Packaging Reform เมื่อบรรจุภัณฑ์เป็นมากกว่าวัสดุห่อหุ้ม

Jan 19, 2021 P.Narata

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล จึงส่งผลให้สภาพการแข่งขันทางการตลาดยังคงรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเรื่องของ “บรรจุภัณฑ์” (Packaging) เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ผลิตอาหาร และเครื่องดื่มต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ

บทบาทของบรรจุภัณฑ์ในวันนี้ จึงเป็นมากกว่าวัสดุที่ใช้สำหรับห่อหุ้ม หรือเพื่อปกป้องเครื่องดื่ม และอาหารให้ปลอดภัยต่อการบริโภค ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

จากการสัมมนาในงานวันนักการตลาด “Thailand Marketing Day 2020: The Marketing Mutation” โดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ระบุถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 2,100 – 2,400 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นถึง 13,000 – 16,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี เป็นผลจากการที่ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ เต็ดตรา แพ้ค (Tetra Pak) บริษัทผู้นำเสนอโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารชั้นนำของโลก ได้นำเสนอรายงาน “Trendipedia” เป็นการศึกษาเทรนด์ผู้บริโภคประจำปี 2563 ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ ควบคู่ไปกับการต้องการความสะดวกสบายจากการบริโภคด้วยเช่นกัน

โดยเนื้อหาใน Trendipedia ระบุเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคไว้ 7 เรื่อง คือ "การบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ" "ความสะดวกในรูปแบบใหม่" "ต้นกำเนิดและแหล่งที่มา" "การเชื่อมสัมพันธ์" "ความดื่มด่ำที่ตั้งใจ" "ข้อมูลส่วนบุคคล" และ "ประสบการณ์เต็มรูปแบบ"

3 ใน 7 เรื่อง เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ “การบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Consumption) เกี่ยวข้องทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่เดิมผู้บริโภคมองทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกัน แต่ปัจจุบันจะมองเป็นองค์รวมเดียวกัน และเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของทั้ง 2 เทรนด์ เรื่อง “ความสะดวกในรูปแบบใหม่” (Convenience Reborn) ซึ่งเน้นถึงการพัฒนาที่รวดเร็วของระบบร้านค้าออนไลน์และบริการส่งถึงบ้านแบบดิลิเวอรี่ และเรื่อง “ต้นกำเนิดและแหล่งที่มา” (Heritage and Provenance) เพราะอาหารถือเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมของมนุษย์มาโดยตลอด อีกทั้งเป็นสื่อถ่ายทอดสาระสำคัญเชิงวัฒนธรรมอันแข็งแกร่ง

คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โดยบทสรุปของ Trendipedia ชุดนี้ เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในมุมของของเต็ดตรา แพ้ค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด สามารถสรุปเทรนด์ออกมาได้เป็น 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องของ Sustainability และ Technology 

Sustainability เป็นสิ่งที่เต็ดตรา แพ้คทำมานานแล้ว แต่ปัจจุบันเริ่มมีความสำคัญกับผู้บริโภคคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมของบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โดยปกติบรรจุภัณฑ์ของเราค่อนข้างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เพราะทำจากวัตถุดิบที่เกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติ (Renewable Material) ที่มากกว่า 70% อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องไปต่อในแง่ของนวัตกรรม คือการมุ่งไปสู่ 100% ของบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจาก Renewable Material นี่คือเป้าหมายระยะยาว” 

ในส่วนของเป้าหมายระยะสั้น เป็นเรื่องของ Bio Base Material ที่เต็ดตรา แพ้ค เริ่มนำมาใช้ในบรรจุภัณฑ์ เช่น ฝา หรือพีอีที่อยู่ในชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่พยายามทำให้มี Look & Feel ของความเป็นธรรมชาติอย่างเช่น Tetra Pak Craft ที่ใช้โทนสีน้ำตาลธรรมชาติ เป็นความพยายามที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ปรับเข้าสู่ความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเรื่องของ Sustainability ไม่ใช่แค่เรื่องของบรรจุภัณฑ์ แต่ยังต่อเนื่องไปถึงเรื่องอายุการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการรีไซเคิล ซึ่งเต็ดตรา แพ้คพยายามทำบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

