3,376
VIEWS

“เซเว่น อีเลฟเว่น” เป็นเบอร์ 1 ได้เปรียบอย่างไรในการแข่งขัน

Feb 24, 2021 R.Somboon

การมีจำนวนสาขาอยู่ที่มือถึงกว่า 12,500 สาขาของเซเว่น อีเลฟเว่น ทำให้กลายเป็นเครือข่ายการขายที่ทรงพลัง และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดในบรรดาร้านค้าปลีกด้วยกัน โดยตัวเลขเฉลี่ยการเข้าใช้บริการในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เฉลี่ยอยู่ที่ 1,259 คน/วัน/สาขา หรือใน 1 วัน มีลูกค้าเข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่กระจายอยู่ที่ซอกทุกมุมของบ้านเราถึงกว่า 14 ล้านคน

หลักการหรือแนวคิดของการทำร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์นั้น จะอยู่ที่การผลักดันตัวเองเข้าไปหาผู้บริโภคในแต่ละชุมชนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า เซเว่น อีเลฟเว่น ก็เช่นเดียวกัน ที่การขยายสาขาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนต่างๆ

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเข้าไปอยู่ในชุมชนต่างๆ ด้วยการยึดโลเกชั่น หรือทำเลในการเปิดร้านได้เหนือกว่าคู่แข่งแล้ว เซเว่น ยังมีการต่อยอดความได้เปรียบของการมีสาขาที่กระจายลงลึกแบบนั้น ด้วยการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่การต่อยอดธุรกิจไปสู่การให้บริการบิลเพย์เม้นต์ ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับร้านค้าปลีกที่ทำอยู่ได้เป็นอย่างดี

 

ขณะที่ล่าสุดกับการ Repositioning ตัวเองจากการเป็นคอนวีเนียนฟู้ดสโตร์ มาสู่การเป็น“ออล คอนวีเนียน” นั้น นอกจากจะเป็นการปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า และทิศทางของตลาดค้าปลีกที่ปรับเปลี่ยนไปเป็น Omni – channel ที่ไม่มีแค่ออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่เป็นการ Seamless ช่องทางทั้ง 2 เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้วางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามาเสริมให้ลูกค้าสามารถสั่งทางออนไลน์และรับสินค้าได้ที่ร้าน หรือการเพิ่มสินค้าไซส์ใหญ่ที่ขายแบบยกแพ็ก ซึ่งเป็นการเสริมจากการขายสินค้าไซส์เล็กในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

รวมถึงบริการอื่นๆ ที่มีการเสริมเข้าไป อย่างการให้บริการรับ ส่ง พัสดุ หรือการให้บริการดิลิเวอรี่ที่เป็นการช่วยเพิ่มความสะดวก และเพิ่มโอกาสในการขายได้เป็นอย่างดีทางหนึ่ง

การให้บริการดิลิเวอรี่ของเซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นอีก 1 ตัวอย่างของการใช้เครือข่ายสาขาเข้ามาเป็น 1 ในข้อได้เปรียบในการทำตลาดของตัวเอง โดยบริการดิลิเวอรี่ของแซเว่น อีเลฟเว่นนั้น รูปแบบของการสั่งสินค้าจะสั่งได้ทั้งผ่านแอพพลิเคชั่น และ LINE Official Account มียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 100 บาท จะทำการส่งฟรี โดยพนักงานที่สาขาจะเป็นคนไปส่งเอง

แต่ละสาขาจะให้บริการในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งสาขาของตัวเอง ไม่ทับซ้อนกับสาขาอื่นๆ ซึ่งเป็นการใช้เครือข่ายสาขาเข้ามาสนับสนุน โดยไม่ต้องไปเซตระบบการจัดส่งสินค้าขึ้นมาใหม่ซึ่งอาจจะมีเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นอีกการใช้จุดแข็งที่มีอยู่นั่นเอง

 

เมื่อมองมาที่เซเว่น อีเลฟเว่นเอง การทำตลาดของร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ จะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากค้าปลีกไซส์ใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างสิ้นเชิง โดยไฮเปอร์มาร์เก็ต จะใช้ Pull Strategy เพื่อดึงคนให้เข้ามาช้อปในร้านผ่านการขายสินค้าที่หลากหลายสิ่งอย่างในราคาถูกเป็นหลัก

ขณะที่คอนวีเนียนสโตร์ จะใช้รูปแบบของ Push Strategy โดยผลักดันตัวเองเข้าไปหาผู้บริโภคถึงชุมชน ขายสินค้าในราคาสูงกว่า ด้วยความหลากหลายที่น้อยกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ขายในร้านน้อยกว่า ความสะดวกสบายที่นำเสนอให้นี้สามารถเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนไทยรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

การก้าวข้ามจากแค่เป็นร้านค้าปลีกมาสู่เครือข่ายการขายที่ทรงพลังของเซเว่น อีเลฟเว่นนั้น ผ่านการเรียนรู้และลงมือลองผิดลองถูกมาอย่างต่อเนื่องจนได้แก่นแกนของการทำตลาดที่ไล่ตั้งแต่ เรื่องของการคัดเลือกโลเกชั่นในการเปิดร้านด้วยการมองถึง 5 ประเด็นหลัก คือ ทำเล ต้องพิจารณาว่าตั้งอยู่ในจุดที่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมามากหรือน้อย อยู่ริมถนนหรือในซอย ลักษณะอาคารเป็นแบบใด ย่านนั้นเป็นย่านชุมชน ออฟฟิศ โรงเรียน โรงงาน หรือโรงพยาบาล มีจุดรับส่งรถสาธารณะหรือไม่ พื้นที่มีโอกาสขยายตัวอีกไหม เพื่อเป็นปัจจัยในการคัดเลือกสินค้ามาจำหน่ายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่

เช่นเดียวกันที่จะต้องมี Store Format ที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เพื่อรองรับกับทำเล และชุมชนนั้นๆ โดยเซเว่น อีเลฟเว่น ใช้ระบบ Store Assortment นั่นคือ การคัดเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ โดยใช้ระบบไอทีวิเคราะห์ฐานข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้สามารถนำเสนอสินค้าให้ตรงใจลูกค้า

จากนั้นดูเรื่องการบริหารจัดการสินค้า ซึ่งการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจะมีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า สินค้าที่มีความหลากหลายและแปลกใหม่จะช่วยดึงดูดความสนใจลูกค้า สินค้าที่ขายดีต้องสั่งมาอย่าให้ขาด นอกจากนี้การจัดเรียงสินค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรแยกสินค้าเป็นกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันและขนาดเดียวกันควรจัดให้อยู่ด้วยกัน

 

ขณะเดียวกัน ระบบสารสนเทศ มีความสำคัญในการรับรู้พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ทำให้สามารถสั่งสินค้า จัดเรียง และจัดส่งสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้การจัดการห่วงโซ่อุปทาน คือ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อลดต้นทุนและพัฒนาประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าตามที่ต้องการ

สุดท้ายคือ การพัฒนาบุคลากร เพราะทีมงานคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ต้องปลูกฝังหัวใจในการให้บริการ และให้พนักงานมีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนาร้านให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ธุรกิจร้านค้าดั้งเดิมหรือร้านโชวห่วยก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ซึ่งทั้ง 5 เรื่องดังกล่าว เป็นแนวทางที่ผู้นำตลาดอย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ใช้ในการขยายสาขามาตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีของการเปิดดำเนินการเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ต้องถือว่ามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านการขยายสาขา ด้านสินค้าและบริการภายในร้าน รวมทั้งการใช้กลยุทธ์ตลาดและการขาย มามัดใจลูกค้า

ทั้งหมดเข้ามาสอดรับซึ่งกันและกัน จนทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มีอยู่ผ่านจุดแข็งสำคัญคือการมีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม ทำให้กลายเป็นเบอร์ 1 ที่สามารถกำหนดทิศทางใหม่ๆ ให้กับตลาดค้าปลีกไซส์เล็กได้อย่างต่อเนื่องมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา......

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.