4,162
VIEWS

เรียนรู้การทำตลาดไส้กรอกของ “ซีพีเอฟ” ปรับเกมอย่างไรให้เข้ากับช่องทางขายที่แข็งแกร่ง

Jan 18, 2021 R.Somboon

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับไส้กรอกซีพีนั้น นอกจากเรื่องของการตลาดที่ทำออกมาเข้มข้นแบบต่อเนื่องไม่หยุดแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การมีช่องทางขายที่แข็งแกร่งอย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งถ้าจะบอกว่า ซีพีเอฟ มีการวางกลยุทธ์การสร้างตลาดไส้กรอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะสร้างรูปแบบการบริโภคสินค้าประเภทนี้ ให้เป็น “สแน็ค” ที่สามารถกินได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดแค่การกินตามมื้ออาหาร ช่องทางขายผ่านร้านคอนวีเนียน สโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของยุทธการในการสร้างตลาดไส้กรอกตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

การเลือกวางกลยุทธ์ในเรื่องของช่องทางขายที่มุ่งเน้นโฟกัสมาที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่อยู่ในเครือซีพีด้วยกัน ถือเป็นการเลือกใช้จุดแข็งในเรื่องของช่องทางขายที่เข้ามาทำให้การผลักดันสินค้าเป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ซีพีเอฟ มองเห็นโอกาสทางการตลาดจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ที่มีการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่มื้อหลัก 3 มื้อ แต่มีการบริโภคในลักษณะของกินเล่น หรือบริโภคแบบสแน็คที่เป็นการรองท้องระหว่างมื้อ ซึ่งสินค้าอย่างไส้กรอกสามารถรองรับในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ยิ่งถ้ามองโอกาสทางการตลาดแล้ว จะพบว่ายังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกค่อนข้างมาก เพราะปัจจุบันคนไทยบริโภคไส้กรอกเฉลี่ย 5 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ถือว่าต่ำกว่าประเทศที่บริโภคไส้กรอกเป็นประจำอย่างสหรัฐอเมริกาที่มีตัวเลขสูงถึง 20 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

ตลาดไส้กรอกของบ้านเรา จะแบ่งออกเป็นตลาดพรีเมียมที่มีราคาขายกิโลกรัมละ 400 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 6% ของตลาด ไส้กรอกเกรดเอ ราคาขาย 200 – 400 บาทต่อกิโลกรัม สัดส่วน 45% และไส้กรอกระดับกลางลงมาล่างราคาขาย 50 – 200 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วน 49% โดยซีพีเอฟ มีไส้กรอกอยู่ 4 แบรนด์หลักคือ แบรนด์ ซีพี บีเคพี ซูเปอร์เชฟ และมิสเตอร์ซอสเซจ ทั้ง 4 แบรนด์ จะจับตลาดที่แตกต่างกันไป มีบุชเชอร์กับมิสเตอร์ซอสเซจ อยู่ในตลาดพรีเมียม แบรนด์ซีพี จะจับตลาดเกรดเอ และบีเคพี เป็นตลาดระดับกลาง ส่วนแบ่งตลาดรวมของซีพีเอฟจะอยู่ที่ประมาณ 31%

 

การทำตลาดไส้กรอกของซีพีเอฟในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จะให้ความสำคัญกับ 2 แบรนด์หลักคือ แบรนด์ซีพีที่จับตลาดในเซ็กเม้นต์เกรดเอ และบุชเชอร์ในตลาดพรีเมียม โดยบุชเชอร์จะเป็นไส้กรอกเนื้อหยาบที่มีราคาขายมากกว่าซีพีแบรนด์ประมาณ 15%

ขณะที่ช่องทางขายหลักของสินค้าประเภทไส้กรอก จะอยู่ที่ร้านคอนวีเนียน สโตร์ ในสัดส่วนถึง 70% ของตลาด ที่เหลือจะเป็นการขายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และแม็คโคร ด้วยพฤติกรรมการกินแบบสแน็ค ทำให้ช่องทางขายที่เป็นคอนวีเนียน สโตร์ กลายเป็นช่องทางที่ช่วยผลักดัน และสร้างโอกาสในการขายได้