Technology เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่เต็ดตรา แพ้ค ตามติดเรื่องการพัฒนามาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เพียงแค่ห่อหุ้ม หรือปกป้องอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีความสามารถในการ Connect หรือสามารถสร้าง Engagement กับผู้บริโภคได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง ในสิ่งที่สอดคล้องกับเรื่องของ Experience Mature เช่น การนำ QR Code มาเล่นกับฝาขวด หรือการนำ AI มาเล่นกับฉลากบนกล่อง เมื่อสแกนแล้วมีตัวการ์ตูนออกมาเต้น ถือเป็นการทำ Interaction ทั้งในแง่ของการให้ข้อมูล หรือการโปรโมชั่น และทำให้บรรจุภัณฑ์ให้มีความสนุกสนานมากขึ้น

“ปัจจุบัน เต็ดตรา แพ้ค เริ่มมีการนำเรื่องของ QR Code มาใช้บ้างแล้ว เพราะนอกจากเรื่องของ Interaction เรื่องของการให้ข้อมูลก็มีความสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้มีการเข้าหาข้อมูลได้เร็วมากขึ้น ก็เป็นไปตามเทรนด์ของเรื่อง “ต้นกำเนิดและแหล่งที่มา” (Heritage and Provenance) ที่ผู้บริโภคสนใจ เพราะบางทีก็อยากรู้ว่า สิ่งของชิ้นนั้นๆ มาจากไหน และเมื่อสแกน QR Code ก็จะรู้ได้ทันทีว่ามาจากไหน เป็นศักยภาพในเรื่องของ Product Traceability ที่ทำให้รู้ถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้ทันที ดังนั้นเทคโนโลยีบนตัวบรรจุภัณฑ์ นอกจากจะสามารถ Interact กับผู้บริโภคได้ ให้ความสนุกสนาน ยังให้ความมั่นใจ และรู้สึกถึงความปลอดภัยเวลาที่จะบริโภคสิ่งเหล่านั้นได้อีกด้วย” 

คุณสุภนัฐ ยังยกตัวอย่างพัฒนาการทางด้านบรรจุภัณฑ์ของประเทศจีน ที่ปัจจุบันมีการนำเรื่องของ QR Code มาเล่นกับผู้บริโภคอยู่พอสมควร และพัฒนาไปไกลมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เช่น การทำโปรโมชั่น หรือการให้ความรู้ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์นมยี่ห้อหนึ่งที่นำเข้านมจากประเทศอังกฤษ มีการให้ความรู้ผ่านการสแกน QR Code เมื่อสแกนแล้วสามารถเข้าไปดู เข้าไปเล่นเกม นอกจากจะได้ดื่มนมที่มาจากอังกฤษแล้ว ผู้บริโภคยังได้ Look & Feel เหมือนทัวร์อยู่ใน British Museum เป็นกิมมิกที่สามารถ Engage กับผู้บริโภคได้มากขึ้น

“สำหรับประเทศไทยเริ่มเห็นดีมานด์มากขึ้น เริ่มมีลูกค้าให้ความสนใจ และจะเห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะมีการนำ QR Code เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ และช่วยเสริมสร้าง Value ให้กับลูกค้าของเราไปจนถึงมือผู้บริโภค ทั้งในเรื่องของการทำโปรโมชั่น และการให้ข้อมูลต่างๆ”

ปัจจุบัน QR Code ที่นิยมนำมาใช้งานบนบรรจุภัณฑ์มี 2 รูปแบบ คือ Static QR Code ที่เชื่อมต่อไปสู่ Landing Page ซึ่งเป็นหน้าเว็บไซต์ของสินค้านั้นๆ และ Dynamic QR Code เป็น Unique QR Code ที่แต่ละโค้ดจะมีความแตกต่างกันสามารถนำไปใช้งานหลากหลาย เช่น การนำเสนอข่าวประจำวัน มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงกว่า Static QR Code ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็น Static QR Code อยู่ แต่เต็ดตรา แพ้ค ก็สามารถทำ Dynamic QR Code ให้กับลูกค้าได้หากลูกค้าต้องการ 

