Sony แบรนด์ที่ก้าวเร็วกว่าด้วยเทคโนโลยี เพื่อเป็นที่ 1 ในใจของผู้บริโภค

Mar 11, 2021 -None-

การเป็นเบอร์ 1 ในใจลูกค้าคือรางวัลที่แบรนด์ต้องขอบคุณลูกค้า เป็นการย้ำเตือนว่าแบรนด์ไม่ควรหยุดพัฒนาและต้องรักษามาตรฐานให้ดีขึ้นไปอีกในทุกๆ ปี ความท้าทายคือการเป็นเบอร์ 1 นั้นในปีแรกที่ว่ายากแล้วแต่ปีถัดไปย่อมยากกว่า ตัวเลขเป็นตัวบ่งบอกว่าลูกค้ารักแบรนด์น้อยลงหรือไม่และแบรนด์จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารักให้นานที่สุด ถ้าลูกค้ารักเราน้อยลงแต่เรายังเป็นเบอร์ 1 นั้นแสดงว่าเราสอบตกคุณลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการอาวุโส Digital Imaging Marketing Department บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวถึง ความสำเร็จติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ในฐานะแบรนด์ผู้นำในหมวดกล้องดิจิทัลที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดจากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand 2021 

 

ในมุมของภาพรวมตลาดกล้องดิจิทัลในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคเข้าสู่การเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นมีจุดประสงค์ในการถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดียมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้กล้องดิจิทัลจะต้องตอบโจทย์ตรงนี้เพื่อก้าวทันผู้บริโภคให้เร็วที่สุด 

 

คุณลีลนา กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าสู่การเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่โซนี่มองว่าเป็นข้อจำกัดแต่กลับมองว่าคือโอกาสของการจับเทรนด์และมุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในปี 2020 ภาพถ่ายในการเล่าเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเกิดสถาน การณ์ COVID-19 เทรนด์เปลี่ยนมาเป็นการสร้างคอนเทนต์ผ่าน Short/ Casual Clip VDO ผู้คนเริ่มผันตัวเองมาเป็น Influencer มากขึ้น ด้วยสถานการณ์ของ COVID-19 เป็นตัวเร่งทำให้เทรนด์ของวิดีโอเติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด ทว่าผู้บริโภคเริ่มมี Pain Point ที่อยากจะถ่ายวิดีโอได้ด้วยตัวเองและเป็นวิดีโอที่มีคุณภาพดี โซนี่จึงสร้างแบรนด์ให้เป็นทางเลือกแรกของผู้บริโภคในตลาดวิดีโอของปีนี้

 

จุดแข็งของโซนี่คือการมองภาพของตลาดเร็วกว่าลูกค้าหนึ่งก้าวเสมอ การที่ลูกค้าหมุนเร็วแต่เทคโนโลยีนั้นหมุนเร็วกว่าสิ่งสำคัญคือเราต้องเร็วกว่าทุกอย่าง เราต้องนำหน้าลูกค้าและพร้อมจะนำเสนอสินค้าและบริการที่เขาต้องการ ตลาดของบล็อกเกอร์, Influencer เป็นตลาดที่โซนี่ตั้งใจพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะตลาดของคอนเทนต์วิดีโอเป็นตลาดใหญ่ในตอนนี้ เพราะฉะนั้น Segment นี้จะเป็นโอกาสของเรา เพราะโซนี่เป็นเจ้าแรกที่จับเทรนด์นี้ได้เร็วกว่าเจ้าอื่นและมีโซลูชั่นครบที่ตอบโจทย์ลูกค้า ตั้งแต่มือใหม่หัดไลฟ์ Vlogging จนถึงงานวิดีโอระดับอาชีพ

 

