5,325
VIEWS

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค “Changes for the Better” แบรนด์ระดับพรีเมียมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด

Mar 12, 2021 -None-

ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพ ทนทาน ประหยัดพลังงาน และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ มิตซูบิชิ  อีเล็คทริค เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศคุณภาพที่อยู่คู่สังคมไทย ในฐานะผู้นําตลาด และแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน 

 

การไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ทำให้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียมนั้นมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการหลังการขาย และบริหารงาน ภายใต้ปณิธาน “Changes for the Better” หรือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า 

 

ในอีกทางหนึ่ง Changes for the Better สะท้อนถึงการไม่เคยหยุดคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างสิ่งใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ “3D Move-eye Human Sensor” ที่สามารถตรวจจับอุณหภูมิและการเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดและแม่นยำ, เทคโนโลยี “Dual Barrier Coating” ช่วยลดการเกาะติดของฝุ่น ละอองน้ำมัน ทำให้เครื่องปรับอากาศ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ, “Fast Cooling” เทคโนโลยีเพื่อความเย็นเร็วภายในปุ่มเดียว และความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต รวมไปถึงการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างสร้างสรรค์ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุผลสำคัญที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพ และความคงทน จนสร้างความประทับใจในคุณภาพสินค้าอันเป็นจุดขายบอกต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

 

การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าส่งผลให้มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านที่ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องถึง 21 ปี โดยล่าสุดได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2021 โดยนิตยสาร BrandAge พิสูจน์ให้เห็นถึงความไว้วางใจที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งไม่เคยลดลงเลยแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน 

 

คุณชินจิ คามิยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า ในปี 2021 ถือเป็นปีที่พิเศษและมีความสำคัญยิ่ง เนื่องในวาระก้าวย่างสู่ปีที่ 50 แห่งการก่อตั้งบริษัท มิตซูบิชิ  อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เราจึงเดินหน้าส่งมอบสิ่งดีๆ เพื่อแทนคำขอบคุณให้กับผู้บริโภค และสังคมไทยผ่านแคมเปญพิเศษต่างๆ และการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะปีนี้การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังคงต่อเนื่อง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal ชัดเจนยิ่งขึ้น เราจึงมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค New Normal

 

ด้าน คุณทาคาชิ ฟูจิกิ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากเกิด COVID-19 วิถีชีวิตของผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเข้าสู่ยุค New Normal โดยใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้นเพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม และนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ทำให้ช่องทางนี้เติบโตขึ้นมากถึง 150% รวมถึงอัตราการใช้เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ที่เพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็น 73% และในปี 2564 นี้ คาดการณ์ว่าจะมากถึง 80% ซึ่งจากแนวโน้มต่างๆ เหล่านี้ บริษัทจึงพัฒนากลยุทธ์การขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย การสื่อสารทางการตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งผลักดันสินค้าหลัก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และพัดลม พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ของผู้บริโภคให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่าง สะดวกสบาย และประหยัดพลังงานไปพร้อมๆ กัน โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำเสนอตลาดในปีนี้ ได้แก่

 

• เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ECO EYE INVERTER XT Series โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย  ECO EYE Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในห้อง

เมื่อตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานภายในระยะเวลา 20 นาที เครื่องปรับอากาศจะปรับเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน (Auto Save)

และหากยังตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องปรับอากาศจะปิดโดยอัตโนมัติ (Auto Off) ช่วยลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น

แต่เมื่อผู้ใช้งานกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เครื่องปรับอากาศจะเปิดทำงานอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องใช้รีโมทคอนโทรล (Auto On)

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ อาทิ เย็นเร็วทันใจในปุ่มเดียว ด้วย Fast Cooling, เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ มอบอากาศสะอาดทุกลมหายใจด้วย PM 2.5 Filter และ Dual Barrier Coating ที่ช่วยลดการเกาะติดของฝุ่นและละอองน้ำมัน ลดภาระการล้างเครื่องปรับอากาศ และฟังก์ชั่น Error Code ที่จะช่วยให้ทุกท่านสามารถเข้าถึงเหตุปัญหาเมื่อเครื่องปรับอากาศขัดข้องได้ในทันที เป็นต้น

• ตู้เย็น 2 ประตู รุ่น MR-FC35ER ขนาด 314 ลิตร เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้มากขึ้น มาพร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ฝาประตู (Capsule Door Pocket) ทำให้เก็บของได้เป็นสัดส่วน ทั้งยังประหยัดพลังงานด้วยระบบ Neuro Inverter

สำหรับแผนการทำงานในปีนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ และสนับสนุนการขายให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและโมเดิร์นเทรด ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ ทั้งกลุ่มธุรกิจ B2C และ B2B มากยิ่งขึ้น สำหรับการสื่อสารทางการตลาดในปีนี้นั้น มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น โดยสื่อสารผ่านช่องทาง Social Media ต่างๆ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างครบวงจร นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อชีวิตวิถีใหม่” นำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัย ECO Eye Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในห้องสร้างช่วงเวลาที่ชาญฉลาด เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค สะท้อนถึงความเป็นแบรนด์พรีเมียมและทันสมัย ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “โป๊ป - ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ พาร์ทเนอร์พรีเซ็นเตอร์” โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขาย พร้อมแคมเปญยิ่งใหญ่ในวาระครบรอบ 50 ปี เพื่อขอบคุณผู้บริโภคที่มอบความไว้วางใจเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า มิตซูบิชิ อีเล็คทริค

“จากกลยุทธ์การตลาดต่างๆ นับว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยสานต่อความสำเร็จในการทำตลาดของ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค และผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” คุณทาคาชิ ฟูจิกิ กล่าว

อย่างไรก็ดี ไม่เพียงคุณภาพสินค้าที่มีความคงทน และนวัตกรรมที่ออกสู่ตลาดในฐานะเป็นผู้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่บริการหลังการขายก็เป็นเหตุผลสำคัญที่มัดใจผู้บริโภคและเกิดการบอกต่อกัน ซึ่งในเรื่องนี้ คุณประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทตระหนักถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการเพิ่มระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการบริการลูกค้าทุกรายด้วยมาตรการตรวจคัดกรองทีมช่างก่อนให้บริการตามแนวปฏิบัติการป้องกันของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และในปีนี้พร้อมเดินหน้าเพิ่มศักยภาพด้านงานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

“เราได้เสริมความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายให้กับลูกค้าทั่วประเทศด้วยการพัฒนาระบบไอที เชื่อมโยงศูนย์บริการทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันได้ยกระดับศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กระดับ 1 ที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุนและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ช่างเทคนิคไทยให้ก้าวไกลต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการอบรม และเปิดทดสอบช่างบริการ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามั่นใจในการบริการของบริษัทอีกด้วย”

แน่นอนว่า ความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้บริโภคสังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดระยะเวลา 50 ปี ของบริษัท ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเท่านั้น เพราะต่อไปในอนาคต บริษัทยังคงไม่หยุดที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ส่งมอบความสะดวกสบายให้กับคนไทย ร่วมสร้างสังคมที่มีคุณภาพ เพื่อความสุขที่ยั่งยืนตลอดไป

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม คนไทยส่วนใหญ่จึงเทใจให้กับแบรนด์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เพราะคุณภาพความทนทาน การประหยัดไฟ บริการหลังการขาย นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้บริโภค ล้วนเป็นคำตอบทั้งหมดนั่นเอง

เครื่องปรับอากาศ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.