3,996
VIEWS

ถอดกรณีศึกษา “บิ๊กซี”กับเส้นทาง จากไฮเปอร์มาร์เก็ตสู่ Omni Channel

Feb 11, 2021 R.Somboon

แม้ค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ไฮเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเป็นตลาดหลักที่บิ๊กซีทำตลาดอยู่จะมีกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างแมส แต่จากทิศทางของตลาดค้าปลีกบ้านเราที่กำลังโดนดิสรัปท์จากเทคโนโลยี ทำให้บิ๊กซีต้องมีการเดินหน้าทรานส์ฟอร์มตัวเองเพื่อรับมือกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในตลาด

ทำให้เราได้เห็นการปรับตัวของบิ๊กซีในช่วง 4 – 5 ปีมานี้ โดยมีตัวขับเคลื่อนคือเรื่องของเทคโนโลยี โดยมีการปรับสโตร์ฟอร์แมตใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาร้านค้าปลีกในแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเองขึ้นมา ซึ่งการมีฟอร์แมตสโตร์ที่หลากหลายนี้ ทำให้สามารถรองรับลูกค้าแต่ละเซ็กเม้นต์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังสามารถต่อยอดไปสู่ออนไลน์เซ็กเม้นต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในอดีต การมีสโตร์ฟอร์แมตที่หลากหลาย อาจจะมีเรื่องของการใช้ความยืดหยุ่นในเรื่องของการขยายสาขาที่บางพื้นที่อาจจะไม่สามารถใช้ฟอร์แมตของสโตร์ขนาดใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปเปิดได้ จึงใช้ฟอร์แมตสโตร์ขนาดย่อมลงมาอย่างบิ๊กซีมาร์เก็ตเข้าไปเปิดแทน รวมถึง การทลายข้อจำกัดในเรื่องของกฎผังเมืองที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขาร้านค้าปลีกขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การมีฟอร์แมตสโตร์ที่หลากหลาย อาจจะเป็นการเข้ามาช่วยเติมเต็มในการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่สำคัญยังเป็นการช่วยในแง่ของการเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่งในการขายผ่านช่องทางออนไลน์

ปัจจุบันบิ๊กซี มีการฟอร์แมตสโตร์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ไล่ตั้งแต่ ไฮเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี มาร์เก็ต ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน บิ๊กซี ฟู้ดเพลส ซูเปอร์มาร์เก็ตแนวใหม่ที่เน้นขายอาหารเจาะไลฟ์สไตล์คนเมืองแบบ 24 ชั่วโมง มินิบิ๊กซี ค้าปลีกไซส์เล็ก บิ๊กซี ดีโป้ ที่เป็นฟอร์แมตร้านค้าส่งที่ขยายสาขาไปยังอำเภอรอบนอก เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่เป็นร้านค้าย่อยสามารถซื้อสินค้าไปขายต่อได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาซื้อที่สาขาของไฮเปอร์มาร์เก็ตในเมือง และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของนักช้อปที่ค่อนข้างมีความต้องการที่หลากหลาย

แต่ละฟอร์แมต จะมีความยืดหยุ่นในเรื่องของพื้นที่ขายและรูปแบบการขยายสาขา ซึ่งเป็นการปรับเพื่อให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมของตลาด และตัวผู้บริโภคเอง ที่สำคัญ ยังเป็นการเข้ามาช่วยเติมเต็มการทำตลาดแบบ Omni Channel เพื่อสร้างรูปแบบการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ

 

บิ๊กซีจะเน้นให้ความสำคัญไปที่การให้บริการในเรื่องของอาหารสด หัวใจสำคัญของมันอยู่ที่จะทำอย่างไรให้สินค้ายังคงความสดได้เหมือนมาเลือกซื้อที่สาขา ซึ่งบิ๊กซี มีการทำตลาดหลักๆ อยู่ 3 เซ็กเม้นต์ คือ รีเทลทั่วไป เซ็กเม้นต์ B2B ที่กำลังสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เข้ามาร่วมอยู่ในอีโคซิสเต็มที่สร้างขึ้น ขณะที่เซ็กเม้นต์ที่ 3 คือกลุ่มทัวริสต์ ซึ่งจะมีการสร้างแพลตฟอร์มการขายแบบ Cross Border อีคอมเมิร์ซ

การขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ชนั้น กลยุทธ์หนึ่งที่ถูกนำมาใช้คือ การร่วมมือกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับการให้บริการ อย่างล่าสุด บิ๊กซีมีการร่วมมือกับ foodpanda ให้บริการจัดส่งสินค้าออนไลน์ การันตีความรวดเร็วถึงมือลูกค้าภายใน 25 นาที  ทั้งอาหารพร้อมทาน สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารสด และอาหารสดอื่นๆ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้ามากกว่า 2,000 รายการจากบิ๊กซีสาขาใกล้บ้าน ตั้งแต่เวลา 9.00 -20.00 น. ผ่านแพลตฟอร์ม foodpanda

ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่จาก 2 วงการที่พร้อมก้าวสู่อีกขั้นของโมเดลธุรกิจแบบ Quick Commerce (Q Commerce) ที่พร้อมมอบประสบการณ์การจัดส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้านลูกค้าแบบรวดเร็วทันใจ สะดวกสบาย และครบ ซึ่งโมเดล Quick Commerce นี้ เป็นโมเดลที่ foodpanda ใช้ในการทำตลาดของ Pandamart คอนเซ็ปต์ใหม่ที่มาพร้อมกับ Pandamart จะมี 3 Pillars หลักๆ ด้วยกัน คือ Speed – convenience – variety ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจแบบ Quick Commerce (Q Commerce) ที่ทุกอย่างต้องรันด้วยความเร็ว สะดวกสบาย และครบ

 

เป็นการแข่งกันในเรื่องของความเร็วที่เรื่องของความสะดวกสบาย และการมีวาไรตี้ของสินค้าที่ครบวงจรเข้ามาเป็นตัวครอบอีกที ถือเป็นรูปแบบของการทำตลาดออนดีมานด์ที่จะเข้ามาเป็นอีก 1 ไฮไลต์ของตลาดอีคอมเมิร์ชของบ้านเราในระยะเวลาอันใกล้นี้

ดร.ปิยะวรรณ ปิยะพงษ์ รองประธานฝ่ายธุรกิจบริการและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บิ๊กซี พยายามมองหารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เพื่อเข้ามาสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยการให้บริการที่เกิดจากความร่วมมือนี้ ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าจากบิ๊กซีผ่านแอพพลิเคชั่น foodpanda ได้มากกว่า 700 สาขาทั่วประเทศ ทั้งบิ๊กซี และมินิบิ๊กซี นอกจากนี้บิ๊กซีมีแผนที่จะขยายให้ครอบคลุม 1,000 สาขาภายในสิ้นปีนี้ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบออนดีมานด์ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการของบิ๊กซีได้เพิ่มขึ้น

นอกเหนือจากความร่วมมือกับ foodpanda แล้ว บิ๊กซี ยังมีช่องทางขายผ่านพันธมิตรที่เป็นแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง ช้อปปี้, ลาซาด้า รวมถึงพันธมิตรอย่างแฮปปี้เฟรซที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในช่องทางขายทำให้บิ๊กซี เพิ่มโอกาสการเข้าถึงคำสั่งซื้อออนไลน์ของลูกค้าจากการกระจายช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ของบิ๊กซี ที่จะมีหลากหลายช่องทางทั้ง เว็บไซต์ www.bigc.co.th แอพพลิเคชั่น Big C TH รวมทั้งบริการสั่งสินค้าผ่านแคตตาล็อกรูปแบบใหม่ “อยู่บ้านสุขใจสั่งได้ครบจบที่บิ๊กซี” หรือ Call for Shop ผ่านทางโทรศัพท์หรือไลน์สั่งซื้อสินค้า และจัดส่งสินค้าถึงบ้านบริการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าและขับรถมารับที่สาขาด้วยบริการไดร์ฟทรูที่บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ บริการ “Big C Shopping Online Express Delivery Service” ส่งสินค้าด่วนถึงประตูบ้าน ภายใน 1 ชั่วโมง

เป็นอีกการทรานฟอร์มจากแค่การเป็นค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตสู่ Omni Channel ของยักษ์ค้าปลีกรายนี้....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.