12,194
VIEWS

ยักษ์แบตเตอรี่เกาหลีใต้ LG, SK คว้าชัยผลิตแบตรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ยุทธศาสตร์ Biden

Apr 16, 2021 P.Patikom

เมื่อวันอาทิตย์ (เวลาสหรัฐ) ประธานาธิบดี Joe Biden ได้ประกาศให้ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ของเกาหลีใต้ 2 ราย คือ LG Energy Solution และ SK Innovation ได้รับชัยชนะในการผลิตแบตเตอรี่ป้อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา สำหรับความพยายามของสหรัฐในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดี Joe Biden เพื่อสร้างงานด้านพลังงานสะอาด และยับยั้งปัญหา Climate Change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

ทั้งนี้ การประกาศของประธานาธิบดี Joe Biden ดังกล่าว เป็นการประกาศข้อตกลงซึ่งส่งผลต่อการยุติข้อพิพาทระหว่างผู้ผลิตแบตเตอรี่ของเกาหลีใต้ทั้ง 2 ราย ที่มีข้อพิพาทกันในเรื่องเกี่ยวกับความลับทางการค้า ระหว่าง LG Energy Solution และ SK Innovation และนี่จะทำให้โรงงาน 2 แห่งในจอร์เจีย เดินหน้าต่อไปตามแผนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของค่าย Ford และ Volkswagen

บริษัททั้ง 2 ได้ตกลงที่จะยุติการดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ และไม่ดำเนินการฟ้องร้องต่อไปอีกเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษ SK Innovation จะจ่ายเงินให้ LG Energy Solution จำนวน 1.8 พันล้านดอลลาร์เป็นเงินสด และ สำหรับค่าลิขสิทธิ์

ข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนกำหนดเส้นตายของฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Biden ซึ่งกำหนดเส้นตายในเย็นวันอาทิตย์ (เวลาสหรัฐ) เพื่อให้มีผลต่อการยกเลิกการตัดสินของคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (U.S. International Trade Commission - ITC) ที่มีเงื่อนไขว่า เว้นแต่ผู้ผลิตแบตเตอรี่จะบรรลุข้อตกลง

โดยที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ITC ได้ตัดสินว่า SK Innovation ขโมยความลับทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และสั่งให้สหรัฐขัดขวางบริษัท ไม่ให้นำเข้าวัสดุเพื่อสร้างแบตเตอรี่

และทาง SK Innovation ก็ได้ขู่ว่าจะยกเลิกการสร้างโรงงานมูลค่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ ที่สามารถสร้างงานให้คนงานได้ 2,600 คนซึ่งกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐ เว้นแต่การตัดสินของ ITC จะถูกลบล้าง ซึ่งหากไม่มีข้อยุติดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Biden อาจต้องลบล้างคำตัดสินของ ITC เพื่อให้ SK Innovation สามารถสร้างโรงงานได้

นับว่าเป็นเรื่องดี ที่ข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทระหว่างบริษัททั้งสองได้ข้อยุติ เพราะถ้าล้มเหลว อาจทำให้ต้องสูญเสียงานหลายพันตำแหน่งในจอร์เจีย และยังส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯซึ่งมียอดขายรถยนต์ใหม่ประมาณ 2% ถูกคุกคาม และจะกระทบต่อ Volkswagen และ Ford ที่จะต้องหาซัพพลายเออร์แบตเตอรี่รายใหม่ ซึ่งอาจทำให้การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าช้า และขัดขวางความสามารถในการตอบ สนองความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นข้อยุติดังกล่าว จึงถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Biden ซึ่งเพิ่งมีการเปิดเผยแผนงานที่ครอบคลุมโครง สร้างพื้นฐานอย่างกว้างขวาง ที่รวมถึงการใช้จ่ายเงินจำนวน 174 พันล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

ประธานาธิบดี Joe Biden กล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราต้องการห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐที่แข็งแกร่ง หลากหลาย และยืดหยุ่นได้ เพื่อให้เราสามารถรองรับความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก รวมถึงส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้ และมันจะสร้างงานที่มีรายได้ดีให้กับผู้คนในสหรัฐ และวางรากฐานสำหรับอาชีพการงานในวันพรุ่งนี้"

ประธานาธิบดี Joe Biden ได้เสนอยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่งในสหรัฐฯหลายเรื่อง ตั้งแต่ให้มีการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าอย่างน้อย 500,000 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2030, มีการให้สิ่งจูงใจเพื่อให้ชาวอเมริกันซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใช้งาน และเงินเพื่อดัดแปลงโรงงาน และเพิ่มการจัดหาวัสดุสำหรับการผลิตในประเทศ

"ข้อยุติในวันนี้ ถือเป็นการก้าวไปในทิศทางที่ดี ซึ่งจะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับคนงานในจอร์เจีย และสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับคนงานทั่วประเทศ" ประธานาธิบดี Joe Biden กล่าว

ทางด้าน Jong Hyun Kim, CEO ของ LG Energy Solution และ Jun Kim, CEO ของ SK Innovation กล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า บริษัททั้งสองจะ "แข่งขันในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐ และเกาหลีใต้"

"เราทุ่มเทในการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุน วาระด้านสภาพอากาศ (Climate Agenda) ของฝ่ายบริหารประธานาธิบดี Biden และเพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งของสหรัฐ" เขาทั้งสองกล่าว


Cr : CNBC

Source

 

LG

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.