5 วิธี ตั้งรับความเปลี่ยนแปลงยุค VUCA World ฉบับ New Workforce 2021

Jan 16, 2021 P.Narata

วิกฤต VUCA World หรือความไม่แน่นอนของโลกเศรษฐกิจในวันนี้ยังคงมีอยู่ และยากแก่การคาดเดาว่า สถานการณ์เช่นนี้จะยังอยู่ต่อไปอีกนานแค่ไหน ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ จึงเป็นภารกิจสำคัญของทุกองค์กรในการเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้ทุกเมื่อ

ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คือ ความสำเร็จในการทรานส์ฟอร์ม คน ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เพราะแม้ว่าองค์กรจะมีข้อมูลมากมาย หรือมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่ถ้าคนไม่เปลี่ยนวิธีคิด หรือยังมีแนวคิดแบบเดิมๆ องค์กรก็จะประสบความสำเร็จได้ค่อนข้างยาก 

ดังนั้น การเสริมสร้างศักยภาพให้ คน เกิดวิธีคิดแบบ “Lifelong Learning Mindset” เพื่อค้นหาวิธีการ และสร้าง New Skillset ด้วยตัวเอง ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรในแง่การขับเคลื่อนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในงานเสวนา SEAC Talks Forum: Essential Skills for Thai Workforce 2021 ได้ระบุถึงเทรนด์ของ NEW WORKFORCE 2021 ที่จะเป็นแนวทางให้องค์กรสามารถเตรียมความพร้อมกับการ ปรับ  และ เปลี่ยน ไปสู่รูปแบบการทำงานใหม่ๆ เพื่อการยกระดับศักยภาพคน และองค์กร ให้ประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีสาระสำคัญใน 5 เรื่องหลัก ได้แก่

1. Cross-gen Workforce เป็นเรื่องของคน 4 เจนเนอเรชั่น ที่มาทำงานร่วมกันในองค์กร ซึ่งการเพิ่มเจนใหม่เข้ามาทำงาน นับเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อโลกธุรกิจยุคใหม่ เนื่องจากเด็ก Gen Z เป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย มีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และชอบความท้าทาย เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับองค์กรว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้ 

เมื่อวิธีการทำงานในรูปแบบเดิมๆ ไม่สามารถใช้กับ Gen Z ได้ องค์กรจึงต้องเร่งปรับ และแสวงหารูปแบบ วิธีการทำงาน วิธีการสื่อสารใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์การทำงาน เพื่อให้ทั้ง 4 Generations สามารถทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. Remote Work คือ Now Normal ที่เกิดขึ้น เมื่อสถานที่ทำงานอาจไม่ใช่คำตอบของการทำงานอีกต่อไป โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 หลายองค์กรหันมาทำงานแบบ Remote Work มากขึ้น ดังนั้น โจทย์ต่อไปขององค์กร คือ จะทำอย่างไรที่จะสามารถสร้าง Engagement ระหว่างคน และองค์กรในรูปแบบใหม่ๆ ต้องมีการสื่อสารแบบไหน มีการประเมินผลสำหรับการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร 

รวมถึงรูปแบบการบริหารจัดการกลุ่มคนที่ทำงานจากต่างสถานที่กัน เป็นสิ่งที่ยังต่อเรียนรู้ และนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนในการทำงานแบบระยะไกลมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การประชุมผ่านแอพพลิเคชั่นที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

3. Revisit และปรับการสื่อสารภายในองค์กรอย่างจริงจัง ซึ่งปีนี้สภาวะของเศรษฐกิจ และธุรกิจ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้นองค์กรต้องเน้นสื่อสารให้ถี่ขึ้น และต่อเนื่องมากขึ้น โดยโจทย์สำคัญ คือ องค์กรจะสื่อสารกับคนในองค์กรอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ สามารถแย่งชิงเนื้อหา ข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่ปริมาณต่อวันเยอะมากๆ ได้ 

รวมถึงจะทำอย่างไรให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการเนื้อหาที่สั้น กระชับ ตรงประเด็น ถี่มากที่สุด และมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น

4. Work Life Integration เทรนด์ใหม่กับชีวิตที่ไม่ต้อง Balance คือ การผสมผสานชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน คน ต้องมาเริ่มเปลี่ยน Mindset ใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้งาน และชีวิตสามารถเป็นเรื่องเดียวกันได้ ซึ่งกว่า 80% ขององค์กรระดับโลกให้ความสนใจ และเริ่มหันมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง 

อาทิ เราใช้ช่วงเวลากลางวันในการติดต่อประสานงานกับลูกค้า ประชุมกับเพื่อนร่วมงาน และไปรับส่งลูก ดังนั้น เราใช้ช่วงเวลากลางคืนในการเคลียร์งานในส่วนของเรา เป็นต้น

5. Reskill & Upskill มุ่งพัฒนา Soft Skills และ Mindset โดยมีนัยสำคัญ คือ การที่องค์กรส่วนใหญ่ของโลกได้เริ่มทรานส์ฟอร์มองค์กร และคนอีกครั้ง ผ่านการวาง Roadmap ที่ชัดเจนว่าพนักงานแต่ละคน แต่ละแผนกจะต้องอัพสกิลเรื่องอะไรบ้าง รีสกิลเรื่องอะไรบ้าง 

โดยสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น คือ เรื่องของ Soft Skills และ Mindset เพื่อที่จะไปตอบบทบาท และหน้าที่การทำงานของแต่ละคนมากขึ้น

อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (Southeast Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ปีนี้ทุกองค์กรได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ บางองค์กรได้รับแรงเสริมเป็นปัจจัยบวก บางองค์กรได้รับปัจจัยเชิงลบ ในจำนวนองค์กรที่ไม่สามารถต้านทานกระแสเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ อาจเพราะไม่ได้วางระบบภูมิคุ้มกัน นั่นคือ การทรานส์ฟอร์มองค์กรและเสริมศักยภาพคนด้วย New Skills” เพื่อให้องค์กรมีรากฐานการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคง และสามารถปรับตัวได้เท่าทันเข้ากับกระแสเศรษฐกิจในปัจจุบัน 

อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาขององค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลก McKinsey ทำวิจัย พบว่า กว่า 87% ของผู้บริหารระดับสูงมองว่า องค์กรตัวเองยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งกับเกมโลก เรื่อง คน ยังมีช่องว่างอยู่มาก ระหว่างความพร้อมของทักษะที่คนในองค์กรมีกับสิ่งที่องค์กรต้องการจะเปลี่ยนแปลง และเดินทางถึงเป้าหมายได้ 

จากผลวิจัยของ PwC ทำวิจัย พบว่า ในองค์กรที่ต้องการ Transformation และ Innovation องค์กรต้องเพิ่มทักษะ คน ในองค์กรอีก 3 เท่า เพื่อที่จะทำให้องค์กรเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง นั่นหมายความว่า หากหันกลับมามองเปรียบเทียบกับประเทศไทย เรายังไม่มีความพร้อมเลย เรายังต้องพัฒนาทักษะคนอีกมาก

ยกตัวอย่าง องค์กรที่ให้ความใส่ใจเรื่องการทรานส์ฟอร์มองค์กร และมีการเตรียมพร้อมบุคลากรด้วย New Skills เช่น Master Card เตรียมพร้อม NEW Skill เพิ่มทักษะของคน เพื่อแข่งกับสตาร์ทอัพในระดับ Unicorn หรือ J.P. Morgan ใช้เงินถึง 600 ล้านดอลลาร์ เพื่อยกระดับคนในองค์กรให้ตรงตามเกมการแข่งขันของโลก เช่นเดียวกันกับ Amazon ที่เบื้องหลังความสำเร็จ คือ การใช้งบกว่า 700 ล้านดอลลาร์ ในการพัฒนาอัพสกิลคนจำนวนแสนคน รวมถึง IBM อยากให้คนเข้าใจเรื่อง Zero-to-Tech โดยใช้เวลา 20 ชั่วโมง เพื่อเทรนคนให้เข้าใจลึกซึ้งเรื่อง Technology และ Microsoft ใช้เงินเพื่อพัฒนา Mindset ของคนทั้งองค์กร และสร้างคน 15,000 คนในการพัฒนาองค์กร

อย่างไรก็ตาม องค์กรยักษ์ของโลกต่างสนใจและจริงจังในการอัพสกิลคน โดยเน้นการลงทุน ใช้ Resource อย่างจริงจัง ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทย ใช้เงินเพียง 1% ของกำไรในการพัฒนาคนในองค์กรเท่านั้น โดยต้อง Upskill ทักษะ Essential Skill ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ ดังนี้

1. Adaptability การสร้างให้คนทั้งองค์กรสามารถเข้าใจและสร้างคนให้มีทักษะเรื่อง Adaptability ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ ทำงานในรูปแบบใหม่ เวทีใหม่ การแข่งขันใหม่ อีกทั้งมีความปราดเปรียวมากขึ้น ไม่อุ้ยอ้ายในการทำงาน ไม่ยึดติดการทำงานเรื่องแบบเดิมๆ

