4,410
VIEWS

มาม่า ครองใจผู้บริโภคด้วยสินค้าที่ตรงใจ

May 12, 2021 -None-

เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ มาม่า ถูกเลือกให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ซึ่งได้รับความน่าเชื่อถือและครองใจผู้บริโภค ในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand 2021 โดย คุณเพชร พะเนียงเวทย์ กรรมการบริษัท และผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด 2 บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ให้ทัศนะว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจมาม่าเกิดจากการที่มาม่าทำสินค้าตรงใจผู้บริโภคอย่างเสมอต้นเสมอปลายและจริงใจที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงกับยุคสมัย

สินค้าของเราเป็นอาหาร ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องอร่อย เราพยายามมองหาความต้องการของผู้บริโภคตลอดเวลาและตอบสนองความต้องการของเขา รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้เข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคในทุกกลุ่ม

ที่ผ่านมา แบรนด์มาม่าถือเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 50 ปี ดังนั้น ในแง่ของการพัฒนาสินค้าและการสื่อสารแบรนด์จึงถูกปรับให้เข้ากับกลุ่มผู้บริโภคในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคหลักที่เป็น Heavy User ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ กลุ่มวัยรุ่น

เรามีการปรับสินค้าอยู่เสมอเพื่อให้มีความทันสมัยอย่างมาม่าแบบดั้งเดิมราคา 6 บาท ผู้บริโภคทานซองเดียวไม่อิ่มเราก็ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคโดยการออกมาม่า บิ๊กแพ็ค มาถึงวันนี้เรามองว่าเทรนด์ของการบริโภคเส้นแบบหนานุ่มสไตล์เกาหลี อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคชาวไทย เราก็ปล่อยตัวมาม่า โอเค ออกมาทำตลาด ซึ่งตัวนี้จะเป็นสินค้าที่เราจะเน้นการทำตลาดในตอนนี้

จริงๆ แล้วมาม่า โอเค ดั้งเดิมคือตัวออเรียนทัลคิตเชนซึ่งทำตลาดมา 15-16 ปีแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งในวันนั้นตลาดบะหมี่อิมพอร์ตยังไม่ร้อนแรงเท่าปัจจุบัน โครงสร้างราคาหรือราคาขายก็ไม่ได้สูงถึง 40 กว่าบาท จนกระทั่งผู้บริโภคเริ่มเสพสื่อกว้างขึ้น ได้ดูซีรีส์เกาหลี ทำให้ได้รับคอนเทนต์ต่างๆ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีสินค้าจากต่างชาติเข้ามาอยู่แล้ว และเริ่มเติบโตมากขึ้นทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมี Price Range ที่กว้างขึ้น เราจึงรีเฟรชแบรนด์ออเรียนทัลคิตเชนมาเป็นมาม่า โอเค และเริ่มใช้พรีเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นดาราวัยรุ่น 6 คนเพื่อนำเสนอ 6 รสชาติของมาม่า โอเค จับตลาดกลุ่มวัยรุ่น

OK Generation ถือเป็นแคมเปญการตลาดของปีที่แล้วที่สร้างการรับรู้ให้มาม่า โอเค ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มาม่าปรับแผนมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น มีการทำกิจกรรมให้ลูกค้าถ่ายรูปผ่านช่องทางออนไลน์แล้วนำมาพิมพ์คู่กับพรีเซ็นเตอร์ที่ข้างถ้วยมาม่าซึ่งช่วยสร้างกระแสจนทำให้ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1 นอกจากนี้การนำภาพพรีเซ็นเตอร์มาพิมพ์ลงบนซองมาม่าก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก

จุดแข็งอีกส่วนหนึ่งของมาม่า คือเรื่องของรสชาติ ซึ่ง คุณเพชร มองว่า ที่ผ่านมา แบรนด์มาม่าเป็น Market Leader มาตลอด

เวลาเราทำอะไรเราไม่ได้มองคู่แข่ง แต่เรามองตลาด มองความต้องการของผู้บริโภคว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ถ้ามองในมุมแฟชั่นเราก็เป็น Trendsetter เพราะไม่ว่าเราจะขยับตัวทำอะไรก็ถือเป็นการสร้างการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับตลาด อย่างเทรนด์ตลาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนสนใจมาม่ารสชาติเผ็ด เราก็ออกรสเผ็ดมาตอบโจทย์ตรงนั้น แต่ในขณะเดียวกันเราก็คำนึงถึงผู้บริโภคที่ไม่ทานเผ็ดด้วยเช่นกัน เราจึงมีตัวหมูบะช่อทรงเครื่องสำหรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นเราก็มีรสชาติไข่เค็มออกมาให้ผู้บริโภคได้ลองเป็นเจ้าแรกๆ เพราะเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราต้องการเป็น Trendsetter ให้ตลาด

ทิศทางต่อไปของมาม่าในการรักษาความเป็นเบอร์ 1 คุณเพชร มองว่า สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความดี รักษาสิ่งที่เป็น Key Success Factor ไว้ให้ได้

สินค้าของเราเป็นอาหาร ดังนั้นเราต้องทำสินค้าที่ดี ต้องอร่อย ให้ผู้บริโภคทานอย่างปลอดภัย สิ่งที่ผู้บริโภคมองหาจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีอยู่ 5 สิ่ง คือ Tasty รสชาติต้องดี Safe ต้องปลอดภัย Convenience มีความสะดวก Preservable เก็บรักษาได้นานและ Affordable ราคาสมเหตุผล แต่อนาคตเราต้องเพิ่มอีก 2 ข้อคือต้องมี Nutrition กับ Eco Sustainable ซึ่ง Eco Sustainable มาม่ามีแล้วคือตัวถ้วยกระดาษของเรา ส่วนด้าน Nutrition เราเป็นผู้นำในการเริ่มพัฒนาโดยการเติมวิตามินเอ ธาตุเหล็กและไอโอดีนลงในสินค้าของเรา ซึ่งนั่นคือมาตรฐานของมาม่าต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.