8,143
VIEWS

4 เทรนด์การท่องเที่ยว 2021 เพื่อรับมือ COVID-19 ระลอกใหม่

Feb 02, 2021 S.Vutikorn

ปี 2020 ประเทศไทยเผชิญปัญหาการระบาดของ COVID-19 มาตั้งแต่ต้นปี จนต้องล็อกดาวน์ไปพักใหญ่ ก่อนที่จะสามารถควบคุมการระบาดจนจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศลดลงมาเหลือศูนย์ได้หลายเดือน

แต่แล้วทุกอย่างก็มาพังทลายลงอีกรอบในช่วงกลางเดือนธันวาคม อันเป็นผลมาจากการระบาดครั้งใหญ่ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่จังหวัดสมุทรสาคร, การลักลอบกลับประเทศผ่านทางช่องทางธรรมชาติ รวมถึงการระบาดในสถานที่ผิดกฎหมาย เช่น บ่อนการพนันในจังหวัดระยอง

แม้ว่าจะเป็นการระบาดจากเชื้อไวรัสเดียวกัน แต่การระบาดระลอกแรกกับระลอกใหม่ก็มีความแตก ต่างกัน กล่าวคือ

การระบาดครั้งแรกนั้น ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน จึงไม่รู้วิธีการรับมือ จึงจำเป็นต้องล็อกดาวน์ เพื่อหยุดการเคลื่อนที่ของคนหมู่มาก ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจทำอะไรได้ยาก

ส่วนการระบาดระลอก 2 ในภาคธุรกิจแบ่งกลุ่มก้อนได้เป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มที่เตรียมตัวรับมือกับการระบาดระลอกใหม่ไว้ ทำให้มีสติในการรับมืออยู่บ้าง กับกลุ่มที่ 2 คือ รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวแล้ว ขอยอมยกธงขาวดีกว่า

 อย่างไรก็ตามทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็ยังมีความรู้สึกเหมือนกัน คือ

 1. กังวลว่าการระบาดครั้งนี้จะลากยาว

 2. กังวลเรื่องเรื่องเงินหมุนเวียนที่เหลือน้อยลง

 3. เริ่มรู้สึกหมดแรงที่จะไปต่อ เพราะการระบาดระลอกใหม่ครั้งนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาตลอด แต่ต้องมาพังลงเพราะคนกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การระบาดระลอกใหม่นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมาก แม้ว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ก็ตาม ดังจะเห็นได้จากมีผู้ประกอบการหลายรายที่ต้องปิดกิจการลงไป แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ยังพอมีเรี่ยวแรงที่จะสู้ต่อ ศุภจีได้ให้คำแนะนำในการปรับตัวไว้ 4 ข้อด้วยกันคือ

1. Local Connection

 ต้นปี 2020 ประเทศไทยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวไว้ที่ 40 ล้านคน แต่ COVID-19 ทำให้ตัวเลขลดลงมาเหลือไม่ถึง 10 ล้านคน ที่สำคัญคือเกือบทั้งหมดเป็นคนไทยด้วยกัน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจอย่างมาก และจำเป็นต้องอาศัย Local Connection หรือการดึงเอาวิถีชุมชนเข้ามาบวกกับโรงแรม เช่น การรุกตลาดท่องเที่ยววัฒนธรรมแนวใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งถึงชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางคุณภาพเชิงลึกที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าคนไทยที่ส่วนใหญ่คิดว่ารู้จักเมืองไทยดีพอแล้ว

การทำ Local Connection ยังหมายถึงใช้ความได้เปรียบเรื่องเน็ตเวิร์คของตัวเองมาช่วยพยุงร้านค้าท้องถิ่นขนาดเล็กให้อยู่รอดไปด้วยกัน เช่น การเปิดมาร์เก็ตเพลสชั่วคราวให้ร้านค้าขนาดเล็กได้มีพื้นที่ขายมากขึ้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ โรงแรมดุสิตธานี หัวหินที่ดึงเอาร้านอาหารท้องถิ่น อย่างข้าวเหนียวมะม่วงป้าเจือ, ขนมเทียนแม่นงนุช, ขนมหวานแม่เก็บมาบริการขายในโรงแรม หรือดุสิตธานี พัทยาก็ให้ชาวบ้านมาขายของในบริเวณโรงแรม เรียกว่าตลาดนัดใจดี เป็นต้น

