6,693
VIEWS

3 เรื่องที่แบรนด์ต้องทำ หากต้องการจะไปได้สวยในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

Jan 04, 2021 R.Somboon

เซเว่น อีเลฟเว่น ในเมืองไทยมีจำนวนสาขากว่า 12,500 สาขา มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อสาขาอยู่ที่ประมาณ 1,259 คนต่อวันต่อสาขา หมายความว่า ใน 1 วันมีลูกค้าใช้บริการทั่วประเทศถึงกว่า 14 ล้านคน ถือเป็นร้านค้าปลีกที่มีฐานลูกค้าต่อวันมากที่สุดในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้

การมีตัวเลขลูกค้าในมือกว่าวันละ 14 ล้านคน ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น ไม่เพียงแค่เป็นช่องทางขายสินค้าเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ยังเป็นเน็ตเวิร์คทางการตลาดที่ทรงพลัง ทำให้แบรนด์สินค้าหลายแบรนด์เข้ามาใช้ช่องทางนี้ในการทำตลาดทั้งการออกสินค้าใหม่ การทำโปรโมชั่นเฉพาะช่องทาง รวมถึงการเลือกวางสินค้าที่ระบุจำนวนสาขา หรือโลเกชั่น เพื่อที่ จะโฟกัสไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรงแบบไม่เหวี่ยงแห เพราะเซเว่น อีเลฟเว่น ในวันนี้ มีการวางกลยุทธ์ในการทำตลาดแบบลงลึกไปในแต่ละสาขาได้ไม่อยากเย็นนัก

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น  ไม่ได้ทำกำไรแค่จากเรื่องของยอดขายเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยเพิ่มส่วนต่างของกำไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่ากระจายสินค้า ค่าโปรโมชั่น ค่าหัวเชลฟ์ หรือการจัดรายการต่างๆ โดยใช้หลักการที่แทบจะไม่แตกต่างกับสิ่งที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตทำ โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ “สเปซ แมเนจเม้นต์” เข้ามาช่วยบริหารพื้นที่ขายในร้าน เพราะด้วยขนาดพื้นที่ขายที่มีไม่มากนัก เฉลี่ยประมาณ 200 – 400 ตารางเมตร ทำให้ไม่สามารถที่จะวางสินค้า การนำสินค้าเข้าไปวางขายบนเชลฟ์ จึงต้องเป็นสินค้าที่มีความต้องการจริงๆ

 

ครั้งหนึ่ง เซเว่น อีเลฟเว่น เคยใช้เครื่องมืออย่างการเป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ ที่มีสินค้าแบรนด์เดียววางขายในร้าน ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ก็จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่ม เป็นค่าเสียโอกาสในการขายสินค้าแบรนด์อื่น ทำให้เจ้าของสินค้าต้องยอมจ่ายเพื่อแลกกับการเป็นแบรนด์เดียวที่ขายในเซเว่น แม้ปัจจุบัน จะเห็นรูปแบบดังกล่าวน้อยลง แต่ก็ยังมีสินค้าบางตัวที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ อย่างถ่านไฟฉายพานาโซนิค เป็นต้น

แม้จะมีต้นทุนในการเข้าไปวางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพิ่มขึ้น แต่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ก็ยังเป็นช่องทางการขายที่สำคัญ เพราะด้วยจำนวนสาขาที่ทะลุหมื่นสาขาไปแล้ว ทำให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กลายเป็นเน็ตเวิร์คที่สำคัญไม่ใช่แค่ช่องทางขายเท่านั้น แต่ยังเป็นเน็ตเวิร์คทางการตลาดที่เข้ามาช่วยในหลายๆ ด้าน

อย่างการเป็นช่องทางในการเทสต์สินค้าก่อนวางตลาดจริง การใช้เป็นช่องทางในการทำแคมเปญโปรโมชั่นที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเป็นช่องทางขายที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับสินค้าแบรนด์เล็กๆ เป็นต้น

ทีนี้ลองมาดูกันว่า การนำสินค้าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง ถึงจะสามารถให้สินค้าวางขายในร้านอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะด้วยเหตุผลของการเป็นร้านขนาดเล็กที่มีพื้นที่ขายไม่มากนัก ทำให้สินค้าที่ขายไม่ดีจะถูกถอดออกไปจากเชลฟ์หรือตู้แช่ เนื่องจากเซเว่น อีเลฟเว่น มีสินค้าใหม่ๆ ที่จ่อคิวเข้ามาวางขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าของแบรนด์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีสินค้าของเอสเอ็มอีเข้ามาวางขายในร้านเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะเข้ามาทำหน้าที่ในการผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ให้กับเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเซเว่น อีเลฟเว่น แบ่งสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของตัวเองออกเป็น

 

1.Seven Select หมายถึง ร้านเซเว่น ได้คัดสรรสินค้ามาให้ผู้บริโภคแล้ว ซึ่งเป็นสินค้าที่เซเว่น ไม่ได้ผลิตเองแต่เป็นสินค้าของเอสเอ็มอี

2.Seven Fresh เป็นสินค้าที่เซเว่น ต้องการนำเสนอถึงความสดใหม่ เช่น เบเกอรี่ ขนมปัง ผลไม้ ฯลฯ ซึ่งแม้สินค้าประเภทนี้ส่วนหนึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มซีพีที่มีซีพีแรม เป็นผู้ผลิต แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นของบริษัทอื่นๆ ทั้งที่เป็นเอสเอ็มอี และผู้ค้ารายใหญ่

3.Only at Seven คือสินค้าของเอสเอ็มอีทั้งรายเล็กรายกลาง ที่เซเว่น ได้ร่วมคิดค้น พัฒนาสินค้าชิ้นนั้นขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น ต้องขอสงวนสิทธิ์ขายสินค้าชิ้นนั้นๆ เฉพาะในเซเว่นเท่านั้น ด้วยจำนวนสาขาที่มีมากกว่า 10,000 สาขา

ขณะที่จำนวนซัพพลายเออร์ที่มีสินค้าวางจำหน่ายอยู่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่จัดเป็นกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปัจจุบันมีประมาณ 50%  หรือราว 2 พันราย จากจำนวนซัพพลายเออร์ทั้งหมดกว่า 4 พันราย  และมีจำนวนสินค้าจากผู้ประ กอบการกลุ่มนี้มากกว่า 25,000 รายการ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ขายดีจะเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รวมทั้งผลิต ภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตรต่างๆ ซึ่งหากเอสเอ็มอีนำสินค้าเข้ามาวางขายก็จะเป็นการทำธุรกิจที่ Win-Win ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะจะทำให้เอสเอ็มอี มีช่องทางการกระจายสินค้าได้มากขึ้น ส่วนเซเว่นเองก็จะมีสินค้าที่ Differentiate เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ซัพพลายเออร์เจ้าของแบรนด์รายใหญ่เอง ก็ต้องให้ความสำคัญกับช่องทางขายที่ทรงพลังนี้ จึงต้องมีการบาลานซ์ให้ดี เพื่อที่จะทำให้สินค้าของตัวเองยังสามารถเติบโตได้ดีในการขายผ่านช่องทางเซเว่น อีเลฟเว่น ไล่ตั้งแต่

1.การทำให้แบรนด์ยังคงเป็นที่ต้องการของลูกค้า ผ่านการสร้างแบรนด์ที่รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรม และสินค้าที่แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นในเรื่องนี้ก็คือขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ที่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่เพียงแต่จะแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ แต่ยังมีคู่แข่งขันที่สำคัญคือเลอแปงจากค่ายซีพีแรม การเป็นแบรนด์ในเครือซีพีด้วยกัน ทำให้ไม่เพียงที่จะได้พื้นที่บนเชลฟ์ในระดับหัวเชลฟ์เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินที่พนักงานพร้อมจะแนะนำและกระตุ้นการซื้อในกรณีที่มีสินค้าออกใหม่มาวางตลาด

แม้ฟาร์มเฮ้าส์จะโดนเบียดพื้นที่บนเชลฟ์ไปวางด้านหลังที่ไม่ใช่อยู่บนพื้นที่สายตาของลูกค้า แต่ด้วยแบรนด์ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า ทำให้ขนมปังบางเอสเคยูของฟาร์เฮ้าส์ยังคงขายได้ดี เป็นต้น

2.มีการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของเทรด มาร์เก็ตติ้งของซัพพลายเออร์แต่ละรายว่าจะมีการพูดคุย หรือร่วมมือในการจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่นอย่างไร โดยการตลาด ณ จุดขาย จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ

 

ในปัจจุบันการตลาด ณ จุดขาย หรือการทำ Field Marketing  มีบริษัทที่ทำด้านนี้หลายราย อาทิ บริษัท ดีเคเอสเอช สมอลลาน ฟิลด์ มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำในเรื่องของ Field Marketing โดยตรง เป็นการตอบโจทย์การให้บริการที่ครอบ คลุมไม่เพียงแค่การผลักดันสินค้าเข้าสู่ช่องทางขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นการซื้อ ณ จุดขายอีกด้วย โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว DKSH ร่วมทุนกับ “Smollan” บริษัทผู้ทำการตลาดภาคสนาม จัดตั้งบริษัท “DKSH Smollan Field Marketing” (DSFM) เพื่อให้บริการการตลาดภาคสนามให้กับลูกค้าของ DKSH

