5,727
VIEWS

ถอดรหัสความสำเร็จ 'น้ำดื่มสิงห์' ที่สุดของแบรนด์ไทยและแบรนด์เพื่อสังคม

May 13, 2021 -None-

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแบรนด์ๆ หนึ่งที่มีอายุเกือบ 90 ปี แต่ยังสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 พร้อมกับรักษาภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ที่ทันสมัยครองใจผู้บริโภคในทุกเจนเนอเรชั่นได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งแบรนด์นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “สิงห์” ในฐานะผู้นำตลาดน้ำดื่ม เจ้าของรางวัล Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์แรกที่ยืนอยู่ในใจผู้บริโภค

เบื้องหลังสำคัญที่ทำให้น้ำดื่มสิงห์มีความโดดเด่นท่ามกลางแบรนด์น้ำดื่มจำนวนมากในท้องตลาด มาจากวิสัยทัศน์ของการทำธุรกิจอย่างซื่อตรง และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพถึงมือผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังมอบความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่มากกว่าการดื่มน้ำ ผลลัพธ์ที่ได้จากแนวคิดการดำเนินธุรกิจดังกล่าวจึงส่งผลให้น้ำสิงห์ครอง Thai Brand Award จาก Thailand’s Most Admired Brand 2021 ไปอีกหนึ่งรางวัล

“น้ำดื่มสิงห์” ผู้นำเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ

หลายคนอาจมองว่าน้ำดื่มเป็น Commodity Product ที่หาความแตกต่างไม่ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับน้ำดื่มสิงห์ เพราะที่ผ่านมาสิงห์พยายามสร้างความแตกต่างให้กับน้ำดื่มของตนเองเสมอ ด้วยการนำเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จนเป็นแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นในด้านมาตรฐานการผลิตที่เรียกได้ว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะ

จุดนี้มาจากหัวใจของการดำเนินธุรกิจขององค์กร ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะน้ำดื่มซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคดื่มเป็นประจำทุกวัน ประกอบมีการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อน้ำดื่มจากคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยความสะดวกในการซื้อหา ราคา และยี่ห้อ นั่นหมายความว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับน้ำในขวดมากที่สุด

เหตุผลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัยสูงสุดด้วยกระบวนการผลิตแบบปิด เพื่อล็อกคุณภาพและความสะอาดน้ำดื่มทุกขวดก่อนถึงมือผู้บริโภค พร้อมนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ Smart Micro Filter เพื่อมาใช้ในกระบวนการผลิตกับโรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ โดยเป็นเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำดื่มสิงห์เท่านั้น เพราะมีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถกรองและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย แต่ยังเหลือไว้ซึ่งแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย น้ำดื่มสิงห์ทุกขวดยังได้รับการตรวจสอบคุณภาพด้วยระบบควบคุมคุณภาพและเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย มีความละเอียดแม่นยำสูง และเป็นมาตรฐานระดับสากล ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า น้ำดื่มสิงห์มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ในขณะที่แบรนด์อื่นหันมาทุ่มตลาดด้วยการลดราคาเพื่อเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ แต่สิงห์กลับมองว่าวิธีดังกล่าวนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนกับองค์กรแล้ว ยังไม่สร้างคุณค่าอะไรให้กับผู้บริโภคด้วย จึงเลือกที่จะรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด พร้อมการลงทุนพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น และในที่สุดวิสัยทัศน์การทำงานดังกล่าวก็ส่งผลให้น้ำดื่มสิงห์เป็นผู้นำตลาดโดยไม่ได้มาจากกลยุทธ์การลดราคาแต่อย่างใด

การลงทุนพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้นที่ว่านี้ ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีการผลิตที่สร้างความแตกต่างให้กับน้ำดื่มสิงห์เท่านั้น  Key Success อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้น้ำดื่มสิงห์ครองใจลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือ การพัฒนาตัวเองให้เป็นมากกว่าเครื่องดื่มดับกระหาย ด้วยการใช้ฉลากเป็นสื่อกลางในการสร้าง Brand Engagement กับกลุ่มเป้าหมาย ทำแพ็กเกจจิ้งออกเป็นคอลเลคชั่นคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนระดับโลกสะท้อนถึงความทันสมัย และปรับภาพลักษณ์ให้ดูวัยรุ่น เริ่มจาก My Little Pony ตามด้วย Mickey Mouse Collection ซึ่งมีการนำ Mickey Mouse กว่า 60 แบบลงขวดพร้อมตัวอักษรตั้งแต่  A-Z เพื่อชวนคนไทยมาเรียงขวดส่งต่อความสุขในแบบของตัวเอง ซึ่งกลยุทธ์นี้ส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 50% เลยทีเดียว ล่าสุดน้ำดื่มสิงห์ต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัว Frozen Collection พร้อมเซอร์ไพรส์นักสะสมฟิกเกอร์ 12 แบบ เพื่อขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือกันระหว่างน้ำดื่มสิงห์กับดิสนีย์ ราชาแห่งการ์ตูนดังระดับโลก ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในด้านคุณภาพและการเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นของน้ำดื่มสิงห์ในสายตาของดิสนีย์เช่นกัน

อย่างไรก็ดีในอีกทางหนึ่ง เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าที่มีมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดในตลาดไว้อย่างต่อเนื่อง สิงห์ก็ได้พัฒนาระบบ CRM  ภายใต้ชื่อ Singha Rewards ขึ้นมาเพื่อยกระดับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ที่สะดวกกว่า ประหยัดกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะแทนที่จะใช้แคมเปญการชิงโชค Lucky Draw แบบเก่าซึ่งไม่ตอบโจทย์  สิงห์นำเทคโนโลยีดิจิตัลมาปลดล็อกให้แฟนพันธุ์แท้ร่วมสนุกกับโปรแกรมด้วยการใช้วิธีง่ายๆ  ที่สำคัญเป็นการโยกงบการสื่อสารเปลี่ยนมาเป็นของรางวัลตอบแทนให้กับลูกค้าได้มากขึ้น เพียงแค่แอด LINE@ Singha Reward กรอกรหัสใต้ฝา หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อสะสมแต้มได้ทันที นำมาเป็นส่วนลดสิทธิพิเศษต่างๆ โดยไม่ต้องลุ้น แต่สำหรับคนที่ชอบลุ้น สิงห์ก็ยังมีแคมเปญชิงโชคผ่านการสะสมพ้อยท์เพื่อแลกรับและลุ้นรางวัลใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Singha Reward มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 8.8 ล้านรายแล้ว และมียอดแอ็กทีฟ 880,000 รายต่อเดือน สะท้อนถึงความสำเร็จของ Digital CRM Platform ของ Singha Rewards ที่ครองความเป็นหนึ่งในใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี

พร้อมเคียงข้างทุกคนในทุกสถานการณ์

มากกว่าการเป็นแบรนด์น้ำดื่ม สิงห์ยังทำหน้าที่ของการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างทุกคนในสังคมทั้งยามทุกข์และสุข ไม่เว้นแม้แต่วิกฤต COVID-19 โดยตั้งแต่ปีที่แล้วน้ำดื่มสิงห์ลุกขึ้นมาสร้างแคมเปญเพื่อส่งกำลังใจและอยู่เคียงข้างการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ หนึ่งในผู้ที่ทำงานหนัก และเสียสละมากเป็นกลุ่มแรกที่เผชิญกับเชื้อโรคร้ายและมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อ โดยได้ขึ้นข้อความขอบคุณบนป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ 4 มุมเมือง ใจกลางกรุงเทพฯ ประกอบด้วย “อาจไม่เห็นอาจไม่ได้ยิน แต่มีหลายล้านกำลังใจ ซาบซึ้งความทุ่มเทของคุณ” ตามด้วย “นี่คือคำ “ขอบคุณ” แทนคนไทยนับล้าน ที่อยู่ในบ้านและไม่ได้ออกมาบอกด้วยตัวเอง” และ “เหน็ดเหนื่อย ท้อแท้แค่ไหนขอให้รู้ไว้ว่ามีนับล้านกำลังใจส่งให้จากที่บ้าน” พร้อมกับชวนคนไทยติดแฮชแท็ก (Hashtag)#ขอบคุณนะทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อเป็นการให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศอีกด้วย