หากย้อนไปดูที่จุดตั้งต้นของการสร้างตลาดไส้กรอกของซีพีแล้วจะพบว่า ซีพี มองเห็นเทรนด์ของการบริโภคไส้กรอกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นการบริโภคแบบสแน็คที่สามารถสร้างโอกาสในการบริโภคได้ตลอดทุกช่วงเวลา ทั้งการกินเพื่อรองท้องก่อนมื้อหลัก และการกินเล่น หรือแชร์กันในกลุ่มเพื่อนในงานปาร์ตี้ต่างๆ จึงมุ่งไปที่การสร้างตลาดไส้กรอกผ่านรูปแบบการบริโภคในลักษณะดังกล่าว

เมื่อประกอบเข้ากับ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของสามารถสร้างเครือข่าย และเข้าถึงลูกค้าได้ค่อนข้างกว้าง ด้วยจำนวนสาขากว่าหมื่นสาขาในปัจจุบัน จึงมุ่งเข้ามาที่การสร้างตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว โดยทำไปพร้อมกับการใช้กลยุทธ์ในเรื่องของไซส์ซิ่ง และตัวแพ็เกจจิ้งที่ขายแบแพ็กเกจจิ้งบรรจุ 4 ชิ้น ในราคาเฉลี่ย 30 กว่าบาท ถึง 40 บาทต้นๆ ซึ่งสะดวกต่อการซื้อไปบริโภค เพราะแค่เข้าเวฟในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ก็สามารถรับประทานรองท้องได้ทันที ต่างจากในอดีตที่ส่วนใหญ่จะเป็นการขายแบบตักชั่งกิโลเหมือนกับไส้กรอกที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต

เช่นเดียวกับการทำตลาดเพื่อสนับสนุนการขายนั้น ซีพีเอฟมีการพุ่งตรงมาที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา และคนเริ่มต้นทำงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในความถี่ที่มากกว่ากลุ่มเป้าหมายอื่นๆ  จึงกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้ไส้กรอกแบรนด์ซีพีก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดในแง่ของมูลค่าอยู่ที่ 19%

ปัจจุบัน ตลาดไส้กรอก 3 หมื่นล้านบาท จะแบ่งออกเป็นตลาดพรีเมียมที่มีราคาขายกิโลกรัมละ 400 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 6% ของตลาด ไส้กรอกเกรดเอ ราคาขาย 200 – 400 บาทต่อกิโลกรัม สัดส่วน 45% และไส้กรอกระดับกลางลงมาล่างราคาขาย 50 – 200 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วน 49%

ส่วน ซีพี มีไส้กรอกอยู่ 4 แบรนด์หลักคือ แบรนด์ ซีพี บีเคพี ซูเปอร์เชฟ และมิสเตอร์ซอสเซจ โดยทั้ง 4 แบรนด์ จะจับตลาดที่แตกต่างกันไป มีบุทเชอร์กับ มิสเตอร์ซอสเซจ อยู่ในตลาดพรีเมียม แบรนด์ซีพี จะจับตลาดเกรดเอ และบีเคพี เป็นตลาดระดับกลาง โดยส่วนแบ่งตลาดรวมทั้ง 4 แบรนด์อยู่ที่ประมาณ 31%

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับไส้กรอกซีพีนั้น นอกจากเรื่องของการตลาดที่ทำออกมาเข้มข้นแบบต่อเนื่องไม่หยุดแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การมีช่องทางขายที่แข็งแกร่งอย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เข้ามาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งถ้าจะบอกว่า กลุ่มซีพีเองมีการวางกลยุทธ์การสร้างตลาดไส้กรอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะสร้างรูปแบบการบริโภคสินค้าประเภทนี้ให้เป็น “สแน็ค” ที่สามารถกินได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดแค่การกินตามมื้ออาหาร ช่องทางขายผ่านร้านคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของยุทธการในการสร้างตลาดไส้กรอกตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

ที่สำคัญ ยังเป็นตัวสะท้อนภาพให้เห็นถึงแนวทางของกลุ่มซีพี ซึ่งมองถึงการทำตลาดแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ คือเรื่องของการผลิต กลางน้ำ คือการจัดจำหน่าย และปลายน้ำ ที่เป็นร้านค้าปลีก ซึ่งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นเครือข่ายการขายที่ทรงพลังที่พร้อมจะเข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตให้กับไส้กรอกในเครือของซีพีเอฟได้อย่างเต็มรูปแบบ...

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp