กลยุทธ์สร้างแบรนด์อย่างไร ให้ดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน โดย เดอะพิซซ่า คอมปะนี

Apr 01, 2021 -None-

ธุรกิจดิลิเวอรีเติบโตในช่วงที่ผ่านมาก็จริง แต่การนั่งทานอาหารที่ร้าน ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ สำหรับการสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า สำหรับแบรนด์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี

จากจำนวนสาขาของ เดอะพิซซ่า คอมปะนี ที่มีอยู่ 420 สาขาทั่วประเทศ โจทย์ที่ท้าทายคือจะทำอย่างไร ให้คนกลับมาทานอาหารที่ร้านได้มากที่สุด ในเวลาที่สั้นที่สุด ?

 

คุณณญาดา วรรณวิไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด  แบรนด์เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ได้เปิดเผยว่า 

“กลยุทธ์ที่ใช้คือ Dining Experience ซึ่งเป็นหนึ่งใน Core Value ของธุรกิจของ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ที่มีมาสักพักแล้ว 

 

เหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับการนั่งทานที่ร้าน เพราะเรามีความเชื่อว่า การทานพิซซ่าให้อร่อยที่สุด จะต้องทานสด ๆ เมื่อออกจากเตา ต้องดึงชีสให้ยืด ต้องทานพิซซ่าพร้อมกับพบปะพูดคุย เพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานร่วมกัน”

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะดึงคนที่กลับมาทานที่ร้านได้ มีองค์ประกอบหลายข้อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การสร้างบรรยากาศที่ดี ความประทับใจในร้าน รสชาติอาหาร เมนูที่แปลกใหม่  รวมถึงการตกแต่งหน้าร้านก็ต้องให้เข้ากับทุก ๆ เทศกาล 

เช่น ทุกครั้งที่มีการจัดโปรโมชันใหม่ออกมา ภาพรวมของการตกแต่งร้าน ก็ต้องล้อไปกับคอนเซปต์นั้น ๆ อย่างกลมกลืน เพื่อที่ลูกค้ารู้สึกได้ว่า ทั้งหมดคือ “The Full Experience” ที่เขาจะได้รับ เมื่อก้าวเข้ามาที่ร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี 

 

โดยประสบการณ์ที่ว่านี้ ควรประกอบไปด้วย 5 เซนส์ ที่ครบทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส 

โดยสิ่งที่เราทำได้ ก็คือการผสมผสานทั้ง 5 เซนส์นี้ ให้ออกมากลมกล่อมที่สุด ในรูปแบบของเราเอง

 

และจากประสบการณ์การทำร้านอาหารของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้ค้นพบ 3 กลยุทธ์ในสร้างแบรนด์อย่างไร ให้ดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน ซึ่งประกอบไปด้วย

 

1) มีแคมเปญที่ต่อเนื่อง หลากหลาย และแปลกใหม่

 

ในการออกแต่ละแคมเปญของ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี จะเว้นช่วงประมาณ 8 อาทิตย์ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและหลากหลาย โดยแคมเปญที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ นิวยอร์กพิซซ่า 15 นิ้ว และ 18 นิ้ว ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างมาก

 

เป้าหมายของแคมเปญนี้เกิดขึ้น เพราะต้องการกระตุ้นให้คนอยากมาทานที่ร้าน และได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ ซึ่งในช่วงแรกของแคมเปญนี้  ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ตกแต่งหน้าร้านแบบจริงจัง โดยมีการแรปติดสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่ที่หน้าร้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมา เกิดความสนใจ

นอกจากนั้นยังมีการปรับโปรดักต์ใหม่ๆ ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเมนูไก่ เช่น ไก่ทอดรสไข่เค็ม หรือ ไก่ทอดหาดเล็ก ที่อิงจากเทรนด์ตลาด มาปรับให้เหมาะกับแบรนด์เรา เป็นไฮท์ไลท์เมนูใหม่ๆ ที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

2) ประสบการณ์ คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในธุรกิจอาหาร

 

ประสบการณ์ที่ว่านี้ หมายถึงประสบการณ์ทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ลูกค้าก้าวเข้ามาภายในร้าน ซึ่งนิวยอร์กพิซซ่าเป็นแคมเปญที่สร้างความว้าวได้อย่างน่าประทับใจ เช่น การปูโต๊ะภายในร้าน ที่โปรโมตถึงความอลังการของนิวยอร์กพิซซ่า มีสายวัดขนาดของพิซซ่า เพื่อตอกย้ำว่าขนาดมันใหญ่อลังการจริง ๆ 

 

หรือแม้แต่รสชาติอาหารที่ต้องอร่อย กลิ่นที่ต้องหอมหวนชวนน่ารับประทาน การจัดแสงหรือเลเอาต์ภายในร้านก็ต้องออกมาสอดคล้องไปกับทีมของร้าน

 

