14,876
VIEWS

รวมไฮไลท์รถในงาน Bangkok International Motor Show 2021

Mar 24, 2021 BrandAge Team

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ ใจเป็นสุข” หรือ Shaping the Next Chapter” จากการที่วิกฤตการณ์โรคระบาดที่ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ ความเป็นอยู่ และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ต่อสังคมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันรวมถึงแนวคิด วิสัยทัศน์ การจัดการรักษา และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ พัฒนา ปรับปรุง เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างปลอดภัย และใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข และจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยจากการที่มีบริษัทรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 34 บริษัท บนพื้นที่จัดแสดง 170,960 ตารางเมตร เป็นการยืนยันได้อีกครั้งว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นงานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริษัทรถยนต์ และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ได้แก่ Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Mazda, Hyundai, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche, Bentley, Volvo, Kia, Subaru, Hyundai Truck& Bus, TAKANO, AP Honda, Suzuki Moto, Yamaha, Harley-Davidson, BAJAJ, KTM และ Husqvarna BrandAge Online ได้รวบรวมไฮไลท์ในงานนี้มาให้รับชมกัน

Aston Martin : คืนสังเวียน F1 กับ ASTON MARTIN COGNIZANT FORMULA ONE

แอสตัน มาร์ติน แบงคอกฉลองการคืนสู่สังเวียนฟอร์มูล่าวันของ แอสตัน มาร์ติน ในปี 2021 ด้วยการนำ “วานเทจ” ยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์นักล่า มาตกแต่งภายใต้แรงบันดาลใจจากรถแข่งฟอร์มูล่าวันของทีม แอสตัน มาร์ติน มาพร้อมรถสปอร์ตรุ่นเรือธงอย่าง “ดีบีเอส” (DBS) เจ้าของตำแหน่ง “BEST SUPERCAR” ในการประกาศรางวัล Car of The Year 2021 “ดีบีอีเลฟเว่น” (DB11) และเอสยูวีที่สวยที่สุดในโลก “ดีบีเอ็กซ์” (DBX) โดยทุกรุ่นมาพร้อม Warranty 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และพิเศษยิ่งกว่าสำหรับ “ดีบีอีเลฟเว่น” รับเพิ่มฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 50,000 กม.

Audi : ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

The New Audi e-tron GT ที่อาวดี้นำเข้ามาสร้างความฮือฮาให้ตลาดมีทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบไปด้วย รุ่นเริ่มต้นคือ Audi e-tron GT Quattro มาพร้อมกับระบบ Electric Quattro ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ การทรงตัว และออกตัวในลักษณะเร่งแซงมีประสิทธิภาพ สร้างความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

The New Audi e-tron GT ที่ อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลนระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านหน้ารถเมื่ออยู่ทางแยก ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อจะเปิดประตูลงจากรถ ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

The New Audi e-tron ได้รับการพัฒนาโดยระบบการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Recuperation) อย่างชาญฉลาด 2 รูปแบบ คือ จากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัวและการถอนเท้าออกจากคันเร่ง เพื่อผู้ขับขี่สามารถเดินทางในระยะทางที่มากกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกตั้งระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ โดยผ่านฟังก์ชั่น Predictive Efficiency Assist (PEA) ในระบบ MMI

อาวดี้ ประเทศไทย นำ The New Audi e-tron GT เข้ามาให้ลูกค้าชาวไทยได้เลือกเฟี้ยวสุดสุด พร้อมกัน 3 รุ่น ถือเป็นก้าวสำคัญของ Audi ในการปรับเปลี่ยนทิศทางของโลกยนตรกรรมในอนาคต (Shaping the Future of Mobility) โดย The New Audi e-tron GT เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 3 ที่ทาง อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่าย คือ e-tron GT Quattro, e-tron GT Quattro Performance และตัวท็อปที่สุดคือ RS e-tron GT Quattro