ผู้เล่นรายนี้ เป็นรายแรกๆ ที่เข้าไปทำในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น โดยร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เข้าไปทำในปัจจุบันจะมีตัวเลขครอบคลุมเกือบครบ 100% ของสาขาที่มีอยู่ รูปแบบของการทำนั้น นอกจากจะเข้าไปดูสินค้าบนเชลฟ์แล้ว ยังมีการจัดมุมสินค้าที่สามารถมองเห็น และเลือกหยิบได้ง่าย อาทิ ตัวกล่องโฟมแช่เครื่องดื่มที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน ซึ่งเป็นตัวช่วยกระตุ้นการซื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงของการทำโปรโมชั่นที่จะมีการร่วมมือกับทางเซเว่น อีเลฟเว่น ในการทำ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่า การทำในเรื่องดังกล่าวจะต้องมีต้นทุนในการขายมากขึ้น ยกตัวอย่างก็คือ หากเราขายสินค้าประเภทขนม ราคาส่ง 15 บาท ขายหน้าร้านอยู่ที่ 25 ทำให้มี Gap 10 ให้กับทางเซเว่น อีเลฟเว่น ได้กำไรจากสินค้าตัวนี้ แต่ถ้ามีการร่วมราย การโปรโมชั่นสแตมป์กับทางเซเว่น อีเลฟเว่น ถ้าเสนอให้ทางเซเว่น อีเลฟเว่น 3 ดวงต่อห่อ หมายความว่าต้นทุนสินค้าต้องต่ำกว่า 10 บาท เพราะต้องให้ราคาส่งอยู่ที่ 12 บาท หลัง Compensate แล้ว

ทีนี้ ถ้าไม่เล่นโปรโมชั่นหรือทำมาร์เก็ตติ้งกับเซเว่น อีเลฟเว่น ยอดขายอาจไม่เดิน  ซึ่งอาจคัดสินค้าคุณออกเนื่องจาก Performance ไม่ดี ยิ่งมีสินค้าที่ต่อคิวเข้ามาวางขายในเซเว่น อีเลฟเว่น มากมาย ก็ยิ่งแทบจะไม่มีทางเลือก ซึ่งในกรณีของแบรนด์ใหญ่ หรือซัพพลายเออร์รายใหญ่ อาจจะไม่กระทบมากนัก เพราะมองเรื่องนี้เป็นต้นทุนการขายอยู่แล้ว แต่สำหรับแบรนด์เล็กๆ ต้องมีการคำนวณให้ดี รวมถึงการมองผลได้ผลเสียที่จะตามมาด้วย

3.สินค้าถ้าไม่ใช้เอแบรนด์ หรือแบรนด์อันดับต้นๆ ในตลาดจริงๆ ก็ต้องโดดเด่นแบบสุดสุด

แม้เซเว่น อีเลฟเว่น จะให้ความสำคัญกับสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ แต่ก็ยังแตกต่างจากไฮเปอร์มาร์เก็ตตรงที่สินค้าส่วนใหญ่ที่ทำมักจะส่งผลกระทบกับแบรนด์ใหญ่ที่มีอยู่ในร้านไม่มากนัก เพราะที่มีอยู่จะส่วนมากจะเป็นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ที่เป็นแกนหลักของร้าน ซึ่งด้านบวกของการมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่นก็คือ การเป็นช่องทางที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเอสเอ็มอีในบ้านเรา โดยเซเว่น อีเลฟเว่นจะมีทีมงานจัดหาสินค้าที่เข้าไปหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อวางแผนในการทำตลาดร่วมกัน

ข้อดีอย่างหนึ่งของการจับมือกับเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อเข้าไปเป็นสินค้าที่วางขายเฉพาะในร้านของเซเว่น อีเลฟเว่น หรือ “Only At 7 – Eleven” แม้จะมีต้นทุนในการขายเพิ่มขึ้น แต่หากมีการทำการตลาดที่สามารถสร้างกระแสให้แบรนด์ได้ดี ก็จะสามารถทำให้สินค้าติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว เพราะเครือข่ายของเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมจะผลักดันสินค้า หากตลาดมีความต้องการ

แนวทางนี้ถือเป็นเทรนด์การทำตลาดของผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอี หรือบรรดาฟู้ดสตาร์ทอัพทั้งหลายที่มีไอเดีย และนวัตกรรมที่ดีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และพร้อมที่จะเข้าไปจับมือร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อเข้ามาเสริมจุดอ่อนในเรื่องของการมีงบการตลาดไม่มากนัก เพียงแต่พร้อมที่จะยอมมีต้นทุนในการขายเพิ่มขึ้น

เป็นอีกวิธีการที่จะทำให้แบรนด์เล็กๆ สามารถใช้ช่องทางขายผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ...

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp