เมื่อลูกค้าเปลี่ยนไป ‘ทีวี ไดเร็ค’ ต้องรุกขายออนไลน์ ปรับโฉมทีวีช้อปปิ้ง

Mar 04, 2021 P.Sininat

ทีวีช้อปปิ้งแบบเดิมที่สั่งซื้อสินค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไปในปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ทีวี ไดเร็ค เปิดเผยข้อมูลว่าในปัจจุบันผู้บริโภคนั้นสั่งซื้อสินค้าผ่านไลน์กว่า 30-40% เห็นได้ชัดว่าการโทรหาคอลเซ็นเตอร์นั้นมีสัดส่วนน้อยลง เหตุเป็นเพราะลูกค้ายุคใหม่ไม่อยากคุยเสียงเลี่ยงเป็นการพิมพ์แชตสั่งซื้อแทนนั่นเอง

ทีวี ไดเร็ค ผ่านการนำทัพอีกครั้งของ ทรงพล ชัญมาตรกิจ เดินหน้ารีโพซิชันนิ่งครั้งใหญ่ ปรับโฉมใหม่แบบยกชุดทั้งการทำงาน คน ไปจนถึงการควบรวมกิจการ เพราะการมองเทรนด์เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ถ้าหยุดนิ่งจะทำให้เดินต่อไปยากกว่าเดิม

ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางทีวีและออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังจากมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ได้วางนโยบายขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Harmonized Channel” โดยการใช้ศักยภาพช่องทางการขายต่างๆ ของบริษัท ได้แก่ ทีวีโฮมช้อปปิ้ง คอลเซ็นเตอร์ ร้านค้าปลีก TVD Shop และอีคอมเมิร์ซ เพื่อผลักดันการเพิ่มยอดขายจากช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัว

การวางกลยุทธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต ที่หันมาเลือกซื้อสินค้าผ่านช่อง ทางออนไลน์เพิ่มขึ้น สามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้บริษัทจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและระบบอินเตอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่ถูกลงเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในวงกว้าง โดยบริษัทวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนยอดขายช่องทางออนไลน์ในปีนี้เป็น 15% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 8%

โดยแผนงาน ช่วงไตรมาส 1-2 ของปีนี้ จะรุกเพิ่มยอดขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Social Commerce โดยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าสนใจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น TikTok เป็นต้น พัฒนาระบบเว็บไซต์ (www.tvdirect.tv) และแอพพลิเคชั่น TVD ให้สามารถตอบ สนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงผนึกความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์คือ บริษัท โมโม่ดอทคอม จำกัด หรือ Momo.com Inc. (MOMO) ผู้นำธุรกิจโฮมช้อปปิ้งและอีคอมเมิร์ซรายใหญ่จากประเทศไต้หวัน นำเทคโน โลยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ ในการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์พัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับช่องทางการขายอื่นๆ บริษัทวางแผนรีโพซิชันนิ่งธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งครั้งใหญ่ จากปัจจุบันมีทีวีดาวเทียมทั้งหมด 28 ช่อง โดยวางตำแหน่งทางการตลาดของแต่ละช่องใหม่เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มสินค้าราคาย่อมเยา 2.กลุ่มสินค้าจับตลาดกลาง-บน 3.กลุ่มสินค้าฟิตเนส เพื่อออกกำลังกาย 4.กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 5.กลุ่มสินค้าสำหรับตลาดแมสในราคาเข้าถึงได้ เสมือนยกธุรกิจค้าปลีกมาอยู่ในทีวีโฮมช้อปปิ้ง และ 6.กลุ่มสินค้าแบรนด์เนม

ขณะเดียวกัน จะรุกเพิ่มจำนวนคอลเซ็นเตอร์เป็น 500 ราย จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 300 ราย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าเดิมของ TVD ที่มีอยู่กว่า 10.1 ล้านราย และรุกขยายฐานลูกค้าใหม่เพื่อหวังผลในการสร้างยอดขายช่องทางออน ไลน์ นอกจากนี้มีแผนพัฒนาร้านค้าปลีก TVD Shop โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อสินค้าแก่ผู้บริโภคและต่อยอดสู่การตัดสินใจซื้อในช่องทางออนไลน์ 

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 28.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.81%  เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.38 ล้านบาท โดยมีปัจจัยมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์และมาตรการเคอร์ฟิว นำมาสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น จากการที่ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมมารับชมและเลือกซื้อสินค้าทางทีวีโฮมช้อปปิ้งในช่วงล็อกดาวน์ ขณะเดียวกันบริษัท  ได้เพิ่มประสิทธิภาพบริหารและควบคุมค่าใช้จ่าย 

ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3,736.95 ล้านบาท ชะลอตัวจากปี 2562 ที่มีรายได้รวม 4,280.55 ล้านบาท เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าและผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับหลังสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าทางทีวีโฮมช้อปปิ้งลดลงเล็กน้อย

การดำเนินธุรกิจมากว่า 22 ปี ของทีวี ไดเร็คนั้น จำหน่ายสินค้าไปแล้วกว่า 40,000 ชนิด เป็นผู้นำตลาดเรื่องทีวีช้อปปิ้ง การปรับโฉมใหม่ครั้งนี้เป็นการก้าวไปอีกขั้นของการเปลี่ยนแปลง

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.