ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โคฯ ปั้น “ทีพลัส” เสริมแกร่งพอร์ตเครื่องดื่ม “นอน คาร์บอเนต ดริงค์”

Mar 02, 2021 R.Somboon

แม้ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จะมีการเติบโตของยอดขายตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาในตัวเลขที่มากกว่าการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โดยรวม โดยซันโทรี่ เป๊ปซี่ โคฯ เติบโตในตัวเลขเฉลี่ย 6.2% ขณะที่ตลาดรวมจะเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 0.9% แต่ในสายตาของ มร.อชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทกลับมองว่า หากต้องการเติบโตแบบยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องดื่มในพอร์ตที่หลากหลายไม่เฉพาะเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมที่ทำยอด ขายหลักให้กับบริษัทถึง 80%

การเปิดตัวชาอู่หลงแบรนด์ ทีพลัส (TEA +) คือภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบาลานซ์การเติบโตมา ยังตลาดเครื่องดื่มที่เป็นนอน คาร์บอเนต ดริงค์ หรือเครื่องดื่มที่ไม่อัดก๊าซ ซึ่งเป็นการหวนนำแบรนด์นี้กลับเข้ามาทำตลาดอีกครั้งในบ้านเรา หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเมื่อ 5 ปีที่แล้วซันโทรี่ที่ยังไม่ได้ร่วมทุนกับเป๊ปซี่ โค มีการนำแบรนด์นี้เข้ามาทำตลาดชาพร้อมดื่มก่อนที่จะถอนตัวออกไปจากตลาด

 

มร.อชิต โจชิ บอกว่า แนวคิดในการลอนช์สินค้าใหม่แต่ละครั้งของซันโทรี่ เป๊ปซี่โคฯ จะมีหลักสำคัญอยู่ 2 เรื่อง อันแรกจะเป็นการมองถึงโอกาสทางการตลาดว่ามีมากน้อยแค่ไหน ส่วนอีกเรื่องจะเป็นการมองถึงจุดแข็งของบริษัทว่ามีอย่างไรบ้าง

การเข้าตลาดชาพร้อมดื่มจึงเป็นการผสาน 2 จุดแข็งดังกล่าว ไล่ตั้งแต่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนา และทำตลาดชาพร้อมดื่มของซันโทรี่ที่เป็นเบอร์ 1 ในตลาดญี่ปุ่น เช่นเดียวกับการมองเห็นโอกาสทางการตลาดของชาพร้อมดื่มที่มีมูลค่าตลาด 11,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โดยรวม โอกาสที่ตลาดจะขยายตัวจึงมีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับการขับเคลื่อนของการใส่ใจสุขภาพของคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงคุณประโยชน์ของชาพร้อมดื่มที่ดีต่อร่างกาย

ที่ผ่านมา ตลาดชาพร้อมดื่มของบ้านเราอาจจะโดนขับเคลื่อนด้วยโปรโมชั่นเป็นหลัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ ตลาดเริ่มกลับมาพูดถึง Core Benefit หรือคุณประโยชน์ของการดื่มชามากขึ้น เพื่อรับกับเทรนด์ในเรื่องของสุขภาพ ขณะเดียวกัน ตลาดชาที่ไม่มีน้ำตาล หรือน้ำตาลน้อย ก็มีการเติบโตค่อนข้างดี โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 4% ในปี 2560 เป็น 8.8% ในปี 2563 ที่ผ่านมา การเข้าตลาดของทีพลัส จึงมุ่งไปที่การเป็นชาอู่หลงที่มี 2 สูตร คือ สูตรไม่มีน้ำตาล กับสูตรน้ำตาลน้อย คือมีน้ำตาลแค่ประมาณ 3 กรัม

 

ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โคฯ เลือกเข้าตลาดชาด้วยการเปิดตัวชาอู่หลง ซึ่งเป็นตลาดที่มีคู่แข่งขันน้อยกว่าชาเขียว โดยมีวาง ตลาดอยู่ก่อนหน้านั้นแค่ 2 แบรนด์ คือ Itokin กับ Pokka ซึ่งเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่แทบจะไม่มีการทำตลาด จึงมีโอกาสค่อน ข้างสูงที่จะแทรกเข้ามาแจ้งเกิด โดยทีพลัส เปิดตัวในขนาด 2 ไซส์ แยกช่องทางขายอย่างชัดเจนนั่นคือ ขนาด 500 มล. วางขายในช่องทางโมเดิร์นเทรด ราคา 25 บาท และขนาด 480 มล. ราคาขวดละ 18 บาท วางขายผ่านช่องทางร้านโชวห่วย ซึ่งราคาขายในโมเดิร์นเทรด จะเท่ากับโออิชิ และอิชิตัน ในไซส์ 500 มล. แต่จะถูกกว่า Pokka และ Itokin ที่ขายในราคา 30 บาท