คุณสุภนัฐ ย้ำว่า วันนี้หากลูกค้าของเต็ดตรา แพ้ค ในประเทศไทยอยากจะนำเอา QR Code มาเล่นในเรื่องของโปรโมชั่นก็สามารถทำได้เลย เพราะการสแกน เล่นเกม ผู้บริโภคคนไทยค่อยข้างคุ้นเคยอยู่แล้ว ซึ่งการใช้ QR Code นอกจากจะช่วยสร้างความน่าสนใจ สร้างความสนุกให้กับผู้บริโภคได้แล้ว ยังสามารถวัดผลความสำเร็จในแง่การ Engage หรือการสร้างยอดขายได้อีกด้วย

“ในระยะยาวที่เราพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นต่อไป คือ เรื่องของ Traceability เป็นการเข้าถึงข้อมูล หรือต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์มาว่าจากไหน น้ำนม น้ำผลไม้ ถูกนำมาจากฟาร์มใด ผลิตเมื่อไหร่ เข้ามาวันที่เท่าไหร่ มีข้อมูลสารอาหารอะไรบ้าง เป็นต้น แต่ยังเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนในเรื่องของ Infrastructure ทั้งเครือข่าย และต้องใช้เวลา แต่ก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะไปให้ถึง”

ก่อนหน้านี้ เต็ดตรา แพ้ค เคยทำแคมเปญ “Connecting The Food Industry” บนลิงค์อิน (LinkedIn) ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์แบบเชื่อมต่อออนไลน์ และเปิดมุมมองในการนำระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่มาใช้เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ของประเทศที่เข้าร่วมทำแคมเปญนี้ และได้รับคัดเลือกให้เป็นเป้าหมายการตลาดในการจัดแคมเปญของภูมิภาคนี้ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจากความพร้อมของประเทศในด้านการนำธุรกิจเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพราะเต็ดตรา แพ้ค มองว่า ระบบการเชื่อมต่อออนไลน์กำลังจะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต่อไปอีกมากมาย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ พาสเจอร์ไรส์ และยูเอชที และยังมีรายละเอียดลงลึกที่แบ่งไปตามขนาด รูปทรง ลักษณะการใช้งาน หรือแบ่งตามประเภทของฝา และการเจาะหลอด เป็นต้น 

นอกจากนี้ เต็ดตรา แพ้ค ยังมีบรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่ที่เรียกว่า Tetra Recart ที่เน้นการใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร เพราะมีระบบ Retort สำหรับการฆ่าเชื้อก่อนบรรจุอาหาร เป็นอีกประเภทที่มีการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้น แต่ลูกค้าของเต็ดตรา แพ้คในเมืองไทยใช้บรรจุเมล็ดข้าวโพด และซอสเพื่อการส่งออกต่างประเทศทั้งหมด จึงไม่ได้เห็นบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ในตลาดเมืองไทย โดยลักษณะของตัวกล่องสามารถดึงฝากล่องด้านบนขึ้น และฉีกตามรอยประได้ด้วยมือโดยไม่ต้องใช้ที่เปิดกระป๋อง หรือกรรไกรตัด ก่อนจะเทอาหารออกมาเพื่อการบริโภคได้ทันที  เป็นการตอบโจทย์ในเรื่องความสะดวกสบาย และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน 

“การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Sustainability เป็นเรื่องที่เราพยายามทำงานร่วมกับลูกค้า เพื่อการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของ Sustainability ให้ได้มากยิ่งขึ้น วันนี้บรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค ค่อนข้างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เพราะทำจาก Renewable Material ถึงกว่า 70% แต่เต็ดตรา แพ้ค ก็พยายามที่จะเติมเต็ม Portfolio ด้วยบรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่เข้ามา เช่น การพัฒนาฝากล่องที่ทำเป็น Bio Base ชานอ้อย หรือการสร้างวัสดุที่เป็น Bio Base PE เพื่อทดแทนการใช้พลาสติกที่เป็น Fossil Base รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็น Tetra Pak Craft ที่จะนำมาปรับใช้เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด”

ที่สำคัญ ต้องตอบโจทย์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมไปด้วย เพราะเป้าหมายใหญ่ของเต็ดตรา แพ้ค คือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่มจากทรัพยากรทดแทนได้ หรือเป็น Renewable Material แบบ 100% ภายในปี 2030

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp