14,598
VIEWS

เนสท์เล่ส่ง Harvest Gourmet ลงสนาม Plant-based Food การบรรจบกันของกระแสลดโลกร้อนกับกลุ่ม Flexitarian

Feb 23, 2021 A.Kanitha

ในแต่ละปีโลกใบนี้มีเทรนด์อาหารเกิดขึ้นหลายอย่าง ส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ และความเป็นไปของโลก แต่เทรนด์อาหารที่น่าจับตามากที่สุดในตอนนี้ ก็คือ Plant-based Food  ซึ่งจะว่าไปแล้วเกิดขึ้นมานานหลายปีที่ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ในฐานะอาหารที่เข้ามาสร้างความยั่งยืนให้กับของโลก เพราะเนื้อที่ทำจากพืช ย่อมทำลายระบบนิเวศและสร้างคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเนื้อที่มาจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์

ประกอบกับการเกิดขึ้นของกลุ่ม Flexitarian ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หมายถึงผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพด้วยการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งในไทยมีกลุ่ม Flexitarian อยู่จำนวนไม่น้อย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ กลุ่มคนรักสุขภาพ (65%) และกลุ่มควบคุมน้ำหนัก (20%)

เครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า ในปัจจุบันพบว่ากว่า 25% ของคนไทยบริโภคอาหารที่ทำจากพืช ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคที่ทานมังสวิรัติ หรือเจ แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ด้วยเหตุผลที่ใส่ใจด้านสุขภาพ ความเชื่อเรื่องการละเว้นหรือการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง และเหตุผลในการช่วยเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“กลุ่ม Flexitarian มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ทำจากพืชอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และปัจจุบันตลาด Plant-based Food  มีมูลค่า 900 ล้านบาท โดยปีที่แล้วมีอัตราการเติบโต 20%”

โอกาสทางธุรกิจดังกล่าวเปิดทางให้เนสท์เล่ ลงสนาม Plant-based Food  ในทวีปเอเชียบ้าง หลังจากที่ชิมลางเปิดตลาดนี้แล้วในยุโรปภายใต้ชื่อ Garden Gourmet และสหรัฐอเมริกาภายใต้ชื่อ Sweet Earth โดยในทวีปเอเชียนั้นเนสท์เล่ใช้แบรนด์ที่มีชื่อว่า Harvest Gourmet โดยเดือนธันวาคมเริ่มแนะนำออกสู่ตลาดในประเทศออสเตรเลีย และจีน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ 3 ของการเปิดตัวแบรนด์ดังกล่าว ก่อนที่จะขยายไปในสิงคโปร์ และมาเลเซีย 

แม้ตัวเลขของคนไทยบริโภคอาหารที่ทำจากพืชจะอยู่ที่ 25% ก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่า Plant-based Food ยังเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเรา ซ้ำยังถูกปรามาสว่ามีรสชาติไม่อร่อย เนสท์เล่จึงแก้จุดอ่อนนี้ด้วยการพัฒนา Harvest Gourmet ให้มีรูป รส กลิ่น และสัมผัสเหมือนกับเนื้อจริงมากที่สุด โดยมีส่วนประกอบหลักจากพืชตระกูลถั่วจากธรรมชาติ และแต่งสีธรรมชาติด้วยบีทรูทสกัดเข้มข้น และแครอทสกัดเข้มข้น ตลอดจนเพิ่มเนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำมันมะพร้าว ให้มีลักษณะคล้ายไขมันแทรก เพื่อมอบรสชาติเสมือนเนื้อจริง อีกความต่างของ Harvest Gourmet ยังเป็นด้านความหลากหลาย อาทิ เนื้อเบอร์เกอร์, เนื้อบดละเอียด, ไก่ย่างรมควัน, ไก่ชุบเกล็ดขนมปัง และมีทบอล เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู 

โดยในเฟสแรกนี้ เนสท์เล่เริ่มจำหน่าย Harvest Gourmet ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปในลักษณะ B2B ผ่านการจับมือกับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร พร้อมส่งทีม Nestle Professional เข้าไปร่วมพัฒนาสูตรและเมนูร่วมกับพาร์ทเนอร์

“กลยุทธ์การทำตลาดในเมืองไทย ระยะแรกเราต้องสร้างอะแวร์เนสก่อน ทั้งในเรื่องแบรนด์ และรสชาติอาหารที่หลากหลาย เราจึงเริ่มจากการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อให้นำเสนอเมนูที่หลากหลาย ให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์การชิมอาหารที่ทำมาจากพืช จะได้มีความเข้าใจ Plant-based Food ว่ามีรสชาติที่ไม่ต่างจากเนื้อสัตว์จริง แถมยังทำอาหารได้หลากหลาย ส่วนแผนการเข้าตลาด B2C นั้นขึ้นอยู่กับฟีดแบ็ค และความพร้อมของลูกค้า”

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.