สินค้าเรือธงของโซนี่ในปีนี้ คือตัว Sony ZV-1 ที่ตั้งใจเปิดตลาดการถ่ายภาพแนว Short/Casual Clip เพื่อทำให้การใช้กล้องเข้าถึง ทั้งคนที่เคยใช้กล้องและไม่เคยใช้กล้อง และได้เห็นถึงความสามารถของกล้อง SONY ซึ่งขนาดของกล้องที่ออกมามีขนาดเล็กๆ ในแง่ของมุมมองการตอบรับออกมาดีมาก เพราะในประเทศไทยเองโซนี่มีฐานลูกค้าที่เป็นแฟนกล้องแข็งแรงมาก ไม่ว่าจะนำเสนอสินค้ารุ่นใหม่ออกมา ลูกค้าก็จับตามองและเป็นที่พูดถึงเสมอ ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ผู้บริโภคเริ่มขยับตัวมาทำธุรกิจของตัวเอง กล้องรุ่น Sony ZV-1 สามารถต่อยอดพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์โดยเฉพาะในช่วงของการ Lockdown โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 22,990 บาท เป็นราคาที่ลูกค้ายอมรับได้และตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่า  จุดเด่นของโซนี่คือ กล้อง 1 ตัว สามารถถ่ายได้ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ ดังนั้นในปี 2021 นี้ คอนเซ็ปต์ทุกตัวที่ออกมาจะมีฟีเจอร์วิดีโอที่สามารถใช้งานได้จริงและสะดวกมากขึ้น

สิ่งที่โซนี่โฟกัสมาโดยตลอดและเป็นสิ่งที่ลูกค้ามองเป็นจุดแข็งของแบรนด์ คือ การมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ทำไมกล้องโซนี่ต้องมีโฟกัส 300-600 จุด เพราะแบรนด์คิดมาแล้วว่าต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุก Pain Point โซนี่เป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยี เพราะเราเป็นบริษัทที่ผลิตเซ็นเซอร์รายใหญ่ของโลก เรารับฟังความคิดเห็นของลูกค้าแบบใกล้ชิด มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ เพราะฉะนั้นสินค้าจึงออกมาตรงกับใจคนเกือบทั่วโลก

 

โซนี่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเมื่อ 30 ปีก่อน หลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างจากเดิม แต่แบรนด์จำเป็นต้อง Young อยู่เสมอ แบรนด์ต้องมีความใหม่อยู่ตลอดเวลา โซนี่สร้างตลาดขึ้นมาใหม่ภายใต้อินไซต์ของผู้บริโภค ตลาดกล้อง Full Frame ที่ถ้าย้อนไป 3-5 ปีก่อนนั้น ไม่มีแบรนด์ไหนมองเห็นถึงการเติบโตและเม็ดเงินมหาศาลได้ล้วนมองว่าเป็นตลาดของช่างภาพมืออาชีพเท่านั้น แต่โซนี่มองเห็นจนผลักดันแบรนด์ขึ้นมาเป็นเจ้าตลาด Full Frame ในปัจจุบันด้วยคุณภาพที่เติบโตอย่างเด่นชัดและการจับตลาดถูกทางทำให้โซนี่เติบโตอย่างสง่างาม

 

ในปัจจุบัน ปีนี้ตลาด Full Frame หากพูดถึงจำนวนเม็ดเงินมันจะ Upside Down ตลาดลงมา แต่ถ้าพูดถึงเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมาตลาด Full Frame เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในเชิงของเม็ดเงิน ปี 2020 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกันยายน - พฤศจิกายน มีสินค้าปล่อยออกมาเพิ่มอีก 2 ตัวด้วยกัน คือ Sony Alpha 7C เป็นกล้อง Full Frame ที่เน้นไลฟ์สไตล์มากขึ้น และ Sony Alpha 7Siii โดยสินค้าสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งตัวสินค้าที่ออกมาสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างตรงความต้องการ ในส่วนของการออกแบบ Full Frame แบบย่อส่วนออกมา ระหว่างทางมีการออกตัวเลนส์ออกมาเพื่อ Support ตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเกิดความต้องการสูงขึ้น ทำให้ตลาดบนมีความคึกคักมากเป็นพิเศษ

