9,751
VIEWS

วิธีตรวจสอบว่า หมายเลขโทรศัพท์รั่วไหลหรือไม่ จากเหตุ Facebook ถูกแฮ็กข้อมูลผู้ใช้ 533 ล้านคน

Apr 07, 2021 P.Patikom

สำนักข่าว BUSINESS INSIDER ได้นำเสนอข่าว วิธีค้นหาใน 10 วินาที เพื่อให้รู้ว่า หมายเลขโทรศัพท์ของคุณรั่วไหลหรือไม่ จากการที่ Facebook ถูกแฮ็กถูกละเมิดครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (เวลาสหรัฐ) และทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Facebook จำนวน 533 ล้านคนใน 106 ประเทศ ที่รวมถึงข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 32 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ผู้ใช้ 11 ล้านคนในสหราชอาณาจักร และ 6 ล้านคน ในอินเดีย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลนั้น ประกอบด้วย หมายเลขโทรศัพท์, ID Facebook, ชื่อเต็ม, ที่อยู่, วันเกิด, ประวัติ และที่อยู่อีเมล (Email Address) ในบางกรณี ได้รั่วไหลออกไปสู่แฮ็กเกอร์

เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า หมายเลขโทรศัพท์ของเรารั่วไหลหรือไม่จากการที่ Facebook ถูกแฮ็กครั้งใหญ่ดังกล่าว เว็บไซต์เกี่ยวกับ ความปลอดภัยออนไลน์ชื่อ "Have I been pwned" ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้ทราบได้อย่างรวดเร็วว่า หมายเลขโทรศัพท์ของตนรั่วไหล หรือไม่ อันเนื่องมาจากการที่ Facebook ถูกแฮ็กครั้งใหญ่

เว็บไซต์เกี่ยวกับความปลอดภัย "Have I been pwned" ได้ดำเนินการมาเป็นเวลานานแล้ว ช่วยให้ผู้คนสามารถค้นหาได้ว่าอีเมล หรือรหัส ผ่านของพวกเขา ถูกเปิดเผยจากการถูกแฮ็กถูกละเมิดข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ 

และจากการแฮ็กการละเมิดข้อมูลของ Facebook ครั้งล่าสุดนี้ ทำให้ Troy Hunt นักวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัยที่ดูแลเว็บไซต์ดังกล่าว ได้อนุญาตให้ผู้คนเข้ามาค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ได้เช่นกัน เพื่อตรวจสอบว่าหมายเลขโทรศัพท์ของตน ที่เป็นผู้ใช้ Facebook รั่วไหลเพราะ ถูกแฮ็กหรือไม่ เนื่องจากชุดข้อมูลที่รั่วไหลออกไปครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นหมายเลขโทรศัพท์มากกว่าที่อยู่อีเมล (Email Addresses)

Hunt กล่าวในบล็อกโพสต์ว่า เขาได้เห็นผู้คนจำนวนมาก "เป็นประวัติการณ์" ที่ใช้เว็บไซต์ "Have I been pwned" ตั้งแต่การละเมิด Facebook เป็นที่รู้กันทั่วไปในกลุ่มประชาชน (ทั่วโลก) เขาได้กล่าวว่า การอัพเดทใหม่จะใช้กับการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่รั่วไหล จากการถูกแฮ็กถูกละเมิด Facebook ในครั้งนี้เท่านั้น และไม่ใช่การรั่วไหลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ในการค้นหาเพื่อตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเราว่ารั่วไหลเพราะการแฮ็ก Facebook คราวนี้หรือไม่ ผู้ใช้จะต้องใช้รูปแบบสากลใน การค้นหา เช่น รหัสประเทศ และรหัสพื้นที่ เช่น ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาจะต้องเพิ่ม +1 และรหัสพื้นที่ก่อนใส่หมายเลขโทรศัพท์ของตน

Cr : BUSINESS INSIDER

Source

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.