The New Audi Q5 45 TFSI Quattro S Line Black Edition ด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยนั้นนับว่าเหนือชั้นอย่างเยี่ยมยอด โดยช่วงล่างมาพร้อมระบบควบคุมโช้คอัพแบบไฟฟ้า (Damper Control) ระบบกันสะเทือนมาตรฐาน พร้อมสปริงเหล็กที่คอยควบคุมระบบแดมเปอร์ที่ทำให้เกิดการกระจายแรงที่กว้างขึ้น จึงขับได้สนุกและสบายยิ่งขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Mild Hybrid (MHEV) 4 สูบ แบบ Direct Injection เทอร์โบชาร์จ ซึ่งให้พละกำลังสูงสุดที่ 249 แรงม้า แรงบิดที่ 370 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.3 วินาที เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันเลื่องชื่อ ในรูปแบบ Quattro with Ultra Technology ด้วยความเร็วสูงสุด 237 กิโลเมตร/ชั่วโมง ล้อขนาด 20 นิ้ว ลายสปอร์ตทูโทน พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงหน้า-หลัง กระจังหน้าสีดำลาย Honey Comb ได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตดุดัน โดยรูปลักษณ์เส้นสายของ Single Frame รูปทรงแปดเหลี่ยมสีดำตื้นขึ้นและกว้างขึ้น ชุดตกแต่งแบบสปอร์ต S line ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมทั้งตกแต่งแบบ Black Edition ภายนอกตัวรถ เพื่อเพิ่มความดุดัน ท้าทายทุกสาย ตา ขณะที่ไฟหน้า LED Daytime Running Lights ถูกดีไซน์ใหม่ เพิ่มความลงตัวให้กับด้านหน้ารถมากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ด้วย Driving Assistance System ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุด้านหลัง หากรถด้านหลังเสี่ยงจะวิ่งมาชนจะรั้งเข็มขัดนิรภัย แจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist หรือ Blind Spot) รวมถึงการแจ้งเตือนด้านข้างด้านท้ายเมื่อจะลงรถ (Exit Warning) หากมีวัตถุจะวิ่งมาชน เช่น จักรยาน มอเตอร์ไซค์ จะมีสัญญาณไฟเตือน

 

BMW : M4 จากสนามแข่งสู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน

BMW M4 Competition Coupé ใหม่ มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นตามแบบฉบับรถแข่งพันธุ์แท้ ถ่าย ทอดสู่รูปแบบของการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่เปี่ยมล้นด้วยพละกำลังเหนือชั้น ตอบสนองความหลงใหลด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์และแชสซีส์ชั้นเลิศ เอกลักษณ์การดีไซน์ที่ตรึงใจ และระบบการขับขี่ใหม่ต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับรถยนต์สายพันธุ์ M อย่างแท้จริง

การออกแบบสะท้อนถึงความทรงพลัง สะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่แนวตั้งขนาดใหญ่ตัดกับซี่แนวนอนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู M สอดรับกับซุ้มล้อที่มีเส้นสายหนักแน่นพร้อมช่องระบายอากาศด้านข้างสไตล์ M กาบข้างพร้อมชิ้นส่วนในสไตล์เดียวกันบริเวณกระโปรงหน้าและท้ายรถ เสริมการตกแต่งที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M Carbon ซึ่งประกอบไปด้วยหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมครีบเสริมประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ฝาครอบกระจกข้าง กาบข้าง และสปอยเลอร์หลังในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และยังมาพร้อมท่อไอเสียแบบคู่ ไฟหน้า Adaptive LED พร้อมระบบ BMW Laserlight

ขุมพลังที่เป็นหัวใจหลักมาจากเครื่องยนต์เบนซินรอบสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ในตระกูล M เข้ากับสมรรถนะจากเทคโนโลยี M TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง แรงบิดสูงถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 2,750 - 5,500 รอบต่อนาที พละกำลัง 510 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที ทำความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งพละกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ M Steptronic Sport พร้อม Drivelogic ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดการสูญเสียกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมผ่านคันเกียร์ M หรือแป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย

นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ M Drive Professional ที่พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อเสริมสัมผัสที่เร้าใจยิ่งขึ้นขณะขับขี่ในสนามแข่ง โดยมาพร้อมระบบ M Traction Control ที่ปรับระดับระบบป้องกันล้อหมุนฟรีได้ถึง 10 ระดับตามความต้องการของผู้ขับขี่ก่อนสั่งการให้ DSC ทำงาน และยังครอบคลุมถึงระบบ M Drift Analyser ที่สามารถบันทึกและวิเคราะห์คะแนนความแม่นยำในการเข้าโค้งของผู้ขับขี่ พร้อมระบบ M Laptimer ช่วยบอกเวลาการขับขี่ต่อรอบ รวมถึงข้อมูลการขับขี่อื่นๆ ในสนามแข่ง