2. Complex Problem Solving การแก้ปัญหา และการตัดสินใจในมิติใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ โดยเพิ่มนวัตกรรม หรือวิธีคิดเรื่องใหม่ หรือแนวทางใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ โดยไม่ยึดติดกับวิธีคิดในรูปแบบเดิมๆ 

3. Growth Leadership การให้ความสำคัญกับคำว่า Leadership ไม่ใช่แค่คำว่า Leader เพื่อสร้างภาวะผู้นำให้เกิดขึ้นในกลุ่ม หรือในองค์กร เพื่อให้พนักงานสามารถรับผิดชอบต่องานตัวเองจนจบ หรือพร้อมทำงานร่วมกับคนได้หลากหลายสไตล์ในแบบ Growth Leadership

4. Digital Literacy พัฒนาให้ทุกคนในองค์กรได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องของเทคโนโลยี และทุกคนในองค์กรต้องเข้าใจเครื่องมือ และข้อมูลที่ได้มาจากเทคโนโลยี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กร 

อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ Head of People, LINE MAN Wongnai หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ให้มุมมองเกี่ยวกับหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจ และบริหารคน ภายใต้สถานการณ์ที่คนแต่ละ Generation มาทำงานร่วมกัน และเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานมากที่สุด โดยมองว่า ยุคนี้เป็นยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ คนทำงานต้องปรับตัวเร็ว มีความ Agile มี Growth Mindset กล้าทดลองทำสิ่งใหม่ๆ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าล้มเหลว เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น

ในส่วนของหัวใจการทำงาน คือ การมองเพื่อนร่วมงานเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เราจะปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นเพื่อนกัน เป็นพี่น้อง เป็นคนที่มีความต้องการ และความเจ็บปวด สุดท้ายก็เป็นการเตือนตัวเอง และทีมให้ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างมีความเคารพ และเหมาะสมที่สุด

ขณะที่ อภิชาติ ขันธวิธิ เจ้าของเพจ HR The Next Gen และ Co-Founder QGEN หนึ่งในผู้ร่วมวงเสวนา ได้แชร์ประสบการณ์การทรานส์ฟอร์มคน และองค์กร ให้ฟังว่า โลกของการทำธุรกิจวันนี้มีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายตลอดเวลา ทำให้เกิดการแข่งขันสูงมาก 

ตอนนี้ Speed เป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจ ทุกองค์กรต้องปรับตัวอยู่เสมอ ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้องค์กรแข่งขันบนเวทีการค้าได้คือเรื่องของ คนถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะลงทุนเรื่องเทคโนโลยีพัฒนาสินค้าดีๆ แต่ถ้าวางระบบคนไม่ดี หรือไม่ได้เลือกคนที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็คงไม่สามารถดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของการทำงานในองค์กรให้ออกมาได้ เมื่อคนเก่งขึ้น องค์กรจะแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

อภิชาติ ยังมองว่า องค์กรที่จะประสบความสำเร็จกับการ Transformation ต้องเป็นองค์กรที่มีการปลูกฝังสิ่งที่เรียกว่า Eager to Learn เพื่อให้พนักงานรู้ว่า ต้องทำอะไร และเกิดการรับรู้ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะองค์กรที่ไปต่อไม่ได้ คือ องค์กรที่ไม่มี Creativity ดังนั้นองค์กรที่มี Creativity ที่ดี จะปรับตัวต่อไปได้ง่าย

วันนี้ถ้าเราไม่ Upskill & Reskill เราจะไม่มีคุณค่าต่อองค์กร และสุดท้ายจะไม่สามารถอยู่ในตลาดแรงงานได้ และถ้าองค์กรไม่ Upskill & Reskill ก็จะไม่สามารถพาธุรกิจไปรอดได้เช่นกัน

อริญญา กล่าวเสริมว่า Lifelong Learning เป็นการ Upskill อย่างต่อเนื่อง ต้องเกิดจาก Mindset ของตนเองเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องพัฒนาเรียนรู้ตลอดเวลา อาทิ ลองเรียนรู้ทุกวัน เพียง 8 นาที แล้วต้องเอาสิ่งนั้นมา Apply เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ

เมื่อเรารับรู้เกี่ยวกับ NEW WORKFORCE 2021 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้นองค์กรต้องให้ความสนใจ เพื่อยกระดับศักยภาพคนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมทั้งติดตั้งวิธีคิดแบบ “Lifelong Learning Mindset” เพื่อให้คนเกิดการเรียนรู้บนบริบทของ New Skillset จนเกิดการขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิธีคิด และการบริหารแบบใหม่ ส่งผลให้เกิดผลเชิงบวกต่อศักยภาพองค์กรให้สามารถฝ่าฟันสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่แน่นอนของโลกแห่งความไม่แน่นอนได้

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp