5,115
VIEWS

เมื่อ Ecosystem เป็นหัวใจสำคัญ ลาซาด้าจึงสร้าง 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อเติบโตอย่างแตกต่าง

Mar 25, 2021 P.Narata

ปี 2564 มีการประเมินกันว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่าถึงกว่า 4 แสนล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากปี 2563 ที่เคยมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้หันมาช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์ที่ผลักดันให้ภาพรวมตลาดซื้อขายออนไลน์ในปีที่ผ่านมาเติบโตได้ถึง 81% ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดออนไลน์ในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% เมื่อเทียบกับออฟไลน์ จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจาก Penetration Rate มีแค่ 3%

สำหรับลาซาด้า เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม e-Marketplace ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 9 ปี มีการสร้างระบบ Ecosystem ด้านเทคโนโลยีที่ได้รับการสนับสนุนจากอาลีบาบา อาทิ ระบบการชำระเงิน ระบบลอจิสติกส์ ระบบสตรีมมิ่ง บริการเก็บเงินปลายทาง รวมถึงการสร้างแนวคิด Shoppertainment เพื่อสร้าง Engagement กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันลาซาด้ามียอดผู้ใช้งานทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 100 ล้านรายต่อปี โดยประเทศอินโดนีเชีย เป็นอันดับ 1 รองมาเป็นประเทศไทย

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า ลาซาด้าเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2555 ใน 6 ประเทศ แถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มีการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และให้บริการการช้อปปิ้งออนไลน์ที่เหนือระดับกับนักช้อปชาวไทยมาโดยตลอด ด้วยการบุกเบิก และสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ

เพื่อร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลให้กับประเทศไทย ลาซาด้า ประกาศ 3 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2564 ประกอบด้วย

1. Customer First “ลูกค้ามาก่อน” ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก พัฒนาต่อยอดจากค่านิยมหลักขององค์กร ลาซาด้าจะเดินหน้ามอบประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่ดีที่สุดให้กับทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ด้วยศักยภาพด้านเทคโนโลยีและลอจิสติกส์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอาลีบาบา

2. Brand Differentiation กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง รักษาและพัฒนาความสัมพันธ์กับแบรนด์ และผู้ขาย ไปพร้อมๆ กับการสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันกับลาซาด้า ด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือ และโซลูชั่นต่างๆ เช่น Sponsored Discovery ที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าและกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์ม 

3. Continuous Fundamental Improvement เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เทคโนโลยี ลอจิสติกส์ นวัตกรรม โซลูชั่น และเครื่องมือเพื่อสนับสนุนผู้ขาย และแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภค

“หากมองในแง่ของตัวแพลตฟอร์มอาจไม่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ รวมถึงเรื่องของราคา และการออฟเฟอร์ต่างๆ แต่เราเชื่อว่าการแข่งขันของแพลตฟอร์มในอนาคต คือ ความพยายามในการทำความเข้าใจลูกค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของลาซาด้า คือ เรื่องของการสร้าง Brand Differentiation ที่จะมีการนำเอาเรื่องของ Data Intelligence เข้ามาสนับสนุนแบรนด์ของเราให้มีความเข้าใจลูกค้า และขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น”

อีกหนึ่งจุดแข็งของลาซาด้า คือ การลงทุนทำในเรื่องของ Ecosystem ที่มีมาตลอดระยะเวลา 9 ปี โดยเฉพาะการสร้าง Logistic Network ที่ปัจจุบันลาซาด้าก็มีลอจิสติกส์เป็นของตัวเอง รวมถึงการสร้างคลังสินค้า และการทำ Payment Solution ที่ได้รับการสนับสนุนจากอาลีบาบา ด้วยระบบความปลอดภัยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งเวลาเพียง 1 นาที สามารถโปรเซทได้ถึง 2.5 แสนทรานส์เซ็กชั่น จึงสามารถรองรับการทำแคมเปญพิเศษในทุกๆ ช่วงเวลาได้

“ลาซาด้า ยังมีจุดแข็งในเรื่องของ Data ที่ทำให้สามารถทำความเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งในอนาคตแพลตฟอร์มจะแข่งขันกันในเรื่องของการสร้าง Ecosystem ว่าใครจะมีเน็ตเวิร์คที่แข็งแกร่งมากกว่ากัน ยกตัวอย่าง แคมเปญ 11.11 เมื่อปีที่แล้ว ที่ลาซาด้าสามารถทำยอดขายได้มากถึง 1,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ถือเป็นวอลุ่มที่สูงมาก ดังนั้นหากไม่มีระบบลอจิสติกส์เน็ตเวิร์คที่แข็งแกร่ง หรือไม่มีระบบเพย์เม้นต์ที่รองรับทรานส์เซ็กชั่นที่สูงได้ ก็ไม่สามารถรองรับยอดขายที่มากขนาดนี้ได้ และคงไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าในแพลตฟอร์มได้”

ธนิดา กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันลาซาด้ามีฐานลูกค้าอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Mass เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจซบเซา จึงตอบโจทย์ด้วยการทำแคมเปญราคา และกลุ่มมีกำลังซื้อ เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบ ลาซาด้าจะตอบโจทย์ด้วย LazMall ซึ่งได้มีการปรับโฉมไปเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยการเพิ่มสินค้าที่มีคุณภาพ และเพิ่มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามา โดยปัจจุบันมีแบรนด์อยู่ใน LazMall มากกว่า 3,000 แบรนด์ บางแบรนด์อยู่ในลาซาด้าเพียงแพลตฟอร์มเดียว