 

Ford: ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ นำทัพโชว์นวัตกรรม

บูธฟอร์ดจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์ “Warrior Stadium” สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีอันเหนือระดับของรถยนต์ฟอร์ด นำทัพด้วยนำ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ สมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มาพร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่เหนือไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ตั้งแต่ระบบช่วงล่าง โช้คอัพ FOX Shocks และยางออลเทอร์เรน รวมถึงการออกแบบภายในที่รองรับทุกรูปแบบการเดินทาง 

ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจในด้านดีไซน์ภายนอกจากฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง กระจังหน้าสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D บันไดข้างโลหะผิวกันลื่นสีดำ ล้ออัลลอยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ และโรลบาร์ขนาดเต็มสไตล์ออฟโรด พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 981 กก. ลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กก. มีระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย รองรับ Apple CarPlay 

 

Great Wall Motor : เผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” ครั้งแรกของโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรก และคนไทยเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้ยลโฉมรถยนต์คันนี้อย่างใกล้ชิด โดย “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยผสานกับดีไซน์อันโดดเด่น สำหรับ HAVAL H6 นั้น นับตั้งแต่เปิดตัว มียอดขายรวมกว่า 3 ล้านคัน และได้รับรางวัลมากมายในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง เช่น รางวัลรถเอสยูวี ที่มีคุณค่ามากที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นรถเอสยูวีรุ่นที่ดีที่สุดในชิลี

“All New HAVAL H6 Hybrid SUV” ที่เผยโฉมครั้งนี้ เป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ ให้แรงม้าสูงสุด 179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร โดยมิติของตัวรถกว้างxยาวxสูง จะอยู่ที่ 1,886 x 4,653 x 1,724 มม. ระยะฐานล้อ 2,738 มม. และขนาดล้อ 19 นิ้ว ถือเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบรถในคลาสเดียวกัน พร้อมพื้นที่จัดเก็บกว้างขวาง นั่งสบาย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว

Isuzu : ต่อยอดความร้อนแรงของ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์”

ภายใต้คอนเซ็ปต์โชว์รูมใหม่ “The TOUCH” ในโทนสีแดง-เทา อีซูซุต่อยอดกระแสยอดขายอันร้อนแรงด้วยการนำ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด ที่มียอดจองกว่า 12,000 คัน ภายในเวลาเพียง 4 สี่เดือนนับจากวันเปิดขายวันแรก มาร่วมโชว์ในงาน ด้วยความโดดเด่นของรูปลักษณ์การดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยความครบครันของเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุดอย่าง ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE  ให้ทุกระบบทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่แม่นยำยิ่งกว่า และตอกย้ำสมรรถนะด้วยขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งเครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power เจนเนอเรชั่นล่าสุด

Honda : ชูไฮไลต์ “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์”

ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ยนตรกรรมซิตี้คาร์ที่ครองใจลูกค้าชาวไทยมาอย่างยาวนาน ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ด้วยยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มซับคอมแพคท์และอีโค่ซับคอมแพค  และครองรางวัล Car of the Year 2 ปีซ้อน (2020 และ 2021) ด้วยจุดเด่นที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะอันทรงพลังและฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 99 กรัม/กิโลเมตร เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT)

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมฟูลไฮบริดรุ่นแรกของเซกเมนต์ ที่ครบครันทั้งสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังด้วยระบบ Sport Hybrid i-MMD ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่อง ยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยนตรกรรมซิตี้คาร์ในสไตล์สปอร์ตแฮตช์แบ็ค 5 ประตู ที่ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า และการขับขี่ที่สนุกสนานกับขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ครบครันด้วยฟังก์ชันที่พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์และทำงานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน Honda CONNECT พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ถุงลม 6 ตำแหน่ง

Hyundai : Palisade รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ระดับหรูครั้งแรกในไทย

