7,969
VIEWS

New China Town ถึงเวลาเยาวราชพัฒนาแนวตั้ง

Nov 22, 2017 S.Vutikorn

China Town ของไทยนั้นตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราชและบริเวณใกล้เคียงซึ่งถือเป็นแหล่งค้าขายสินค้าจากเมืองจีนที่สำคัญมานับ 100 ปี จนเป็นที่รู้จักมักคุ้นของคนไทยเป็นอย่างดี

ถ้าเปรียบเยาวราชเป็นมังกรก็พอจะแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลักตามความยาวของท้องถนน คือ หัวมังกร, ท้องมังกร และหางมังกร

“หัวมังกร” คือเริ่มตั้งแต่บริเวณวงเวียนโอเดี้ยนที่ใช้จัดงานเทศการตรุษจีนเยาวราชทุกปีเป็นต้นมา ซึ่งในย่านนี้ คือ วงเวียนโอเดี้ยน, วงเวียน22, วัดไตรมิตรถือเป็นแหล่งขายสินค้าประเภทเหล็ก, เครื่องจักรกล, ยางรถยนต์, และร้านทำป้ายโฆษณาเก่าแก่ของไทย บริษัทขนาดใหญ่ก็ล้วนแต่มีจุดเริ่มต้นจากย่านการค้านี้ทั้งนั้น

ถัดมาในส่วนที่ 2 ก็คือ ท้องมังกร คือบริเวณถนนมังกร, ถนนแปลงนาม, ทรงวาด, สำเพ็ง, วัดมังกรมลาวาส ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณ, ของกินของใช้คุณภาพจากเมืองจีนรวมไปถึงเป็นแหล่งอาหารสตรีทฟู๊ดชื่อดังที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเดินเลือกรัปประทานอาหารในยามค่ำคืน

บริเวณที่เรียกว่า “ท้องมังกร” นี้ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

สุดท้ายก็คือหางมังกร คือ นั้นจะอยู่บริเวณย่านสัมพันธวงศ์, ถนนจักรวรรดิ, ถนนมหาจักร, คลองถมไปจนถึงคลองหลอด ซึ่งจะเป็นย่านค้าส่งผ้า วัสดุตัดเย็บ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

New China Town

เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา

แรกเริ่มเดิมที่เยาวราชเป็นเพียงย่านการค้าเล็กๆ แต่พอนานวันเข้า บ้านเมืองก็เจริญขึ้นย่านเยาวราชก็มีการขยับขยายพื้นที่ออกไปยังบริเวณใกล้เคียงตามการขยายตัวของประชากรและขนาดของธุรกิจ ทำเลค้าขายในย่านนี้จึงติดอันดับที่ดินซึ่งมีมูลค่าสูงสุดทุกปี โดยเฉพาะในย่านสำเพ็ง

ทุกวันนี้ความต้องการที่จะครอบครองพื้นที่ในแถบเยาวราชนั้น ทั้งเพื่อการค้าขายและอยู่อาศัยนั้นมีสูงมาก ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ที่เป็นห้องแถวมีการปรับตัวเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการย้ายที่อยู่อาศัยออกไปยังเขตรอบนอก อาทิ ย่านฝั่งธน เพื่อนำเอาที่พักอาศัยมาดัดแปลงเป็นร้านค้าแทน

แม้จะมีการปรับตัวอย่างไรแต่ความต้องการที่อยู๋อาศัยร้านค้าในระแวกนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่ดี เพราะมี Demand ที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา

สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด กล่าวว่า ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในย่านเยาวราชใช่ว่ามีเงินแล้วจะสามารถหาซื้อได้ เหตุผลมาจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกจับจองมานานเป็นชั่วอายุคนแล้ว ส่วนที่ปล่อยขายหรือเช่าใหม่ก็มีราคาที่สูงมาก

“เยาวราชถือเป็นทำเลทองคำของกรุงเทพฯ มีดีมานด์ในด้านที่อยู่อาศัยและแหล่งค้าขาย ทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจในปริมาณที่สูงมากและเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งยังมีประชากรและร้านค้าหนาแน่น ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่นี้มาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน แต่ธุรกิจอสังหาฯ ของย่านนี้กลับไม่มีพื้นที่ว่างเพื่อการพัฒนามานานกว่า 30 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ เก่าที่มีค่าเซ้งเปลี่ยนมือในอัตราที่สูงถึงห้องละ 40 ล้านบาท และในบางพื้นที่ยังเป็นเขตอนุรักษ์เมืองเก่าทำให้การ พัฒนาต้องใช้ความระมัดระวังสูง การพัฒนาโครงการ I’m China Town จึงถือเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ที่ดึงดูดความสนใจของกำลังซื้อย่านเยาวราชอย่างชัดเจนหลังจากที่ขาดซัพพลายมานาน”

รถไฟฟ้าใต้ดินจุดเปลี่ยนสำคัญ

ตามแผนงานของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นั้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ช่วงที่ 2 หัวลำโพง-หลักสอง ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกันยายน 2562

และเพื่อรองรับกับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตทางบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มีการสั่งซื้อรถไฟฟ้าใหม่จำนวน 35 ขบวนด้วยงบการลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาให้บริการภาย

โดยการสั่งซื้อครั้งนี้ทาง BEM ได้มีการเร่งรัดแผนการผลิตและทดสอบรถไฟฟ้าจำนวน 3 ขบวนแรกให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อเริ่มนำมาให้บริการในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 ก่อนที่ส่วนต่อขยายจะพร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายน

และตามแผนงานที่วางไว้ BEM ยังเตรียมที่จะเปิดให้บริการส่วนต่อขยายเตาปูน - ท่าพระในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งจะทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสามารถให้บริการเป็นวงกลม 100% ซึ่งถึงเวลานั้นคาดว่าจะมีผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 เที่ยวต่อวัน

แน่นอนว่าการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายนี้จะส่งผลโดยตรงกับ China Town อย่างเยาวราช เพราะส่วนต่อขยายนี้มีวิ่งผ่านถนนเยาวราชโดยมีสถานีวัดมังกรกมลาวาสตั้งอยู่ใจกลาง “ท้อมังกร” อย่างเยาวราช

การเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นนี้จะทำให้ย่านเยาวราชมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสบรรยากาศค้าขายแบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 จากที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพฯ แบบ 24 ชั่วโมง ทั้ง Day Life แบบย่านการค้า และ Night Life แบบสตรีทฟู๊ดอยู่แล้ว เยาวราชจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล

ถึงเวลาพัฒนาอสังหาแนวตั้ง

ด้วยความที่พื้นที่มีจำกัดแต่ความต้องการมีสูง เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกในที่เราจะเริ่มเห็นอาคารสูงสร้างใหม่ขึ้นมาในย่านนี้

ล่าสุด บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด ปลุกกระแสการพัฒนาพื้นที่ทำเลทองย่านเยาวราชระลอกใหม่ หลังทุ่มกว่า 3 พันล้าน ปั้นโครงการมิกซ์ยูส I’m China Town ขนาด 30,000 ตารางเมตร บนถนนเจริญกรุงในส่วนที่เรียกว่าท้องมังกร

สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด เปิดเผยว่า “I’m China Town โครงการมิกซ์ยูส สไตล์ Modern Chinese ขนาด 3 หมื่นตารางเมตร บนถนนเจริญกรุง บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินวัดมังกรกมลาวาส ประกอบด้วยธุรกิจอสังหาฯ 3 ส่วน ได้แก่ ศูนย์การค้า โรงแรม และคอนโดมิเนียม ซึ่งคาดว่ามูลค่าขายโครงการจะอยู่ที่ 4 พันล้านบาท”