3) การตกแต่งหน้าร้าน คือสิ่งที่ขาดไม่ได้

 

เพราะการตกแต่งหน้าร้าน นอกจากดึงดูดผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการสื่อสารข้อความไปยังลูกค้า เป็นการสร้างความเข้าใจ เสริมความสวยงามให้ร้าน พร้อมทั้งสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยขนาดของ Window Display บนกระจกที่มีขนาดใหญ่

 

ที่สามารถสื่อสารทั้งภายในร้านและภายนอกร้านได้ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เราได้รับคำแนะ นำจาก HP และบริษัท ตำหนักศิลป์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ซึ่ง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ถือเป็นผู้นำรายแรกในประเทศไทย ที่เลือกใช้การตกแต่ง Window Display แบบนี้

 

การตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่ เริ่มใช้ตั้งแต่แคมเปญนิวยอร์กพิซซ่า ผลลัพธ์ที่ได้คือ ช่วยดึงดูดความสนใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน เราจะรู้สึกว่าการเดินห้าง  ปริมาณของร้านในแต่ละประเภทมีเยอะมาก ถ้านับเพียงกลุ่มร้านอาหาร ก็เรียกได้ว่า ต่างคนต่างแย่งความสนใจกัน 

 

ดังนั้นข้อความที่ชัดเจน รูปอาหารที่สวยงามที่เห็นตั้งแต่หน้าร้าน ที่สื่อสารผ่านสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่ หรือป้ายหน้าร้าน จะช่วยสร้างความโดดเด่น ดึงดูดให้คนเข้ามาใช้บริการ โดยมีส่วนในการทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มยอดขายภายในร้านให้เพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามการตกแต่งหน้าร้านก็ต้องควบคู่ไปกับการทำสื่อนอกบ้าน และสื่อออนไลน์ด้วยเช่นกัน 

นอกจากนั้นแล้ว การทำธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของแบรนด์ที่ไม่มีไม่ได้ 

 

ซึ่งหนึ่งในนโยบายของ ไมเนอร์ ฟู้ด คือการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน 

สิ่งที่ทำคือ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุหรือแพ็กเกจจิง ต้องคำนึงว่าจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง รวมถึงต้องทราบถึงแหล่งที่มาของผู้ผลิต 

 

และที่สำคัญคือต้องไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม  ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ กับลูกค้าและพนักงานของเรา หรือแม้แต่การเลือกพาร์ตเนอร์ก็ต้องมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน  

 

ในฐานะที่บริษัทใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของการเลือก Latex Printing Technology วัสดุ และหมึกพิมพ์กระดาษ โดยเป็นหมึกพิมพ์ที่มีส่วนผสมของน้ำ 100% จึงมีความปลอดภัยกับทุกคน  อีกทั้งยังใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ HP Latex ทำให้มลพิษลดลงไปอีกเป็นจำนวนมาก

ความพิเศษของเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลคือ

จะทำให้ได้สติ๊กเกอร์ที่ติด มีมุมมองการมองเห็น  ที่สามารถเห็นได้ทั้งภายในและภายนอก โดยที่ยังคงความคมชัด และสวยงาม อีกทั้งตัวหมึกเป็นหมึกน้ำ 100% ดังนั้น จะไม่มีมลพิษสำหรับลูกค้าที่เข้ามานั่งทานที่ร้านอย่างแน่นอน

ข้อดีอีกอย่างคือ เทคโนโลยีหมึกพิมพ์ HP Latex ปราศจากกลิ่นฉุน จึงเหมาะสำหรับการพิมพ์ดิสเพลย์ภายในอาคารที่มีอากาศถ่ายเทน้อย หรืองานตกแต่งภายใน เช่น ร้านอาหาร 

และหลังจากการตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ที่ใช้หมึกพิมพ์ HP Latex จะไม่ต้องเสียเวลาปิดร้าน รอให้กลิ่นสีหายไป เพราะสติ๊กเกอร์ทำจากหมึกน้ำ จึงไม่มีกลิ่น ไม่มีสารเคมีและสิ่งเจือปน ทำให้หลังจากใช้สติ๊กเกอร์นี้เสร็จ สามารถนำไปทิ้งได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าวัสดุเหล่านี้จะย่อยสลายไม่ได้ เพราะสามรถย่อยสลายได้ในระยะเวลาอันสั้นนั่นเอง

จะเห็นว่าการตกแต่งหน้าร้าน ยังคงมีความสำคัญมากในยุคนี้ เพราะการสร้างประสบการณ์ที่ดีในธุรกิจร้านอาหาร ย่อมเกิดจากการนั่งทานที่ร้าน พร้อมไปกับการเสพบรรยากาศรอบ ๆ ที่สวยงาม เคล้าไปกับเสียงเพลง การพูดคุยบนโต๊ะอาหาร และจบด้วยรสชาติอาหารที่อร่อยนั่นเอง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.