงายมีเส้นบางๆกั้นเอาไว้ ถ้าแบรนด์นำมาใช้ไม่เป็นอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นจึงแนะนำ หลักการ 4T ที่ควรมีสำหรับการทำ Faith Marketing คือ

Trust ถ้าเป็นแบรนด์สินค้าทั่วไปต้องอย่าทิ้ง Trust ถ้าใช้ Faith Marketing แล้วทำให้ความมั่นใจ ความเชื่อมั่นของลูกค้าหาย คนไม่พูดถึงสินค้า-บริการของแบรนด์ แต่กลับพูดถึงแต่เรื่องของความเชื่อแปลว่า Trust  ของแบรนด์หายซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย

Truth ความจริง เรื่องของความศรัทธากับโหราศาสตร์มีองค์ความรู้มายาวนานหลายพันปี เพราะฉะนั้นการนำมาใช้ต้องอย่ามั่ว ถ้าสื่อสารผิดอาจทำให้แบรนด์เสียหายเพราะในเรื่องของความเชื่อและศาสตร์มีองค์ความรู้ที่ชัดเจนอยู่

Time ใช้ในเวลาที่เหมาะสมและอย่าใช้ตลอดเวลา

Tell การบอกต่อ เรื่องของความเชื่อความศรัทธาคนจะเชื่อถือไม่ใช่ด้วยการโฆษณาแต่คือการบอกต่อแบบปากต่อปาก เพราะฉะนั้นเวลาทำ Faith Marketing ควรสร้างให้เกิดการบอกต่อมากว่าใช้คำโฆษณา

ท้ายที่สุดแล้วการตลาดจะต้องนำประโยชน์สูงลูกค้าและสังคมได้ การเล่นกับเรื่องของความศรัทธาไม่ผิดแต่ถ้าทำแล้วเริ่มเห็นว่าเป็นผลเสียต่อลูกค้า ชักนำลูกค้าไปในทางที่เริ่มงมงาย สังคมเริ่มเสพผลิตภัณฑ์หรือบริการของแบรนด์โดยไร้เหตุผลนั่นไม่ใช่การทำการตลาดแต่แบรนด์กำลังสร้างความงมงายให้เกิดในสังคมอยู่

 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.