เอ็นเอสแอลฟู้ดส์ ขยายพอร์ตลงทุนผ่านกลยุทธ์ “Nutrition Sustainable for Life”

Mar 08, 2021 -None-

‘เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์’ หรือ NSL’ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป (เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว) นำเข้าและจำหน่ายเนื้อสัตว์และผักแช่แข็ง กางแผนธุรกิจ 5 ปี ตั้งเป้ารายได้ต้องไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ “Nutrition Sustainable for Life” มุ่งผลิตอาหารด้วยนวัตกรรม ยึดหลักความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค พร้อมขยายพอร์ตธุรกิจ “ฟู้ด เซอร์วิส” นำเข้าอาหารทะเล เนื้อสัตว์ พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะเชนร้านอาหาร โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมบุกตลาดขนมขบเคี้ยวนวัตกรรม ส่งออกยุโรปและเอเชีย เสริมทัพธุรกิจแซนวิชอบร้อน สินค้าขายดีอันดับ 1 ที่ขายเฉพาะในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมประกาศนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ พฤษภาคมนี้ โดยตั้งเป้ารายได้ปี’64 ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เติบโตประมาณ 16%

สมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) จะขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ผ่านกลยุทธ์  Nutrition Sustainable for Life  ซึ่งเป็นการมุ่งการผลิตอาหารและเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมการผลิตของบริษัทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค สภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยน แปลงไปในยุคโควิด-19 ทำให้บริษัทมีการศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการลงทุนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้           

บริษัทวางกลยุทธ์ร่วมกับร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น คือการเสริมสินค้าในรูปแบบของดิลิเวอรี่และสินค้าที่ขายใน vending machine มีสินค้าอยู่ประมาณ 40 ตัว ซึ่งจะต้องมีการสลับและพัฒนาใหม่อยู่เสมอ มีการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับเทรนด์ของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีการขยายธุรกิจประเภท ฟู้ดเซอร์วิส นำเข้าอาหารทะเล เนื้อสัตว์และผักแช่แข็ง โดยเมื่อปี 2562 NSLได้เข้าซื้อกิจการจาก บริษัท ควอลิตี้ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด เข้ามาเป็นแผนกหนึ่งของบริษัทฯ ส่วนทิศทางในปี 2564 จะมีการเพิ่มในส่วนของสูตรปรุงอาหารสำหรับเชนร้านอาหารในลักษณะ ready to eat หรือ ready to cook มากขึ้น และล่าสุดพัฒนาสแน็คนวัตกรรมเพื่อเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ มุ่งส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ และวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้

บริษัทตั้งเป้าเติบโตด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี โดยมีเป้าหมายสัดส่วนรายได้ใน 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) ที่เกิดจากธุรกิจอื่น (non 7-Eleven) ในสัดส่วน 30% และอีก 70% เป็นธุรกิจร่วมกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น  (7-Eleven) จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ครองสัดส่วนรายได้อยู่ที่กว่า 90%  

“เราไม่ได้มองว่าการที่เราทำธุรกิจกับเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นความเสี่ยง แต่เป็นการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมๆ กันอย่างมั่นคง ที่ผ่านมาเอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ได้มีการลงนามบันทึกความตกลงร่วมกันกับทางเซเว่น อีเลฟเว่น ว่าจะเป็นผู้ผลิตแซนด์วิชอบร้อนให้เซเว่น อีเลฟเว่นเพียงรายเดียว ในขณะเดียวกันก็ไม่ผลิตให้ร้านสะดวกซื้อรายอื่น  ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดีเป็นอันดับ 1  มีกำลังการผลิตมากกว่า 1,250,000 ชิ้นต่อวัน ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังพัฒนาแบรนด์สินค้าและธุรกิจของ NSL เองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น โดยมีการกระจายการลงทุนไปสู่ธุรกิจอาหารในรูปแบบอื่น โดยใช้ระบบ System Application and Products (SAP) เพื่อบริหารจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด  บริษัทวางแผนธุรกิจในระยะเวลา 5 ปี นับจากนี้ว่า จะมีสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นใหม่จากร้านค้านอกเซเว่น อีเลฟเว่นมากขึ้นด้วย ปัจจุบันได้มีการผลิตขนมปังเนื้อนุ่ม และขนมปังโฮลวีทภายใต้ แบรนด์ Bakery Arigato จำหน่ายผ่านท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตและแฟมิลี่มาร์ท, Natural Bites ขนมเพื่อสุขภาพอุดมไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ ได้รับรางวัล SIAL Innovation Award 2019 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้  และรางวัล ThaiFex Innovation Award 2020 ขนมพริกกรอบแบรนด์ ChiLee ที่จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงส่งออกต่างประเทศ และยังมีพายแท่งแบรนด์ปังไทที่ได้รับความนิยมอย่างมาก” สมชายกล่าว

สำหรับธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส บริษัทได้ขยายการลงทุนเพิ่มเมื่อปี 2562 เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสจากมูลค่าตลาดที่สูงถึง 20,000 ล้านบาท แต่ยังมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เริ่มแรกจะเน้นนำเข้าสินค้าอาหารแช่แข็ง ได้แก่ เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาทิ ปลาแซลมอน ปลาหิมะ เนื้อออสเตรเลีย หอยเชลล์ ส่วนในปีนี้มีการเพิ่มการลงทุนในส่วนของอาหารประเภท ready to cook และ ready to eat อาทิ การผลิตสูตรซอสอาหารสำเร็จรูปเพื่อส่งให้กับเชนร้านอาหารหรือโรงแรมต่างๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนเนื่องจากไม่ต้องมีหัวหน้าพ่อครัว ให้บริการทุกร้านและสูตรของการให้บริการยังคงความเป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากบริษัทมีความชำนาญและรู้แหล่งวัตถุดิบที่ดี พร้อมทั้งเชี่ยวชาญการแปรรูป

พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยบริษัทเตรียมแผนจะพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะกลุ่ม และอาหารสำหรับคนในแต่ละช่วงวัย ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งจะเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน รวมไปถึงอาหารสำหรับผู้ป่วยที่เน้นรสชาติที่ถูกปากและความปลอดภัย จำหน่ายผ่านร้านโมเดิร์นเทรด คอนวีเนียนสโตร์ และผ่านช่องทางออนไลน์  เป็นต้น 

“ปัจจุบันบริษัทฯได้ขยายตลาดสินค้าที่มีนวัตกรรม โดยได้เป็นพันธมิตรกับนักธุรกิจที่ทำแป้งโปรตีนสูงจากจิ้งหรีดในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อมุ่งเน้นส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นสินค้าประเภทเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว นอกจากนี้เรายังมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของสแน็คเพื่อจับกลุ่มคนรักสุขภาพภายใต้แบรนด์ Natural Bites คาดว่าจะวางเริ่มวางจำหน่ายได้ในไตรมาส 2 ปี 2564” นายสมชายกล่าวเพิ่มเติม

สำหรับรายได้ในปี 2563 สิ้นสุดไตรมาส 3 เดือนกันยายน 2563 บริษัทมีรายได้รวม 2,164.9 ล้านบาท โดยกลุ่มของเบเกอรี่และอาหารรองท้องคิดเป็น 94.5 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมด ในส่วนของธุรกิจฟู้ด เซอร์วิสมีรายได้ 94.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากเพิ่งซื้อธุรกิจนี้เข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง

ในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายให้เติบโตมากขึ้นจากเดิม จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการที่ธุรกิจเดิมเริ่มกลับมาเติบโตโดยตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เติบโตประมาณ 16%

สมชาย กล่าวปิดท้ายว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน 

 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.