เช่นเดียวกับ การนำเสนอเบเนฟิตของสินค้าในเรื่องของการมีสารสกัด OTPP ซึ่งเป็นสารที่ช่วยดูดซับไขมันของร่าง กายถึง 70 มิลลิกรัมต่อขวด เป็นการวางจุดขายที่แตกต่างไปจากชาเขียวที่จะขายในเรื่องของสารคาเทชิน ที่ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระที่เป็นต้นตอของการเกิดมะเร็ง

เป็นการเข้าตลาดในแอเรียที่มีการแข่งขันไม่รุนแรง แถมแบรนด์ที่มีอยู่เดิมก็แทบจะไม่ทำตลาด โอกาสในการกลับมาใหม่ในครั้งนี้จึงมีค่อนข้างสูง  

สมชัย เกตุชัยโกศล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ได้เตรียมงบการตลาดในช่วงเปิดตัวไว้ถึง 200 ล้านบาท ทำตลาดแบบครบวงจร รวมถึงการแจกสินค้าตัวอย่าง 1.6 ล้านขวด ซึ่งถือเป็นการแจกสินค้าตัวอย่างค่อนข้างมาก เนื่องจากมั่นใจว่าเมื่อมีโอกาสทดลองดื่มจะยอมรับในตัวสินค้า

“เราวางงบไว้ 200 ล้านบาท โดยมองถึงเรื่องของการสร้าง Brand Awareness ที่เป็นสเตปแรกของการทำตลาด ซึ่งว่าไปแล้ว ทีพลัส เป็นแบรนด์ที่คนไทยส่วนหนึ่งยังจำได้ จากที่เคยวางตลาดมาก่อนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยชาอู่หลงแบรนด์นี้ วางตลาดในประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และล่าสุดกลับมาเปิดตลาดที่ประเทศไทย”  

 

ที่ผ่านมา ชาพร้อมดื่ม ถือเป็นเครื่องดื่มที่ติด 1 ใน 3 ของตลาดเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น โดยอันดับ 1 ยังคงเป็นน้ำอัดลม ที่มีสัดส่วนประมาณ 38% ของตลาดเครื่องดื่มโดยรวม รองลงมาเป็นน้ำเปล่าบรรจุขวดมีสัดส่วนประมาณ 25% อันดับ 3 เป็นชาพร้อมดื่ม สัดส่วนประมาณ 8% โอกาสในการเติบโตจึงมีค่อนข้างมาก หากมีผลิตภัณฑ์ และการตลาดดีๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด

เมื่อมองเข้ามาที่สัดส่วนรายได้ของซันโทรี่ เป๊ปซี่ โค แล้ว จะพบว่า 80% ของรายได้ยังคงมาจากกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัด ลม การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีพอร์ตสินค้าตัวอื่นๆ เข้ามาเสริม โดยที่ผ่านมา เครื่องดื่มในกลุ่มนอน คาร์บอเนต (Non Carbonated Drinks) ที่ทำยอดขายเป็นอันดับ 1 คือชาลิปตัน ตามมาด้วยน้ำดื่มอควาฟิน่า และเกเตอเรด

การร่วมทุนของซันโทรี่ และเป๊ปซี่ โค เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ถือเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งคู่เข้ามาทำตลาด โดยเป๊ปซี่จะแข็งแกร่งในพอร์ตสินค้าที่เป็นน้ำอัดลม ส่วนซันโทรี่จะเชี่ยวชาญในเครื่องดื่มของเอเชียที่ไม่อัดลม ซึ่งในพอร์ตของซันโทรี่ ยังมีอีกหลายตัวที่พร้อมจะนำเข้ามาทำตลาด หรือเอานวัตกรรมเข้ามาใช้ในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่มีมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 2 หมื่นล้าน หรือตลาดกาแฟพร้อมดื่มที่วันนี้ตลาดมีมูลค่าสูงถึง 1.6 หมื่นล้านบาท

ทีพลัส คือบทพิสูจน์สำคัญ เพราะเป็นการนำสินค้าและแบรนด์เรือธงของซันโทรี่เข้ามารุกตลาด จึงน่าจับตามองว่า ครั้งนี้ ทีพลัส จะไปได้ดีแค่ไหน.....

 

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย)

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.