 

2. Wellness

ช่วงที่ COVID-19 ระบาดระลอกแรก ทุกคนในอุตสาหกรรมล้วนพูดถึงเรื่อง Hygiene Tourism หรือการท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องการดูแลด้านสุขอนามัยเป็นพิเศษ เช่น เพิ่มมาตรการ เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว เหมือนกับที่หลายหน่วยงานได้ทำตราสัญลักษณ์ SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) ขึ้นมา

แต่พบว่า COVID-19 ทำให้คนสนใจเรื่องสุขภาพ เรื่องสุขอนามัย รวมถึงสุขภาพจิตที่สมบูรณ์อันนำมาซึ่งการใช้ชีวิตที่สมดุล หรือ Wellness

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวต้องมีการปรับตัวด้วยการหากิจกรรมที่เหมาะสมกับ ไลฟ์สไตล์ใหม่ไปพร้อมๆ กับการทำเรื่อง Hygiene ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแนะนำเมนูอาหาร ตลอดจนกิจกรรมใหม่ๆ อาทิ โปรแกรมการออกกำลังกาย กิจกรรมผ่อนคลาย อาทิ นั่งสมาธิ โคยะริมทะเล ไทชิ โยคะในน้ำ ฯลฯ

ปลายปีที่ผ่านมากลุ่มดุสิตได้มีการจัดกิจกรรม Listen to the Earth in Silence โดยร่วมมือกับทาง Sounds of Earth จัดคอนเสิร์ตให้กับแขกในงาน โดยแขกที่มาพักสามารถยืนฟังคอนเสิร์ตได้จากบนระเบียงส่วนตัวในห้องพักของตัวเองผ่าน Wireless Headphone โดยกิจกรรมของ Sounds of Earth จึงออกไปในแนวทางคอนเสิร์ตแบบ Music Documentary ที่มีการสอดแทรกเนื้อหาสาระที่เป็นความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย

3. Technology

การควบคุมการระบาดของ COVID-19 ที่ได้ผล คือ การหยุดการเคลื่อนที่ และรักษาระยะห่าง ซึ่งทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น Work form Home, Work form Anywhere ซึ่งทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจโรงแรม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นทาง เลือกให้กับแขกที่ต้องการจัดกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ Solution ที่สามารถจัดประชุมพร้อมกันทั่วโลกได้ โดยเพิ่มสีสันและความสนุกสนานเข้าไป

 

4. Sustainable

เรื่องที่เพิ่มความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงเรื่องการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและรอบด้านที่มากกว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างที่ดีก็คือ การปรับพื้นที่บางส่วนของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มาเป็นฟาร์มผักปลอดสาร Do Farm ที่เริ่มทำมาตั้งแต่กลางปี 2020 เพื่อเป็นโมเดลนำร่องในการต่อยอดพัฒนารีสอร์ทให้เป็นรีสอร์ทที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับการเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติควบคู่ไปกับการได้รับบริการที่สะดวกสบายและปลอดภัยภายใต้มาตรฐานของดุสิตธานี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาพักอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง

“เนื่องจากโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง เราจึงได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาพัฒนาเป็นสวนผักผลไม้ออร์แกนิกส์ เพื่อให้เป็นแหล่งกิจกรรมท่องเที่ยววิถีธรรมชาติสำหรับลูกค้าที่มาเข้าพัก ในขณะเดียวกันก็นำผลผลิตที่ได้มาทำผลิตภัณฑ์อาหารสดและแปรรูปจำหน่ายให้กับลูกค้า และปรุงอาหารให้พนักงานเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่าย ซึ่งผลตอบรับดีมาก เราจึงขยายพื้นที่สวนเกษตรด้วยการลงแปลงนาข้าว ซึ่งผลผลิตจากนาแรกที่เพาะปลูกคาดว่าน่าจะได้ผลผลิตราว 200 กิโลกรัม ซึ่งจะนำมาลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารให้กับพนักงานของโรงแรมก่อน และถ้ามีผลผลิตมากพอ ก็อาจจะมีผลิตข้าวจากแปลงนาของดุสิตธานีเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปในอนาคต”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.