18,330
VIEWS

อภิรักษ์ โกษะโยธิน ทำธุรกิจแบบมองเทรนด์โลกมุ่งสู่ตลาด Plant Based

Dec 24, 2020 P.Sininat

“ผมเปลี่ยนมาแล้วหลายบทบาท ทั้งเป็นคนก่อตั้งปั้นให้หลายอย่างประสบความสำเร็จ การทำงานบริษัทใหญ่ให้ประสบการณ์แต่การทำธุรกิจแบบ SME ทำให้ตัดสินใจเร็ว”

อภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ วี คอร์น และวี ฟาร์ม กล่าวถึงประสบการณ์ความแตกต่างในการทำงานที่สั่งสมมา กว่า 20 ปี ในแวดวงของธุรกิจ ย้อนไป 6-7  ปีก่อน ชื่อของแบรนด์ วี คอร์น หลายคนคงคุ้นตากันในรูปแบบข้าวโพดฝักและข้าวโพดตัด 3 ท่อน ที่มีขายในเซเว่น อีเลฟเว่น ตอนนั้นคือเป็นการเปิดตลาดทำให้ข้าวโพดธรรมดาเดินทางสู่ธุรกิจร้อยล้านโดยรายได้รวมของบริษัทในปีนี้อยู่ที่ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นข้าวโพดทั้งในรูปแบบถ้วย /ฝัก / ตัด 3 ท่อน มีสัดส่วนรายได้กว่า 60% น้ำนมข้าวโพด 20% และอื่นๆ

 

แค่แม่น้ำสายเดียวคงไม่พอ เดิม วี คอร์น เอง เป็นสินค้าที่ถือว่าเปิดตลาดสู่สินค้าสุขภาพ ทำให้เชื่อในศักยภาพของเทรนด์สุขภาพว่าสามารถโตได้อย่างยั่งยืน ตอนนี้ วี คอร์นได้ผ่านการรีแบรนดิ้งเป็น วี ฟาร์ม และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในบริษัท วี ฟู้ดส์ จะจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อ วี ฟาร์ม เมื่อธุรกิจกำลังเติบโตการขยายไลน์สินค้าคือสิ่งที่จำเป็น วันที่แค่ข้าวโพดคงไม่พอ อภิรักษ์ มองเห็นเทรนด์ของอาหารแบบ Plant Based สินค้าโปรตีนจากพืช (Plant Based Protein) เป็นกระแสที่กำลังเติบโตอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาที่เป็นตัวแปรให้ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน กลุ่มที่บริโภคมังสวิรัติ ผู้สูงอายุ วัยรุ่น ให้ความสนใจและเลือกรับประทานอาหารประเภทนี้กันเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและการสรรหากระบวนการผลิตอาหารที่มีความยั่งยืน  แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ยังขาดคือช่องทางในการเลือกซื้อที่อาจยังมีจำนวนไม่มากนัก รวมถึงรูปแบบและประเภทของอาหารที่คนส่วนใหญ่ยังติดภาพว่าอาหารเพื่อสุขภาพต้องมีปรุงแต่งน้อย หรือไม่จัดจ้านจนเกินไป แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ลาบทอดที่ได้ร่วมกับมอร์มีทในครั้งนี้จะสร้างมิติใหม่ให้กับอาหารแพลนท์เบสที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ความสุขของผู้บริโภคอาหารประเภทนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการได้รับประทานเมนูที่คุ้นเคยและเป็นขวัญใจของหลายๆ บ้าน และทำให้ผู้ที่ซื้อสินค้าสามารถรับประทานอาหารแพลนท์เบสได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการปรุงอาหารหลายขั้นตอน

 

วี ