13,596
VIEWS

GNH แนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติ ปรัชญาที่ขับเคลื่อนสังคม ประเทศ และโลกสู่ความยั่งยืน

Nov 25, 2017 U.Jirapan

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ หรือ Globalization หลายประเทศมุ่งพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านวัตถุสู่เป้าหมายในการสร้างความเจริญให้กับประเทศเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ มีการชี้วัดคือ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ Gross Domestic Product (GDP) ที่นำมาคำนวณหารายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร บนทฤษฎีที่ว่าเมื่อประชาชนมีรายได้ต่อหัวที่เพิ่มมากขึ้นก็จะสามารถเข้าถึงมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดความสุขได้มากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ GDP คือคนมักคิดว่าเมื่อ GDP เพิ่มขึ้น ความสุขของคนในประเทศก็ย่อมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่หากเราลองพิจารณาบางประเทศที่มี GDP สูง ก็จะพบว่าความสุขของคนในประเทศไม่ได้ผันตาม GDP แต่อย่างใด ซ้ำยังพบกับปัญหาทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคม และอีกมากมาย ทำให้เกิดคำถามที่ว่า “GDP เป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในการพัฒนาประเทศจริงหรือไม่”...และนั่นก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ประเทศเล็กๆ บนเทือกเขาหิมาลัยเลือกที่จะใช้ตัวชี้วัดที่แตกต่างออกไป

พัฒนา “ความสุข” เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เมื่อการแข่งขันเพื่อสร้างการครอบครองวัตถุที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ได้สอดคล้องกับความสุขของคนในประเทศ สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี ซิงเย วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน จึงได้ริเริ่มแนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ Gross National Happiness (GNH) โดยได้ดำรัสในปี พ.ศ. 2515 ไว้ว่า “ความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness - GNH) สำคัญกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ”

ตั้งแต่นั้น ประเทศภูฏานก็ยึดหลัก GNH เพื่อพัฒนาประเทศแบบองค์รวมโดยเน้นพัฒนา “ความสุขมวลรวม” แท้จริงของคนในประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักพัฒนาความยั่งยืนและนักธุรกิจแนวหน้าทั่วโลก  

Gross National Happiness (GNH) เป็นแนวคิดพัฒนาประเทศภายใต้หลักการ สี่เสาหลักแห่งความสุข หรือ “ Four Pillars of Happiness” ได้แก่ การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Economic Development) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (Conserveration of the Environment) การส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีประจำชาติ (Promotion if National Culture) และ ธรรมมาภิบาลที่ดี (Good Governance) โดยแบ่งขอบเขตออกเป็น 9 ด้านด้วยกันคือ มาตรฐานการใช้ชีวิต (Living Standards) การศึกษา (Education) สุขภาพ (Health) สิ่งแวดล้อม (Environment) พลังของชุมชน (Community Vitality)การจัดสรรเวลา (Time-use) ความเป็นอยู่ที่ดีด้านจิตใจ (Psychological Well-being) ธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance) และ การส่งเสริมและยืดหยุ่นทางวัฒนธรรม (Cultural Resilience and Promotion)

GNH นำมาปรับใช้กับธุรกิจได้อย่างไร

ปัจจุบัน เมื่อผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจกับผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การทำธุรกิจที่มุ่งหวังเพียง “กำไร (Profit)” จึงไม่ใช่ทางอยู่รอดของธุรกิจอีกต่อไป นั่นคือเหตุผลสำคัญที่หลายธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของสังคม (People) และ สิ่งแวดล้อม (Planet) ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่มีกำไรเพื่อสร้างความยั่งยืนด้วย

ปีที่แล้ว แนวคิดเรื่องความสุขมวลรวมประชาชาติหรือ GNH ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในประเทศไทย เมื่อเจ้าหญิงเคซัง โชเดน วังชุก พระขนิษฐาในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และประธานของ GNH Centre Bhutan ทรงกล่าวแสดงแนวพระราชดำริและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจภายใต้ฐานแนวคิดของ GNH ที่งาน Sustainable Brands 2016 Bangkok งานประชุมซึ่งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา และองค์กรต่างๆ ได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองที่จะช่วยนำพาธุรกิจและประเทศก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน

ดร.ฮาวิน โธ ผู้อำนวยการโครงการศูนย์ความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH Centre Bhutan) แบ่งระดับความสุขออกเป็น 2 ระดับคือ ความสุขระดับผิวเผิน (Superficial Level) คือความสุขที่ขึ้นลงตามอารมณ์ไม่แน่นอน และ ความสุขระดับลึก (Deeper Level) คือ ความสุขที่เกิดจากความรู้สึกของการมีชีวิตที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งความสุขระดับลึกนี้คือความสุขที่ธุรกิจควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ แน่นอนว่า “กำไร” เป็นส่วนสำคัญในภาคธุรกิจ แต่หากธุรกิจเข้าใจว่า “กำไร” เป็นเพียงหนทางที่จะทำให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายที่แท้จริงได้ ก็จะสามารถสร้างความสุขที่แท้จริงให้กับองค์กรและสังคมเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้

ในขณะที่ ดร.จูเลีย คิม นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พูดถึงความเข้าใจเกี่ยวกับ GNH ที่หลายคนในภาคธุรกิจมักมองว่าเป็นเรื่องของการต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เราต้องเลือกระหว่างการมีความสุขหรือการมีเงิน เลือกระหว่างรักษาสิ่งแวดล้อมหรือเลือกที่จะทำกำไร “แต่ความจริงแล้ว GNH คือการสร้างสมดุลให้กับความต้องการทางด้านวัตถุและทางด้านจิตใจควบคู่กันไป แนวคิดของ GNH ไม่ได้ให้คุณละทิ้งความจำเป็นในด้านวัตถุ แต่ชี้ให้เห็นว่าวัตถุเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งยังมีอีกหลากหลายปัจจัยที่ช่วยทำให้เกิด “ชีวิตที่ดี” ได้” ดร. จูเลีย คิม กล่าว

Good Governance คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความยั่งยืน

ธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance) คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาความยั่งยืน ตามหลัก GNH การปกครองที่ดี จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในผู้นำ และส่งผลให้ประชาชนมีความสุขมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับภาคธุรกิจ ผู้นำต้องมีความยึดมั่นตั้งใจในการสร้างความยั่งยืนที่สร้างความสุขให้กับคนในองค์กรได้  

ปัญหาที่หลายบริษัทพบในปัจจุบันคือ พวกเขาไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนในองค์กรมีความสุขได้ ส่งผลให้จำนวนพนักงานที่ลาออกจากบริษัทมีเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรทำงานภายใต้ความเครียด  ประสิทธิภาพในการทำงานของพวกเขาก็จะลดน้อยลง ในฐานะผู้นำองค์กรหรือผู้จัดการ คุณอาจจะตั้งเป้าสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาทำตาม แต่สุดท้ายหากพนักงานไม่มีความสุข พวกเขาก็จะทนทำงานไม่ไหว สุดท้ายก็จะลาออกจากบริษัทไป โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความสามารถที่มีตัวเลือกรอพวกเขามากมาย 

กลุ่มบริษัท B.Grimm ที่ดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่มากมาย นับว่าเป็นธุรกิจแรกๆ ของไทยที่นำเอาแนวคิดของ GNH เข้ามาปรับใช้ในองค์กรอย่างประสบความสำเร็จ และหนึ่งในเหตุผลที่ B.Grimm ประสบความสำเร็จในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืนได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธูรกิจที่นึกถึงกลุ่มคนรุ่นหลังอย่างมีความโอบอ้อมอารีด้วย  พวกเขาเชื่อว่าถ้าพนักงานในองค์กรมีความสุข พนักงานก็จะดูแลลูกค้าอย่างมีความสุข ทำให้เกิดความสำเร็จทั้งในด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์และส่งผลให้เกิดความสำเร็จทางด้านการเงินด้วย ในขณะที่ก็สร้างผลกระทบที่ดีสู่โลกเช่นกัน  

สร้างธุรกิจที่ยั่งยืนผ่าน “ความสุขมวลรวม”

สิ่งที่ GNH Centre Bhutan ร่วมมือกับธุรกิจคือ การที่ทำให้บริษัทสานต่อความสำเร็จที่บริษัทมีอยู่และทำให้มุ่งสู่ “บริษัทที่ดีเยี่ยม” ผ่านการสร้างความสุขมวลรวม...“ความสุข” ของ GNH ก็ไม่ใช่ความสุขผิวเผินที่จะเกิดขึ้นมาชั่วครู่แล้วผ่านไป แต่คือความสุขที่จะช่วยพัฒนาบุคคลในเชิงลึกและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีด้วย

โดยบริษัทที่พร้อมจะมองให้ไกลกว่า “ความสุขส่วนตัว” สู่ “ความสุขมวลรวม” ก็จะเป็นบริษัทที่มุ่งสู่การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน นั่นทำให้ GNH เป็นกรอบแนวคิดการพัฒนาประเทศและธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลที่อยู่ในความสนใจของผู้นำธุรกิจแนวหน้ามากมาย  

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.