ทั้งนี้ ศูนย์การค้า I’m China Town จัดเป็นศูนย์การค้าเต็มรูปแบบเพียงแห่งเดียวในย่านเยาวราช แบ่งออกเป็น 4 ชั้น โดยชั้น B จะเป็นศูนย์รวมของฝากชื่อดังในย่านเยาวราชภายใต้แนวคิด Little China Town อาทิ กระเพาะปลา ใบชา หมูแผ่น สมุนไพรจีน สุราจีน เป็นต้น ส่วนชั้น 1 เป็นแหล่งรวมร้านรีเทลทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เสื้อผ้า แฟชั่น ร้านมือถือ ร้านอาหารและเครื่องดื่มยอดฮิตสตาร์บัคส์ และเคเอฟซี ต่อมาคือชั้น 2 จะเป็นแหล่งรวมความ มั่งคั่ง เพราะมีทั้งศูนย์อัญมณี ร้านทองชื่อดังของเยาวราช และธนาคารชั้นนำ สำหรับชั้น 3 จะเป็นศูนย์รวมร้าน อาหาร อาทิ เอ็มเค บาร์บีคิวพลาซ่า ยาโยอิ และร้านท้องถิ่นสตรีทฟู้ดระดับตำนานของเยาวราช ย่านวรจักร แยกเฉลิมบุรี และเวิ้งนาครเขษม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ของศูนย์การค้าสามารถปล่อยเช่าพื้นที่ได้แล้วกว่า 70% และ คาดว่าจะสามารถปล่อยเช่าได้เต็มพื้นที่ในวันเปิดศูนย์ฯ โดยคาดว่ารายได้จากการปล่อยเช่าเต็มพื้นที่จะอยู่ที่ 30-40 ล้านบาทต่อปี

ในส่วนของโรงแรม บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับกลุ่มธุรกิจโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเทลส์ กรุ๊ป หรือ IHG หนึ่งในเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อเปิดให้บริการโรงแรมระดับ 4 ดาว ในชื่อ Holiday Inn Express China Town จำนวน 224 ห้อง ตั้งอยู่ชั้น 4-9 ของส่วนศูนย์การค้า โดยจะเน้นจับกลุ่มลูกค้า นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจชาวต่างชาติที่ต้องการพักในย่านใจกลางเมือง สะดวกในการเดินทาง เน้นความสะอาด และทันสมัย เหมาะกับทริปธุรกิจและพักผ่อนได้ในตัว สำหรับอัตราค่าห้องพักต่อคืนจะเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ซึ่ง บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งและแบรนด์ Holiday Inn Express จะทำให้โรงแรมของโครงการฯ    มีอัตราในการเข้าพัก หรือ Occupancy Rate ไม่ต่ำกว่า 80% ตลอดทั้งปี 

ส่วนของคอนโดมิเนียมมีชื่อว่า I’m China Town Residence เป็นโครงการเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเยาวราชเป็น อาคารโลวไรส์สูง 8 ชั้น พื้นที่รวมประมาณ 2,000 ตารางเมตร จำนวน 46 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 21-25 ตารางเมตร เป็นคอนโดมิเนียมแบบตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ในราคาเริ่มต้นที่ 2.9 ล้านบาท เปิดจองใน วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้โครงการ I’m China Town ยังมีที่จอดรถชั้นใต้ดิน 6 ชั้น รองรับรถยนต์ได้มากถึง 300 คัน ซึ่งเป็นที่  จอดรถที่ใหญ่ที่สุดในย่านเยาวราชอีกด้วย

“ปัจจุบัน การก่อสร้างโครงการทั้งหมดเดินหน้าไปแล้วกว่า 30% ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะแล้วเสร็จในสิ้นปี 2561 และพร้อมเปิดเต็มรูปแบบทุกส่วนในเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสาย สีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง - ท่าพระเปิดให้บริการ” 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.