พร้อมกันนี้ก็ยังปล่อยเพลง Live&Learn เวอร์ชั่นใหม่ เพื่อเป็นสื่อกลางสร้างเเรงบันดาลใจเติมพลังและให้กำลังใจให้คนไทยทุกคนเข้มแข็งลุกขึ้นสู้ โดยมีสิงห์พร้อมที่จะสู้ไปกับทุกคน ก้าวข้ามวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

ต่อยอดสู่การเป็นแบรนด์เพื่อสังคม

อีกเรื่องหนึ่งที่อดกล่าวถึงไม่ได้ก็คือ การผสมผสานแนวคิดการช่วยเหลือสังคมกับแบรนด์สิงห์ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ผ่านเครือข่าย “สิงห์อาสา” อันสืบเนื่องมาจากปณิธานการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมของ “พระยาภิรมย์ภักดี” ซึ่งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเครือข่ายอาสาสมัครขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้ จนกลายเป็นเครือข่ายที่กระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งเครือข่ายบริษัทในเครือบุญรอดฯ และเครือข่ายภายนอก ทั้งกลุ่มของสถาบันการศึกษา อาสากู้ภัย และส่วนราชการต่างๆ ซึ่งกลายมาเป็นพลังสำคัญของสิงห์อาสา และทำให้ภาพของสิงห์อาสาในวันนี้เป็นภาพของพลังคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ต้องการช่วยขับเคลื่อนและทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น โดยไม่ได้โฟกัสว่าต้องช่วยเหลือเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่จะทำทุกสิ่งที่สามารถใช้พลังของเด็กๆ และคนรุ่นใหม่เข้าไปเติมเต็มได้

ดังนั้นไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เรามักจะเห็นสิงห์อาสาคอยประจำการให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะเครือข่ายของสิงห์อาสากระจายอยู่ตามที่ต่างๆ จึงสามารถมารวมตัวรวมพลังกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ในทันที  และภาพที่หลายคนคุ้นชินก็คือ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือใครก็ตามที่เดือดร้อน ก็จะเห็นขวดของน้ำดื่มสิงห์ถูกแจกจ่ายไปยังจุดที่ขาดแคลน รับรู้ได้ถึงพลังเครือข่ายสิงห์อาสาที่ทำงานด้วยใจอย่างแท้จริง

ยกตัวอย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดจากไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของคนไทยส่วนใหญ่ สิงห์อาสาก็ได้เปิดโครงการอบรมสร้างอาชีพ กลุ่มทักษะงานช่าง และกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านอาหาร รวมถึงบริจาคอาหารและน้ำดื่มสิงห์จำนวนมาก เพื่อส่งไปสนับสนุนการทำงานของคณะบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ในหลายพื้นที่ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19

ทุกความเคลื่อนไหว ทุกกิจกรรมของสิงห์อาสา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทของสิงห์ที่เริ่มต้นมาจากความตั้งใจดีในการช่วยเหลือสังคม แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากได้รอยยิ้มของคนไทยแล้ว ยังส่งเสริมให้แบรนด์ที่อยู่ภายใต้สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็น เบียร์ น้ำดื่ม และโซดา เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพสะท้อนกลับมายังดีเอ็นเอของแบรนด์สิงห์ได้เป็นอย่างดี จึงอาจกล่าวได้ว่าการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสินค้าอย่างต่อเนื่อง คิดค้นวิธีการทำตลาดและสื่อสารที่แตกต่าง พร้อมๆ กับบทบาทของการช่วยเหลือสังคม ล้วนส่งผลให้แบรนด์สิงห์มีความแข็งแกร่งในทุกๆ มิติ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.