4,866
VIEWS

บริษัทแม่ 7-Eleven ถูกกดดันจากผู้ลงทุนสหรัฐ ValueAct ต้องการปรับโครงสร้าง

May 24, 2021 P.Patikom

Seven & i Holdings บริษัทแม่ของ 7-Eleven (Seven-Eleven) เชนร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ของโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการแยกการดำเนินงานนอกเหนือจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจหลักหลังจาก ValueAct Capital ผู้ลงทุนรายสำคัญสัญชาติสหรัฐได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นชั้นนำ

ValueAct บอกกับนักลงทุนในจดหมายเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าธุรกิจ 7-Eleven อาจมีมูลค่ามากกว่า 2 เท่าของมูลค่าที่ Seven & i มีในปัจจุบันหากบริษัทแม่มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ, หรือหากธุรกิจถูกแยกออกไปสำนักข่าว NIKKEI Asia รายงานโดยอ้างอิงรายงานจากสำนักข่าว REUTERS  ทั้งนี้ปัจจุบันมีรายงานว่ากองทุน (ValueAct Capital) ถือหุ้นมากกว่า 4%ใน Seven & i Holding

ข่าวดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดโดยหุ้นของ Seven & i เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดปีที่ 4,930 เยนณจุดหนึ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมาด้วยความหวังว่าการแตกกลุ่มธุรกิจจะช่วยเพิ่มผลกำไร

เกี่ยวกับเรื่องนี้ Dairo Murata จาก JPMorgan Securities Japan ได้กล่าวว่า "การปฏิรูปโครงสร้างของบริษัทกำลังขาดความรวดเร็วและแก่นสารแต่มีความหวังเพิ่มขึ้นว่า [สัดส่วนการถือหุ้นของ ValueAct] สามารถเร่งความพยายาม (ในเรื่องนี้) ได้"

การซื้อของ ValueAct เกิดขึ้นหลังจากที่ Seven & i ประกาศแผนเมื่อปีที่แล้วที่จะซื้อกิจการเชนร้านสะดวกซื้อ Speedway ในสหรัฐในราคา 21 พันล้านดอลลาร์ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งกำลังดำเนินการอยู่จะทำให้ขยายฐานธุรกิจของ Seven & i ในสหรัฐถึงประมาณ 13,000 ร้านซึ่งมากกว่าคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดอันดับถัดไปถึง 2 เท่า

Seven & i มีรายได้ประมาณ 60%ของกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มจากร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นการซื้อกิจการเชนร้านสะดวกซื้อ Speedway จะเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ของร้านสะดวกซื้อในรายได้ของบริษัท

Seven & i พยายามที่จะเลิกพึ่งพาตลาดร้านสะดวกซื้อในประเทศผ่านการซื้อสินค้าที่บ้านในปี 2006 ทางกลุ่มได้เปลี่ยน Millennium Retailing ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการห้างสรรพสินค้า Sogo และ Seibu ให้เป็นบริษัทย่อยเต็มรูปแบบนอกจากนี้ Seven & i ยังได้เข้าซื้อกิจการ Barneys Japan เชนห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์และบริษัทสั่งซื้อสินค้าทางไปรษณีย์ Nissen Holdings

แต่การดำเนินธุรกิจนอกธุรกิจร้านสะดวกซื้อเกิดอาการสะดุดและระหว่างปีงบประมาณที่แล้วจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาส่วนธุรกิจห้างสรรพสินค้ามีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 6.2 พันล้านเยนรายได้ลดลงจากปีก่อนหน้านั้นที่มีกำไร 790 ล้านเยนร้านขายสินค้าเฉพาะทาง (Specialty Shops) ขาดทุน 13.5 พันล้านเยนในปีงบประมาณ 2020

การขาดทุนเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตขณะที่ทางด้าน ValueAct ดูเหมือนจะคิดว่าการที่ Seven & i ให้ความสำคัญกับร้านสะดวกซื้อจะเพิ่มผลกำไร

นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่ Seven & i ได้รับคำแนะนำที่ไม่ได้ร้องขอจากบริษัทการลงทุนของอเมริกาให้ขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไรออกไประหว่างปี 2015-2016 กองทุนป้องกันความเสี่ยง Third Point ของ Daniel Loeb เรียกร้องให้บริษัทปรับโครงสร้างการดำเนินงานที่ขาดทุนและมุ่งมั่นที่จะให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในลักษณะที่ใจกว้างมากขึ้น

การต่อสู้ในห้องประชุมที่เกิดขึ้นในตราวนั้นส่งผลให้ Toshifumi Suzuki ประธานและ CEO (Chairman and CEO) ขณะนั้นลาออก

สำหรับ ValueAct เป็นบริษัทลงทุนก่อตั้งขึ้นในปี 2000 เป็นผู้ลงทุนที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจที่เข้าไปลงทุนได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง ของสหรัฐจนถึงขณะนี่บริษัทได้ใช้แนวทางที่เป็นมิตรกับธุรกิจเป้าหมายการลงทุนสายเลือดญี่ปุ่นแต่ Seven & i มั่นใจว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นที่ให้กำจัดทรัพย์สินที่ไม่ทำกำไร

สำหรับตอนนี้ Seven & i กำลังติดตามสถานการณ์อย่างรัดกุม

"เราจะสื่อสารกับผู้ลงทุนของเราต่อไป" โฆษกของบริษัทกล่าว

Cr : NIKKEI Asia

Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.