3,522
VIEWS

‘สิงห์ เอสเตท’ เสริมพอร์ต เล็งนิคมฯ โรงไฟฟ้า บริการวิศวกรรม กางแผน 3 ปี สู่รายได้ 6 หมื่นล้าน

Mar 02, 2021 -None-

การดำเนินธุรกิจของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือบุญรอด ที่ก่อตั้งเพื่อลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดย ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 ธุรกิจหลัก คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ธุรกิจโครงการที่พักอาศัย และธุรกิจรีสอร์ทและโรงแรม ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 96% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท 

ประกอบด้วยพื้นที่อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกรวม 140,000 ตารางเมตร สร้างรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 15% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2563 นอกจากนั้น บริษัทยังมีโรงแรมและรีสอร์ท 39 แห่ง ใน 5 ประเทศ ซึ่งมีห้องพักรวมกัน 4,647 ห้อง สร้างรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 24% ของรายได้ทั้งหมด และมีโครงการที่พักอาศัย 23 โครงการ ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยแนวราบ และคอนโดมิเนียม เช่น แบรนด์สันติบุรี The ESSE และแบรนด์อื่นๆ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับบริษัท ประมาณ 57% ของรายได้ทั้งหมด

สิงห์ เอสเตท มีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ให้เติบโตขึ้นเป็น 3 เท่า ให้กลายเป็น 20,000 ล้านบาทต่อปี นั่นคือภายใน 3 ปีต่อจากนี้ต้องรายได้เพิ่มขึ้นถึง 6 หมื่นล้านบาท ทำให้ต้องเดินหน้าหาน่านน้ำสายใหม่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เป็นการรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน หวังเพื่อบรรลุเป้าหมายมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 65,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ไปเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสินทรัพย์ 80,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2566 และในขณะเดียวกัน ก็ตั้งเป้าเพิ่มอัตราผลกำไรในการทำธุรกิจด้วย

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บมจ. สิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า “ปีนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เรากำลังเข้าสู่เฟสต่อไปของการพัฒนาธุรกิจของสิงห์ เอสเตท โดยเราจะเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและธุรกิจสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะมาต่อยอดและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำสิงห์ เอสเตท ก้าวไปสู่การเป็นหนึ่งในธุรกิจแถวหน้าของประเทศ ไทยที่ผนึกกำลังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด และสร้างผลตอบแทนที่ดี”

ธุรกิจใหม่เสริมพอร์ตสร้างความแข็งแกร่ง

ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องอย่างนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เข้าพอร์ตสิงห์ เอสเตท เพื่อเสริมทัพธุรกิจหลักที่มีอยู่เดิม จะเป็นการลงทุนที่สนับสนุนธุรกิจที่บริษัทลงทุนอยู่แล้ว

ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวว่า “การพัฒนาโครงการขนาดยักษ์หลากหลายโครง การในประเทศไทย และการเดินหน้าบูรณาการธุรกิจต่างๆ ของสิงห์ เอสเตท ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยผนึกกำลังธุรกิจโรงแรม ธุรกิจที่พักอาศัย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม เข้ากับธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ จะสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจให้กับสิงห์ เอสเตท ได้อย่างมหาศาล และเพิ่มความสามารถในการคว้าโอกาสทางธุรกิจใหญ่ๆ ที่กำลังจะมีเข้ามา” ฐิติมา กล่าว

แนวทางการเดินหน้า 4 กลุ่มธุรกิจของสิงห์ เอสเตท

การเดินหน้าของสิงห์ เอสเตท จากนี้ไปด้วย 4 กลุ่มธุรกิจ คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ธุรกิจโครงการที่พักอาศัย ธุรกิจรีสอร์ท โรงแรม และธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจให้บริการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ จะส่งเสริมเติมเต็มซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจทั้งหมด โดยแค่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของสิงห์ เอสเตท นั้นก็มีความแข็งแกร่งพอที่สามารถทำให้ธุรกิจอื่นๆ เดินหน้าไปพร้อมๆ กันได้

“ด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินของเราจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของเราที่ต่ำอยู่ที่ 0.96 เท่า ประกอบกับการมีเครดิตดี สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อีก 25,000 ล้านบาท ทำให้เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะเดินหน้ากลุ่มธุรกิจที่ 4 ของเรา” ฐิติมา กล่าว

เดินหน้าสู่การสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด และสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะการผสมผสานธุรกิจในเครือที่มีวงจรทางธุรกิจแตกต่างกัน เป็นการบริหารความเสี่ยงที่มีอยู่ในมือเพื่อโอกาสที่ดีกว่า ซึ่งธุรกิจใหม่อย่างนิคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวนั้นจะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศ และระดับโลก โควิด-19 และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและยากจะคาดเดาทั้งในประเทศและทั่วโลก ตอกย้ำว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องในการจัดธุรกิจแบบนี้

“เราหวังว่าจากนี้เป็นต้นไป กลุ่มธุรกิจที่ 4 จะเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มและต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแกนหลักมาแต่เดิม และจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างมากมาย” ฐิติมา กล่าว

ด้วยแนวทางการเดินหน้า 4 กลุ่มธุรกิจของสิงห์ เอสเตท จะทำให้บริษัทมีจุดโดดเด่นที่แตกต่าง และทำให้เพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องได้มากกว่า นอกจากนี้ยังจะช่วยให้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นจากการเติมเต็มซึ่งกันและกันของกลุ่มธุรกิจต่างๆ การใช้ทรัพยากรร่วมกัน และการบูรณาการธุรกิจ พร้อมกันนี้ก็จะช่วยให้เรามีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น จากการที่ธุรกิจในเครือมีวงจรทางธุรกิจที่แตกต่างกัน มีรูปแบบความเสี่ยงไม่เหมือนกัน และเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ประจำและสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตท มีเป้าหมายที่จะแสวงหาความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระดับโลก เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญที่มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งความสามารถในการแข่งขัน และช่วยขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นการเดินเกมเร่งเครื่องเพื่อเติบโตก้าวกระโดดของบริษัทผู้พัฒนาและลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เพื่อเติมเต็มและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทสมกับการเป็นเจ้าตลาด

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.