Hyundai Palisade ได้รับการออกแบบทั้งภายในและภายนอกอย่างมีระดับสะท้อนความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์โดยเฉพาะ ด้านหน้าติดตั้งกระจังหน้าโครเมียมแนวนอนขนาดใหญ่ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบ่งบอกความแข็งแกร่ง ทรงพลัง ไฟหน้าแบบคอมโพสิตเรียงแนวตั้งแยกชั้นพร้อมไฟ LED headlight และไฟ LED เพื่อให้สัญญาณเลี้ยวเพิ่มความปลอดภัยและโดดเด่นมากขึ้น ตัวถังดีไซน์ให้ดูแกร่ง ช่วงท้ายเพิ่มระยะยาวขึ้นพร้อมกระจกท้ายแบบพาโนรามิกเน้นให้เห็นความกว้างของบริเวณแถวที่สาม และพื้นที่เพื่อขนสัมภาระ

ด้านหลัง ไฟท้ายแบบ LED แนวตั้งเน้นความทรงพลังด้วยความชาญฉลาดของการผสมผสานการออกแบบมุมของเสาเอ สปอยเลอร์หลัง ช่องระบายความร้อน ด้านหน้า ด้านข้างและบริเวณด้านหลัง ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.33 ภายใน ได้รับการออกแบบที่ถ่ายทอดความเรียบ สบายสร้างบรรยากาศที่สงบ เบาะหนังแบบ Nappa รุ่น 7 ที่นั่ง โดยแถวสองติดตั้งแบบกัปตัน ซีท มอบความผ่อนคลายสูงสุด ลายไม้ออกแบบพิเศษตกแต่งรอบคันเพื่อมอบความหรูหรา

นอกจากนี้ บริเวณคอนโซลกลางออกแบบลักษณะ Bridge type คอนโซลหน้ามาพร้อมหน้าจอแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นแสดงผลหน้าจอบนกระจก Heads-up Display เพื่อความสะดวกและปลอดภัยหลังคาติดตั้งมูนรูฟคู่ และการจัดที่นั่งด้านหลังแบบการยศาสตร์ เน้นความสะดวกและเชื่อมต่อกันได้ ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวกและง่ายต่อการขนสัมภาระ

Palisade ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนชินขนาด 3.8 ลิตรมอบกำลังสูงสุดที่ 295 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 355 นิวตันเมตรที่ 5,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ซึ่งไม่เพียงแต่มอบ

KIA :  Grand Carnival พรีเมียม MPV เพื่อความสะดวกสบายที่เหนือชั้น

KIA Grand Carnival  มาพร้อมคำนิยามว่าเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่แบบ Grand Utility Vehicle มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่ารุ่นเดิม และกว้างขวางที่สุดในระดับเดียวกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เฉียบคมและภูมิฐานกว่ารถโมเดลก่อนหน้า กระจังหน้าทรงจมูกเสือ Tiger Nose เคียงคู่มากับไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ส่วนกันชนหน้า แถบกันกระแทกด้านข้าง ไปจนถึงกันชนหลังทำจากวัสดุสีเงินเมทัลลิก อีกทั้งไฟท้าย LED มีการลากยาวเต็มแถบฝากระโปรงท้าย

ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมแนวคิด Spatial Talents ออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลาย แผงแดชบอร์ดสวยสะดุดตาด้วยหน้าจอทรงพาโนรามิกแบบคู่เชื่อมต่อกันหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลและหน้าจออินโฟเทน เม้นต์ที่มีขนาด 12.3 นิ้วเท่ากัน รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay กับ Android Auto

Kia ยังคงชูจุดเด่นที่การจัดวางเบาะแบบ 7 ที่นั่งซึ่งจะให้ความสะดวกสบายสูงสุดด้วยเบาะ Premium Relaxation Seat ส่วนการจัดวางเบาะนั่งมีทั้งแบบ 3 แถวและ 4 แถว รองรับผู้โดยสารตั้งแต่ 7 คน 8 คน และสูงสุด 11 คน เบาะนั่งปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มเนื้อที่จัดเก็บสัมภาระซึ่งเริ่มต้นที่ 627 ลิตรและเพิ่มขึ้นเป็น 2,905 ลิตรได้เมื่อพับเบาะทุกแถวลงให้แบนราบ นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจเช็กผู้โดยสารด้านหลัง Rear Passenger View & Talk ที่ผู้ขับขี่สามารถเช็คดูว่ามีคนนั่งอยู่ในบริเวณเบาะหลังหรือไม่ ผ่านทางกล้องขนาดเล็กที่ส่งสัญญาณภาพมาแสดงบนหน้าจอระบบอินโฟเทนเม้นต์ได้อีกด้วย

