11,329
VIEWS

ประเด็นดราม่า Mo-Mo-Paradise ร้านชาบูเมนูน้อยที่ผู้บริโภคหลายคนไม่คุ้นชิน

Feb 10, 2021 P.Sininat

ประเด็นร้อนระอุในโซเชียล หลังแฟนคลับร้านชาบูชื่อดังอย่าง Mo-Mo-Paradise ไม่พอใจ กรณีที่เฟซบุ๊กเพจ “ทุกมื้อของปิงปิง” ได้ออกมารีวิวร้าน Mo-Mo-Paradise โดยให้คะแนน เพียงแค่ 2 เต็ม 10 ทางเพจแจ้งว่าร้านชาบูเจ้าดังดังกล่าวนั้นมีเมนูไม่หลากหลายและรสชาติอาหารเค็มเกินไป จึงเกิดเป็นประเด็นข้อถกเถียงในวงกว้างบนโลกออนไลน์

โดยเพจดังกล่าวระบุว่า “ผิดหวังมาก สั่งน้ำใส กับน้ำดำมา ซดน้ำดำ คือเค็มปี๋ ไตพังกันไปข้าง ความหลากหลาย คือเนื้อดีมาก อันนี้ไม่เถียง แต่ในแง่วาไรตี้คือสอบตก เพราะรู้สึกว่าเป็นบุฟเฟต์ที่ตัวเลือกน้อยมาก กินไปสักพักเริ่มเลี่ยนจำเจ รสชาติไปทางเดียวกัน ไม่มีอะไรมาตัดลิ้น มีแค่ราเม็ง ข้าว เนื้อ ผัก ไข่ และไม่รู้ว่ามีน้ำจิ้มสุกี้ หรือหมูกะทะบ้างไหม เราว่าถ้ามีคงจะอร่อยกว่านี้

สรุป แถวบ้านเรา มีร้านสุกี้เลียนแบบ MoMo อยู่ เป็นสไตล์สุกี้ยากี้ญี่ปุ่น มีน้ำดำ เนื้อคล้ายกัน 199 บาทเอง อย่างถูก! ตอนนั้นเรากิน เราคิดมาเสมอว่า Mo Mo คงจะดีกว่า แต่สุดท้ายพอมาลอง Mo Mo จริง กลายเป็นว่าร้านแถวบ้านเรา เนื้ออาจจะไม่ได้เท่า Mo Mo แต่มันตอบโจทย์กว่าในแง่องค์รวม กรรมวิธี รูปแบบเหมือนกัน แถมคุ้มกว่าตรงที่มีของหลากหลาย อาจจะไม่ Cultured เท่่า แต่ก็ functional กว่า อะแดปแบบบ้านๆ จริงใจ เข้าใจง่าย” นี่คือข้อความส่วนหนึ่งของเพจรีวิวดังกล่าว

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักร้านชาบูสไตล์ญี่ปุ่น Mo-Mo-Paradise กันก่อน Mo-Mo-Paradise เป็นร้านสุกี้-ชาบูแบบพรีเมี่ยม สาขาแรกเกิดขึ้นที่ “คาบูกิโช-ชินจูกุ”  ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1993 ในรูปแบบของ “All-You-Can-Eat” Shabu-Shabu & Sukiyaki

ปัจจุบันร้านอาหาร Mo-Mo-Paradise ได้กลายเป็นร้านอาหารสไตล์ ชาบู ชาบู ที่นิยมมากที่สุดในกรุงโตเกียวและย่านใกล้เคียง โดยมีสาขาทั้งหมดกว่า 22 มีการขยายสาขาไปยังประเทศไต้หวันในปี 2003 ,ประเทศไทย ในปี 2008. ประเทศจีนในปี 2010, ประเทศเวียดนามในปี 2014, ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศกัมพูชาในปี 2016 และประเทศอินโดนีเซียในปี 2017 ในปัจจุบันโมโมพาราไดซ์มีทั้งหมด 67สาขาทั่วโลก

จุดเด่นของ Mo-Mo-Paradise คือเรื่องของคุณภาพอาหาร สิ่งที่จูงใจผู้บริโภคส่วนใหญ่คือเรื่องของเนื้อเกรดพรีเมี่ยม ราคาอยู่ที่ 560 รวมแวท (VAT) อยู่ที่ 600 กว่าบาทต่อคน

ทางร้าน Mo-Mo-Paradise  โฟกัสคุณภาพอาหารเป็นหลัก และไม่เน้นปริมาณคือจะมีเมนูเนื้อวัว เนื้อหมูเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น และมีจุดยืนที่แน่วแน่ในเรื่องนี้ และไม่ทำตามกระแสเหมือนร้านบุฟเฟ่ต์อื่นที่เน้นความหลากหลายของเมนู

เช่น เพิ่มอาหารทะเล, ซูชิ เข้ามาในเมนู เพื่อโฟกัสที่จุดแข็งอย่างเต็มที่ สิ่งนี้ทำให้ Mo-Mo-Paradise   แตกต่างจากร้านชาบูที่มีในตลาดและไม่เอนเอียงไปตามกระแสของตลาด

ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ในครั้งนี้นั้น ทำให้เราเห็นว่าพฤติกรรมการบริโภคชาบูของคนไทยนั้น ส่วนใหญ่จะยึดที่ความหลากหลายและราคาเป็นหลัก เพราะตลาดชาบูในบ้านเราถ้าเชนใหญ่และ SME นั้นจะแข่งขันกันผ่าน 2 เรื่องนี้เป็นหลัก ทำให้ผู้บริโภคมีภาพจำว่าชาบูต้องถูกและมีของเยอะ ถ้าพรีเมี่ยมขึ้นมาหน่อยก็ต้องมีอาหารหลากหลายเพื่อความคุ้มค่า แต่ความคุมค่านั้นอาจจะตีความได้ถึงวัตถุดิบมีคุณภาพก็ไปได้

อีกความคิดเห็นหนึ่งของชาวเน็ต คือ การรีวิวของเพจนั้นจะบอกถึงรสชาติของน้ำซุปที่เค็มเกินไป แต่จริง ๆแล้วผู้รีวิวรับประทานผิดวิธี ข้อนี้อาจจะสะท้อนไปถึงแบรนด์ว่าต่อจากนี้การสร้างการรับรู้เรื่องการรับประทานที่ถูกต้องนั้นควรจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้บริการ

food

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.