“ปีที่ผ่านมา ลาซาด้า สามารถเติบโตเกิน 100% ในทุกด้านทั้งยอดผู้ค้า ยอดผู้ใช้งานรายใหม่ และยอดคำสั่งซื้อ สำหรับปี 2564 เป็นปีฉลองครบรอบ 9 ปี บริษัทได้วางงบการตลาดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ให้กับผู้บริโภค และดึงเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการกระตุ้นยอดขายของร้านค้า ซึ่งในแต่ละปีลาซาด้ามีอัตราการเติบโตถึง 3 หลัก และตลาดก็ยังขยายตัวได้อีกมากเนื่องจากประเทศไทยยังมี Penetration Rate อยู่แค่ 3%”

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 9 ปี ลาซาด้าเตรียมมอบดีลสุดพิเศษในแบบที่นักช้อปไม่ควรพลาดกับแคมเปญ Surprise Birthday Sale ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2564 โดยมีไฮไลท์หลักๆ ได้แก่ การมอบคูปองส่วนลดจากลาซาด้า คูปองส่วนลดจากร้านค้า ลาซาด้าโบนัสลดหลายต่อ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท คูปองส่วนลด 333 บาท จากลาซาด้า และคูปองส่วนลด 999 บาท จากร้านค้า แบรนด์ และพันธมิตร สามารถเก็บคูปองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 มีนาคม เวลา 10.00 น.   

นอกจากนี้ ยังมีเครดิตรับเงินคืน 15% สูงสุด 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าบน LazMall คูปองส่งฟรีทั่วไทย และคูปองส่งฟรี 30 บาท สำหรับยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 99 บาท หรือเมื่อซื้อสินค้าครบ 3 ชิ้น สามารถเก็บคูปองได้ทั้งวัน

อีกไฮไลท์ที่น่าสนใจ คือ Crazy Brand Mega Offers พบกับดีลสินค้าราคาที่ดีที่สุดจากแบรนด์ชั้นนำบน LazMall เฉพาะ 2 ชั่วโมงแรกของแคมเปญ ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตี 2 ของวันที่ 27 มีนาคมเท่านั้น โดยนักช้อปสามารถมาร่วมเล่นเกมเพื่อชิงคูปอง และของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น Lucky Egg ตีไข่แตกลุ้นรับรางวัลสูงสุดกว่า 9 ล้านบาท              

นอกจากดีลพิเศษกับ Surprise Birthday Sale งานนนี้ยังมีไลฟ์สตรีมมิงคอนเสิร์ต “Lazada Super Party” ที่มาพร้อมกับธีม “Everyday Heroes” โดยมีศิลปินนักร้องชื่อดังระดับโลก “เคที เพอร์รี” (Katy Perry) และบอยแบนด์ชั้นนำจากเกาหลี “เอ็นซีที ดรีม” (NCT Dream) รวมถึง เบลล่า – ราณี แคมเปน และดา เอ็นโดรฟิน จากประเทศไทย มาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานให้กับผู้ชมทั่วทั้งทวีปเอเชีย พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงผ่าน LazLive แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งบนแอพพลิเคชั่นลาซาด้า โซเชียลมีเดียต่างๆ และสถานีโทรทัศน์ชั้นนำในประเทศ ในคืนวันที่ 26 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 20.00 น. และเคานต์ดาวน์สู่ Surprise Birthday Sale ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 27 มีนาคมนี้     

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การบริจาค LazCoins ภายใต้โครงการ LazadaForGood ที่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2563 เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์และองค์กรไม่แสวงผลกำไรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข เริ่มต้นจากเพียง 3 มูลนิธิ โดยปัจจุบัน LazadaForGood มีมูลนิธิที่เข้าร่วมโครงการแล้วถึง 22 มูลนิธิ และสร้างยอดบริจาคทางออนไลน์แล้วมากกว่า 1.4 ล้านบาท

เพื่อต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ลาซาด้าจึงได้ยกระดับแพลตฟอร์ม LazadaForGood ขึ้นอีกขั้น และเป็นครั้งแรกในภูมิภาคที่ผู้บริโภคชาวไทยสามารถให้ความช่วยเหลือองค์กรการกุศลบนแพลตฟอร์มการบริจาคดิจิทัลในรูปแบบการบริจาค LazCoins ซึ่งเป็นระบบสะสมเหรียญรางวัลเพื่อแลกคูปองและของสมนาคุณต่างๆ บนแอพพลิเคชั่นลาซาด้า โดยผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนเหรียญ LazCoins จำนวน 50 เหรียญ เป็นเงินจำนวน 50 บาท เพื่อมอบให้กับมูลนิธิต่างๆ ตามต้องการบนแพลตฟอร์มได้ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคมนี้เท่านั้น

“ปีนี้ลาซาด้าตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าในทุกด้าน โดยตั้งเป้าหมายว่าแคมเปญนี้จะผลักดันยอดขายจะเติบโตขึ้น 15 เท่าจากยอดขายเฉลี่ยในวันปกติ” ธนิดา กล่าว

 

LAZADA

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.