9,124
VIEWS

Xiaomi ปล่อย Mi 11 ขอลุยตลาด Premium ชูจุดขาย “โรงถ่ายหนังในมือ”

Mar 08, 2021 S.Meenarat

ตลาดสมาร์ทโฟนช่วงนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะมองไปค่ายไหนๆ เราก็ได้เห็นว่าเขาเริ่มมาปล่อยสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นพรีเมียมออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด

อย่างค่ายเสียวหมี่เอง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เริ่มขยับตัวมาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้  ซึ่งก็ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จไม่ใช่น้อย

มร. คามัล เหลียง ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียวหมี่ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ ประสบความสำเร็จในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก จนสามารถขึ้นเป็น Top 5 ใน 54 ประเทศ Top 3 ใน 36 ประเทศ ทั้งยังเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเบอร์ 1 ใน 10 ประเทศ ทำให้ปัจจุบัน เสียวหมี่ ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนเบอร์ 4 ในตลาดโลกเป็นที่เรียบร้อย

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เสียวหมี่ประสบความสำเร็จในแทบทุกตลาดนั้น หลักๆ ก็มาจากปัจจัยด้านราคาที่ทางแบรนด์สามารถกำหนดราคาขายให้ผู้บริโภคจับต้องได้ง่าย

เมื่อ “Value for Money” เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่สมาร์ทโฟนซึ่งมีจุดเด่นด้านราคาอย่างเสียวหมี่จะประสบความสำเร็จได้ในทุกตลาด ประกอบกับเสียวหมี่มีช่องทางอีคอมเมิร์ซที่แข็งแรงด้วยแล้วก็ยิ่งเอื้อให้เกิดการซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากเรื่องของราคาและช่องทางขายที่แข็งแรงแล้ว มร.คามัล บอกกับเราว่า สาเหตุที่ทำให้เสียวหมี่ประสบความความสำเร็จมากขนาดนี้ ยังมาจากแรงสนับสนุนจาก Mi Fans รวมไปถึง คุณภาพสินค้าเกินราคาที่แบรนด์พยายามส่งมอบให้ผู้บริโภค 

แต่อย่างที่ทราบกันดี ทิศทางการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนไม่ได้มีเพียงแค่ทางเดียว ใช่ว่าใครทำราคาได้ดีกว่าจะกลายเป็นผู้นำตลาดได้ ผู้บริโภคหลายคนยอมจ่ายเงินให้กับเทคโนโลยีสุดล้ำ นวัตกรรม ประสิทธิภาพ ดีไซน์ และความพรีเมียม ซึ่งแน่นอนว่าในเชิงมูลค่าอันหวานหอมของตลาดนี้ก็นำพาให้แบรนด์ต่างๆ วิ่งเข้ามาช่วงชิงพื้นที่กันจ้าละหวั่น

เสียวหมี่เองถือเป็นอีกหนึ่งในผู้เล่นรายใหม่ของตลาดพรีเมียม แม้จะมาช้ากว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสู้ไม่ได้

มร.คามัล เปิดเผยว่า เสียวหมี่ให้ความสำคัญในด้าน R&D มาโดยตลอด เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนสุดล้ำออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งเราก็อาจจะได้เห็นกันมาบ้างแล้ว เช่น Mi Mix, Redmi, Redmi Note เป็นต้นอย่างในปีที่ผ่านมา เสียวหมี่ก็ใช้ทุ่มงบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาไปมากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปีนี้เสียวหมี่ ขอขยับสูงกว่าเดิมอีกขั้น ลุกตลาดพรีเมียมเต็มกำลัง เปิดตัว Mi 11 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด มูลค่าสูงสุดเท่าที่แบรนด์เคยมีมา ชูจุดขายโรงถ่ายหนังในมือด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ อาทิ ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888, ชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล, ระบบบันทึกเสียงแบบภาพยนตร์ และระบบเสียงอันทรงพลังจาก Harman Kardon และระบบรองรับการชาร์จไร้สายสูงสุด 50W

“Mi 11 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ Snapdragon 888 ชิปเซ็ตรุ่นท็อปแบบ 5nm ของ Qualcomm ใช้งานง่ายกับ MIUI 12.5 ระบบปฏิบัติการบน Android 10 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,600 mAh (typ) ที่รองรับการชาร์จแบบมีสายได้สูงสุด 55W การชาร์จแบบไร้สายที่กำลังไฟ 50W การชาร์จให้อุปกรณ์อื่น (Reverse Charging ) ที่กำลังไฟ 10W

เทคโนโลยีกล้องหลังระดับสตูดิโอ 3 ตัวที่ถูกบรรจุอยู่ใน Mi 11 ประกอบด้วย กล้องหลักซึ่งเป็นเลนส์ไวด์ความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล เลนส์อัลตร้าไวด์ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เลนส์เทเลมาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าแบบ Punch Hole ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาพแสง ด้วย Night Mode พร้อมการบันทึกวิดีโอในระดับ Cinematography ด้วยโหมด AI อัจฉริยะถึง 6 โหมด อาทิ โหมด Parallel World โหมด Freeze Frame Video และโหมด Magic Zoom 

ทั้งยังได้ร่วมกับฮาร์แมน คาร์ดอน พัฒนาระบบเสียงอันทรงพลังให้ Mi 11 เป็นดุจโฮมเธียเตอร์ บนหน้าจอแสดงผลคมชัดแบบ AMOLED DotDisplay ลื่นไหลด้วยอัตราการรีเฟรชเรท 120Hz ขนาด 6.81 นิ้ว เติมเต็มอรรถรสในคอนเซ็ปต์ Movie Magic ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรียกได้ว่าครั้งนี้เสียวหมี่อัดความพรีเมียมมาเต็มสตรีม ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง

 

ส่วนแผนการตลาดในปีนี้ เสียวหมี่มีแผนเพิ่มการลุงทุนใน 3 ด้านด้วยกัน คือ 

1. ขยาย Mi Shop ให้ครบ 100 สาขา (เดิมมี 30 สาขา) และขยาย Point of Sale จากเดิมที่มีอยู่ราวๆ 4,000 จุด ให้ครบ 8,000 จุด

2. เพิ่มการลงทุนด้านการตลาดเป็น 2 เท่า ทั้งในด้านสื่อสารการตลาด ในส่วนชุมชน Mi Fans รวมถึงสื่ออื่นๆ

3. เพิ่มการลงทุนด้านบริการหลังการขายให้ครบ 25 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเปิดเผยว่าเร็วๆ นี้ เสียวหมี่จะมีบริการคอลเซ็นเตอร์เป็นภาษาไทยอีกด้วย

นอกจากสินค้าที่เป็นสมาร์ทโฟนแล้ว เสียวหมี่ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่วางขายในไทยแล้วกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม AIOT (สินค้าที่ผสนผสานเทคโนโลยี AI และ IOT เข้าด้วยกัน) ซึ่งปีนี้ เสียวหมี่ตั้งใจจะผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์มโฟนกับสินค้า AIOT ของแบรนด์ให้มากยิ่งขึ้น

ทางด้านความท้าทาย มร. คามัล มองว่าในประเทศไทย ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จัก Mi ในฐานะแบรนด์เครื่องฟอกอากาศและเครื่องดูดฝุ่น แม้จะมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่รับรู้ว่า Mi ก็เป็นแบรนด์มาร์ทโฟน แต่ก็ยังต้องพยายามสร้างการรับรู้ให้มากขึ้นไปอีก เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้แก่แบรนด์ ทั้งยังมีเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นสมาร์ทโฟนเบอร์ 3 ของเมืองไทยให้ได้เร็วที่สุดอีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.