Sony Alpha 1 จะเป็นตัวกล้องที่มีการเบรกทรูอุตสาหกรรมกล้อง เป็นตัวแรกของโลกที่ผสมผสานความละเอียดระดับ 50 ล้านพิกเซล พร้อมความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมสร้างประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอให้เหล่าช่างภาพและคอนเทนต์ ครีเอเตอร์สร้างสรรค์แบบทะลุขีดจำกัด

โซนี่มีความพร้อมเชี่ยวชาญทั้งเรื่องกล้อง และเลนส์ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีของอนาคต อย่างเลนส์ G Master ได้ชื่อว่าเป็นเลนส์จากอนาคตที่โซนี่พัฒนาเพื่อต้องการจะมอบสิ่งที่ดีให้กับลูกค้า และเสริมทัพความแข็งแกร่งของโซนี่ G Master เป็นเลนส์ความละเอียดสูงและโบเก้ที่น่าตื่นตามาพร้อมกันในเลนส์เดียว ให้ความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ใหม่ๆ สำหรับการถ่ายภาพและศิลปะ

ด้วยการเป็นผู้นำในแต่ละก้าวของโซนี่ คือการกระตุ้นตลาดผ่านเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ในแง่มุมของการปรับตัวเข้าสู่การขายสินค้าออนไลน์นั้น โซนี่ก็ไม่ละทิ้ง ปัจจุบันโซนี่มี Direct Store ทั้งหมด 6 สาขา มีระบบ E-commerce ที่ครบวงจรทุกแพลตฟอร์มทั้งของแบรนด์เอง และ Marketplace ทุกแพลตฟอร์ม และแคมเปญที่โซนี่ทำอย่างต่อเนื่อง อย่างแคมเปญมองหาช้างเผือกจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อมาเวิร์คช็อปและประกวดภาพถ่าย พร้อมทั้งนำภาพเหล่านั้นมาจัดนิทรรศการภาพถ่าย เป็นการแชร์ประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยกล้องและอุปกรณ์ของโซนี่ โซนี่ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ในการใช้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของโซนี่นั้นมีช่วงอายุตั้งแต่ 20-60 ปี การใช้ช่องทางการสื่อสารทั้งออนไลน์และออฟไลน์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ อาศัยการดึงลูกค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ได้เช่นกัน

 

ในปี 2564 ต่อให้เทรนด์จะไปในทิศทางของวิดีโอแบบ 100% แต่โซนี่ก็ไม่ทิ้งตลาดภาพนิ่ง เราเชื่อว่าภาพนิ่งจะไปได้ดีกับการท่องเที่ยว หลังสถานการณ์ดีขึ้น การท่องเที่ยวจะทยอยกลับมา ตลาดภาพนิ่งก็จะขยับกลับมาด้วยเช่นกัน

 

คุณลีลนา กล่าวเสริมอีกว่า การทำการตลาดในปีที่แล้วและปีนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ทุกอย่างอยู่บนความไม่แน่นอน สิ่งที่คิดไว้นั้นอาจจะต้องเลื่อนออกไป สิ่งที่คาดว่าไม่ต้องรีบกลับมีสถานการณ์เป็นตัวเร่ง แต่สิ่งที่แน่นอนคือลูกค้ารอเราอยู่เสมอ พนักงานของโซนี่ทุกคนถูกสอนว่า เมื่อตื่นเช้ามาทุกคนมีลูกค้ารออยู่ เพราะฉะนั้นต่อให้เจอสถานการณ์ยากลำบากโซนี่ก็จะก้าวข้ามมาได้ตลอด

 

สิ่งเหล่านี้เป็น Key Success Factor ที่ทำให้โซนี่ประสบความสำเร็จโซนี่จะไม่หยุดพัฒนาตัวสินค้าและจะทำอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกลุ่มลูกค้าเก่าหรือกลุ่มลูกค้าใหม่ก็ตาม รวมถึงนักการตลาดที่มีการทำการบ้านอยู่ตลอดเวลา การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเข้าใจทั้งส่วนของ Demand และ Supply จะทำให้ทุกก้าวของโซนี่ก้าวสู่ที่ 1 ในใจของผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.