8,455
VIEWS

จุดเปลี่ยนของ Yves Rocher(อีฟ โรเซ) แบรนด์ที่ไม่เคยทำการตลาดออนไลน์มาตลอด 23 ปี

Jan 25, 2021 P.Sininat

DNA แบรนด์ที่แข็งแรงก็ไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีกลุ่มลูกค้าใหม่ Yves Rocher (อีฟ โรเช) ปรับแบรนด์ให้เด็กลง ลุยตลาดออนไลน์ครั้งแรกในรอบ 23 ปี ฉุดแบรนด์เติบโตสวนกระแสของตลาดบิวตี้ในยุคโควิด-19 

แบรนด์ Yves Rocher มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศสดำเนินธุรกิจมากกว่า 60 ปี และได้เปิดประตูความงามสู่ตลาดไทยเมื่อ 23 ปีก่อน กลุ่มลูกค้า ณ ตอนนั้นเป็นวัยรุ่นตอนต้นจนถึงปัจจุบันกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดิมกลายเป็นผู้หญิงวัยกลางคนแล้ว เป็นลูกค้าที่อยู่กับแบรนด์มาอย่างยาวนานและเหนียวแน่น แต่แบรนด์ประสบปัญหาคือขาดลูกค้ากลุ่มใหม่ หรือลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล แบรนด์ไม่เป็นที่นึกถึงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จากการทำการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างให้พูดถึงแบรนด์ของอุตสาหกรรมบิวตี้ที่ครอบคลุม สกิน แฮร์  50 แบรนด์แรกที่คนนึงถึงก็ยังไม่มีแบรนด์ Yves Rocher (อีฟ โรเช) ทางแบรนด์วางโจทย์ใหญ่ถ้าอยากให้แบรนด์อยู่ต่อต้องทำให้แบรนด์เด็กลง ทำให้แบรนด์เป็นที่นึกถึงของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ทางออกคือการทำการตลาดออนไลน์ซึ่งแบรนด์ไม่เคยทำมาก่อน

 

Yves Rocher(อีฟ โรเช) กับความกล้าก้าวสู่ออนไลน์ในรอบ 23 ปี ทำให้แบรนด์เติบโตสวนกระแส... ปรับตัวให้เข้ากับยุค Digital Life เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเปลี่ยนไป โดย 40% ของลูกค้าจะซื้อออนไลน์ถึงแม้หน้าร้านจะเปิดปกติ หรือหันมาซื้อของกระโดดไปมาจากหลากหลายช่องทางมากขึ้น ทำให้เห็น Traffic ได้อย่างชัดเจน เลยทำให้ตัดสินใจปิดหน้าร้านบางสาขาลง จากเดิม 128 สาขา ปีนี้เหลือ 80 สาขา และมีแผนปิดเพิ่ม ภายใน 2 ปีข้างหน้าคาดการณ์จะลดลงเหลือ 70 สาขา  และย้ายพนักงานบางส่วนไปรองรับลูกค้าที่เยอะขึ้นเป็นเท่าตัวในช่องทางออนไลน์แทน

โดย Offline Stores ยังคงเป็นส่วนใหญ่ที่สุดของธุรกิจ อยู่ที่ 80% และ Online Channels 20% โดยเติบโตอย่างรวดเร็วถึง 142% แต่คาดว่าในปี 2021 จะเติบโตขึ้นมาเป็น 35% โดยลูกค้าของ Yves Rocher แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือลูกค้า Loyalty ที่อยู่กับแบรนด์มาค่อนข้างนานแล้ว โดยลูกค้ากลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 45 ปี สเปนดิ้งต่อหัวอยู่ที่ 2,500 บาท ถึงแม้ว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะมาร้านน้อยลง และหันไปช้อปออนไลน์ แต่ยอดซื้อไม่ได้ลดลงเนื่องจากแบรนด์มีการใช้ CRM Model ในการดูแลลูกค้ากลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความผูกพันกับแบรนด์

ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มใหม่ที่เข้ามาจากการทำสื่อ Social Media อย่างเต็มที่ในปีนี้ แบรนด์มีลูกค้ากลุ่มนี้เกือบ 200,000 คนแล้ว กลุ่มนี้จะซื้อของ Online เป็นช่องทางหลัก แต่ก็ไป Visit หน้าร้านเช่นกัน ลูกค้ากลุ่มนี้มีสเปนดิ้งต่อหัว 800 บาท

 

สิ่งที่แบรนด์เล็งเห็นลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มคือ ตั้งแต่ Q4 ที่ผ่านมาลูกค้าเริ่มเป็น Omni Channel Customers มากขึ้นคือ Switch ไปมาในหลากหลาย Touchpoints เพื่อ Engage กับ Brand (Offline, E-marketplace, LINE OA, Telesales, BA Commerce, Ecom, etc.) และน่าจะมีลูกค้าแบบนี้เพิ่มขึ้นอีกมากในปี 2021 แบรนด์ต้องเจาะกลุ่มทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่โดยใช้ CRM เพื่อ Retain ลูกค้าเก่าที่เป็น Loyal Customers และ Recruit ลูกค้าใหม่ผ่าน Social Media

วิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นปีที่ยากสำหรับทุกแบรนด์ใน Beauty Industry ที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 70,000 ล้านบาท สกินแคร์ -11% เมคอัพ -30% ตลาดที่โตคือตลาด แฮร์โต 2% และ เจลอาบน้ำและไฮท์ยีนส์โต 7% Yves Rocher เติบโตจาก +7% จากตลาดที่ติดลบ -11% ในปี 2020 ขยับ Target เป็น +20% ในปี 2021 นี้

 

ปีหน้าจะมี Digitalized Omni Channel Platform อย่างเต็มตัว เรียกว่า Yves Rocher Beauty Club ทำให้มอบประสบการณ์ไร้รอยต่อที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้ และสิ่งนี้จะเป็นอาวุธลับหลักที่จะทำให้เราสามารถดูแลทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Yves Rocher (อีฟ โรเช) เติบโตสวนตลาดติดลบในปี 2020 เตรียมเดินหน้าไม่หยุดในปี 2021ด้วย New Brand ID รีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ พร้อม Omni Channel และ Digitalized CRM เต็มสปีด มุ่งเป้ายอดออนไลน์โต  2 เท่า เพื่อ Total Brand Sales บวก 20% พร้อมดึง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในประเทศไทย กระตุ้นยอดขายกลุ่ม Green Generation Millennials และดัน บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์แคมเปญ “ช้อป แชร์ ได้เงินชิลๆ”

 

วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2021 นี้ อีฟ โรเชได้เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมโลโก้ใหม่ที่สื่อถึงต้นกำเนิดจากฝรั่งเศสได้อย่างชัดเจน และแพ็กเกจจิ้งใหม่ซึ่งมีสีสันสดใสแปลกตา อีฟ โรเช เป็นแบรนด์ที่มี DNA ชัดเจน เราจึงต้องเลือก พรีเซ็นเตอร์ที่มีความเหมาะสมกับแบรนด์ เพราะพรีเซ็นเตอร์จะเป็นคนเล่าเรื่องราวทุกอย่างของแบรนด์ โดยจะต้องมี 4 แกนหลัก คือ Generosity (ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่), Positive Activist (จิตวิญญาณนักต่อสู้ในเชิงบวก), Rooted Entrepreneurial (หัวใจของความเป็นเจ้าของกิจการ) และ Honest (ความซื่อสัตย์จริงใจ) ทำให้เราได้ ใหม่-ดาวิกา   โฮร์เน่ มานั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์โปรดักต์ไลน์แฮร์แคร์คนแรกในประเทศ เพื่อกระตุ้นยอดขายของกลุ่ม Green Generation Millennials (คนรุ่นใหม่ที่รักสินค้าธรรมชาติและเริ่มสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม) และ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ เป็น  พรีเซ็นเตอร์ให้กับแคมเปญ “ช้อป แชร์ ได้เงินชิลๆ” ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบสมาชิกใหม่ของ อีฟ โรเช เรียกว่า “อีฟ โรเช บิวตี้คลับ” 

ร้านเพื่อสุขภาพและความงาม

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.