ด้านสมรรถนะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.2 ลิตร 2,151 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ VGT กำลังสูงสุด 202 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า มาตรฐานไอเสีย EURO5

Lexus: สร้างประสบการณ์น่ามหัศจรรย์กับ THE NEW ALL-ELECTRIC LEXUS UX 300e

ไฮไลท์ของเลกซัสในปีนี้ คือ ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED” โดย Lexus UX 300e เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ PURE-EV ที่ไม่มีเครื่องยนต์และไม่ใช้น้ำมัน ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C ที่เชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส และใช้อะลูมินัมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ตัวถังมีน้ำหนักเบา และแข็งแกร่ง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ หรือ 201 แรงม้า แบตเตอรี่แบบลิเทียม อิออน ให้อัตราเร่งได้ดั่งใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.5 วินาที ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง 54 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 360 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง   

 

Maserati : จัดแสดงซูเปอร์คาร์รุ่นล่าสุด MC20 ที่แรกในอาเซียน

มาเซราติประเทศไทย เรียกเสียงฮือฮาด้วย “เอ็มซีทเวนตี้” ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่จากค่ายตรีศูล ผลิตในอิตาลี 100% เจ้าของรางวัล ซูเปอร์คาร์สวยที่สุดแห่งปี 2021 “Most beautiful supercar of the year 2021” ในงาน Festival Automobile International กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ยอดเยี่ยม ‘Super Sports Car of the Year’ แห่งปี 2021 ในงาน GQ Car Awards 2021 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากนั้นก็จัดแสดงยนตรกรรมอีกหลายรุ่น อาทิ ‘กิบลี ไฮบริด’ (Ghibli Hybrid), ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroporte) และเลอวานเต้ (Levante) มาเซราติ ทุกรุ่นมาพร้อม Warranty 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ Premium Maintenance Plus (PMP) 3 ปี หรือ 60,000 กม.

 

Mazda : ไฮไลท์เด็ดด้วยรุ่น MAZDA BT-50

มาสด้าจัดไฮไลท์เด็ดจับ ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพเจนเนอเรชั่นใหม่เรียบหรูสไตล์เอสยูวีแต่งพิเศษ KENSHO รอบคัน เพิ่มภาพลักษณ์สปอร์ตให้ลงตัวยิ่งขึ้น โดย ALL-NEW MAZDA BT-50 ถือเป็นปิกอัพต้นแบบแห่งความสง่างามในรุ่นดับเบิ้ล แค็บ ถูกนำมาปรับโฉมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้เอกลักษณ์เฉพาะตัวกับชุดแต่ง KENSHO รอบคัน ประกอบด้วย สไตล์ลิ่งบาร์สีดำ คิ้วตกแต่งซุ้มล้อ คิ้วตกแต่งข้างประตู คิ้วกันชนหน้า และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ที่เลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น จึงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์สง่างามผสานความสปอร์ตตามสไตล์มาสด้าได้อย่างลงตัว

Mercedes Benz : จัดเต็มไฮไลท์ 5 รุ่น

“Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic” ยนตรกรรมที่รังสรรค์ขึ้นอย่างชาญฉลาด ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ที่ผนวกความเป็นสปอร์ตคูเป้เข้ากับความหรูหราได้อย่างน่าทึ่ง โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 7.6 วินาที มอบความเร็วสูงสุดที่ 237 กิโลเมตร/ชั่วโมง

“Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic” ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรูหราที่พร้อมเผยความสง่างามให้โลกได้เห็น และถ่ายทอดความสปอร์ตได้อย่างเหนือชั้นในทุกมุมมอง โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 7.9 วินาที มอบความเร็วสูงสุดที่ 234 กิโลเมตร/ชั่วโมง

“Mercedes-Benz The new E-Class” รถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์กับดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ และสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบบปลั๊กอินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.7 วินาที อีกหนึ่งทางเลือกคือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 1,950 ซีซีพร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐาน EURO6 ให้พละกำลัง 194 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.3 วินาที ถ่ายทอดพลังจากเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5%

“Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC” ยนตรกรรมคอมแพคเอสยูวีสายพันธุ์แรงที่มาพร้อมความอเนกประสงค์และดีไซน์สปอร์ตตามปรัชญาของ Mercedes-AMG ในทุกรายละเอียด โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 306 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที จึงมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.1 วินาที

“Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีรุ่นแรกในไทยที่ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์และอินเตอร์คูลเลอร์ ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันที่ 3 พร้อมมอบพละกำลังสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมทลายทุกข้อจำกัดในทุกเส้นทางและตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

MG : ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนไทย

ไฮไลท์ของเอ็มจีในงานนี้ คือ การเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการของกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER รุ่นปรับโฉมใหม่ ตามด้วยรถ SUV อย่าง MG ZS และ MG HS รวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริดอย่าง MG HS PHEV ที่มาพร้อมสีใหม่ สีเทา METAL ASH GREY อีกทั้งยังมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ทั้งรุ่น MG EP และ MG ZS EV พร้อมรถ Hatchback อย่างรุ่น MG 3 ที่มาด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่จะทำให้ลูกค้าทุกท่านได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมที่มีพร้อมทั้งเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้จริง

ความพิเศษของบูธเอ็มจี คือการทำให้กับผู้ที่เข้าชมได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งอยู่ในรถยนต์เอ็มจีอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ระบบช่วยขับขี่ Advanced Driver Assistance System (ADAS) เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 (Autonomous Level 2) รวมไปถึงเทคโนโลยีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หรือ xEV ทั้งในรูปแบบรถยนต์ Plug-in Hybrid และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเอ็มจีในการมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ใช้รถสะดวกสบาย และทำให้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้น

Mitsubishi : ฉลองครบรอบ 60 ปีด้วยสีสัน

Mitsubishi Triton Rukkit Edition รถกระบะรุ่นพิเศษที่เปี่ยมด้วยสีสันสะดุดตา เพื่อฉลองครบ 60 ปี ซึ่งรถกระบะรุ่นพิเศษนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดัง ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ศิลปะแนวเรขาคณิตที่มีสไตล์เฉพาะตัว มีความแน่วแน่ ในการสร้างสรรค์สไตล์ที่เป็นของตนเอง ความไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทำให้วันนี้ เขาสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดังแถวหน้าในระดับโลก เรื่องราวของ รักกิจ สะท้อนภาพความมุ่งมั่นและยืนหยัดต่อการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผลงานกราฟิกที่เต็มไปด้วยสีสันถ่ายทอดมาสู่รถยนต์ที่ทรงพลังอย่าง Mitsubishi Triton ได้แรงบันดาลใจมาจากเทพเจ้าไทรทัน เทพแห่งท้องทะเล เกิดเป็นผลงานชื่อ “The Great Triton” สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของการสร้างสไตล์ในแบบของตัวเอง

Nissan : รถยนต์รุ่นล่าสุดนำโดย นาวารา PRO-4X ใหม่

Nissan Navara PRO-4X ใหม่นำเสนอดีไซน์ใหม่ล่าสุด “unbreakable” สะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่น ดุดัน มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง มั่นใจได้ในสมรรถนะที่โดดเด่นทั้งการขับขี่ในเมือง และทางออฟโรดสมบุกสมบัน จากเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังขับเคลื่อนสูง แต่ประหยัดน้ำมันไม่แพ้ใคร

Nissan GT-R 2021 รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตระดับตำนาน จากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของนิสสัน เพิ่มความหรูหรา และสมรรถนะความแรงของเครื่องยนต์ วี6 24 วาล์ว ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ประกอบเครื่องยนต์ด้วยมือช่างเครื่องยนต์ระดับปรมาจารย์ของนิสสัน ที่ให้พละกำลังสูงสุด 555 แรงม้า และระบบเกียร์ดูอัลคลัตช์ 6 สปีด ช่วยส่งกำลังลงสู่ล้อทั้ง 4 ล้อ ได้เต็มที่

PEUGEOT : 3008 และ 5008 SUV ดีกรี Car of The Year 2020-2021

เปอโยต์ ประเทศไทย เอาใจผู้ชื่นชอบยนตรกรรมฝรั่งเศส จัดแสดงรถยนต์ เปอโยต์ ครบทุกรุ่น นำโดย “3008 เอสยูวี”  ที่เพิ่งคว้ารางวัล Car of The Year กับตำแหน่งเอสยูวียอดเยียม พิกัดไม่เกิน 1,800 ซีซี หรือ “BEST PETROL SUV UNDER 1,800 c.c.” รวมถึงอีกว่า 60 รางวัลระดับนานาชาติมาพร้อมรุ่นพี่อย่าง “5008 เอสยูวี” 7 ที่นั่ง เจ้าของรางวัล “เอสยูวียอดเยี่ยม” ปี 2020 และน้องใหม่มาแรง “2008 เอสยูวี” ที่สามารถคว้ารางวัล Red Dot Design 2020 และใกล้จะเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ อีกไม่นานเกินรอ พร้อมแคมเปญพิเศษเมื่อจองรถภายในงาน รับทันที ประกันภัยชั้น 1, Warranty 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.

Porsche : พลังไฟฟ้าที่สะดุดตาด้วยลวดลายศิลปะไทย

The Taycan with a Special Porsche Thailand x NaRaYa Livery เป็นการร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรของไทย เพื่อผสมผสานเทคโนโลยีล้ำยุคให้เข้ากับศิลปะการออกแบบของไทย นำเสนอผ่านการตกแต่งบน Porsche Taycan รถสปอร์ต พลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่สื่อถึงวัฒนธรรมไทย

สำหรับ Porsche Taycan Turbo S เป็นรถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ พละกำลังระดับ 761 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลที่ 1,050 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. มีระยะทำการได้ไกล 388-412 กม. ต่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้ง ติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ แทนที่ระบบทั่วไปซึ่งมีแรงขับเคลื่อนเพียง 400 โวลต์ ซึ่งระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับ High-Power Charging Network จะทำหน้าที่สะสมพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC สามารถขับเคลื่อนได้ระยะทางสูงสุด 100 กม. ในเวลาเพียง 22.5 นาที

Rolls-Royce : เผยโฉม Rolls-Royce Ghost อย่างเป็นทางการครั้งแรก

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์คาร์ส แบงคอก จัดแสดง 4 ยนตรกรรมสุดหรู นำโดย “โกสต์” เจนเนอเรชั่นใหม่ เผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่ง “โกสต์” นับเป็นยนตรกรรมที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี หรูหราแต่ดูเรียบง่าย ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า “Post Opulence” มาพร้อม “โกสต์” รุ่นฐานล้อยาว ที่เพิ่มพื้นที่ด้านหลังมากยิ่งขึ้น รวมถึง “เรธ”(Wraith) สปอร์ตคูเป้สีฟ้า เด่นสะดุดตาจนต้องเหลียวมอง ปิดท้ายด้วย “คัลลิแนน” ยนตรกรรมอเนกประสงค์สุดหรู ที่พร้อมพาคุณไปสู่ดินแดนที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบ

Subaru : The All-New OUTBACK ปรากฏตัวครั้งแรกในอาเซียน

The All-New OUTBACK รถเอสยูวีที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ล่าสุด Subaru EyeSight 4.0 ดวงตาอัจฉริยะคู่ใหม่ที่เพิ่มความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เพราะนอกจาก 6 ระบบการทำงานที่มีในอายไซต์รุ่นปัจจุบันแล้วยังขยายมุมรับภาพให้กว้างขึ้นอีก 2 เท่า พร้อมทั้งพัฒนาระบบการทำงานใหม่ เพื่อความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น

The All-New Outback สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังซูบารุโกลบอลแพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform) รุ่นล่าสุด, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของซูบารุที่ให้การควบคุมที่ดีเยี่ยมและมีเสถียรภาพ เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่ 2.5 ลิตร (Subaru Boxer Engine) ทำความเร็ว จาก 0 ถึง 100 กม. / ชม. ใน 9.6 วินาที

นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งภายในที่กว้างขวางขึ้นด้วยวัสดุตกแต่งคุณภาพสูงและสัมผัสที่นุ่มสบายของเบาะหนังแท้ Nappa จุดเด่นของการตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด คือหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 11.6 นิ้ว หน้าจอ LCD ความละเอียดสูงสามารถเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเครื่องเสียง Harmon/Kardon 11 ลำโพงและซัฟวูฟเฟอร์ พร้อมกันนี้ หน้าจออัจฉริยะยังเป็นศูนย์กลางในการควบคุมระบบทั้งหมด

ด้วยความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยของซูบารุที่ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดใน The All-New OUTBACK นี้ ทำให้ได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยระดับ 5 ดาว โดยสถาบัน (NHTSA) สหรัฐอเมริกาในปี 2021

Suzuki : Suzuki Swift Power You Up แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ

Suzuki Swift 2021 ได้ปรับโฉมเพิ่มลุคภายนอกตัวรถให้ดูสปอร์ตด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบใหม่ ไฟหน้าแบบ LED Projector และไฟท้าย LED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยปัดเงาขนาด 16 นิ้ว ตัวรถมีความยาว 3,845 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,735 มิลลิเมตร ความสูง 1,495 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,450 มิลลิเมตร

ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นเน้นโทนสีดำตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินเพิ่มความสปอร์ต กว้าง สบาย รองรับการใช้งานที่หลากหลาย เพิ่มพื้นที่วางขาและปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะหลังสามารถพับแบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 265 ลิตร เบาะนั่งทรงสปอร์ตกระชับกับสรีระ มาตรวัดตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเพื่อให้สามารถขับขี่ตลอดเส้นทางได้อย่างสบายด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth

Suzuki Swift 2021 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน K12M 1.2 ลิตร 1,197 ซี.ซี. 4 สูบ DOHC ระบบหัวฉีดคู่ DUALJET ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า ความจุถังน้ำมัน 37 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20

เทคโนโลยีความปลอดภัย ในส่วนโครงสร้างตัวถังของ Suzuki Swift 2021 เป็นแบบ HEARTECT ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวรถ พร้อมระบบ NVH ช่วยกันการสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบ ESP ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และระบบ IDLING STOP ที่ลดมลพิษและลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง เหมาะกับการขับขี่ในเมือง

นอกจากนี้ยังเสริมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อย่าง Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบ Hill Hold Control ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน พร้อมทั้งถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง กุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry พร้อมด้วยฟังก์ชั่น Keyless Push Start สตาร์ตหรือดับเครื่องยนต์ได้ในปุ่มเดียว และกล้องมองหลัง

TOYOTA: สร้างสีสันด้วยลิมิเต็ด อิดิชั่น

โตโยต้าตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ด้วยรถยนต์รุ่นพิเศษอย่างอีโคคาร์แฮตช์แบ็ค YARIS และอีโคคาร์ ซีดานยอดนิยม ATIV รุ่นพิเศษ PLAY (Limited Edition) ที่พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอก และภายใน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา และล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน “Dark Mulberry” ลายใหม่ เพิ่มลูกเล่นการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้มีความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยโทนสีใหม่ “Dark Mulberry” และเบาะหนัง  สีทูโทนขาว-ดำ ที่ตกแต่งด้วยด้ายสี “Dark Mulberry”

ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 กระจกหน้า “Acoustic Glass” แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน (High Solar Energy Absorption) สะดวกยิ่งกว่าด้วย “Trunk Organizer” ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ และกล้องมองรอบคัน “Panoramic View Monitor” มุมมอง 360 องศา แสดงภาพแบบเรียลไทม์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผู้ขับและรถให้สนุกกับไลฟ์สไตล์ด้วยแอปพลิเคชัน “PLAY CONNECT Car Telematics” เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต               

รถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.2 ลิตร Dual VVT-iE กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

VOLVO: เดินหน้าสู่อนาคตด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 100%

วอลโว่สร้างไฮไลท์ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งยานยนต์พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวเอสยูวีพลังไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ “THE NEW VOLVO XC40 RECHARGE PURE ELECTRIC” ถือเป็นสุดยอดเอสยูวีพลังไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบจากวอลโว่ ด้วยขุมพลังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 78 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่สามารถโลดแล่นได้ไกลกว่า 400 กิโลเมตรเมื่อชาร์จเต็ม ด้วยเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านแบบมาตรฐาน (Wallbox EV Changer) ขนาด 11 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100% ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ชาร์จไฟได้ 80% ในเวลาเพียง 40 นาที และสามารถตั้งเวลาชาร์จไฟผ่านแอพพลิเคชั่น Volvo on Call

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.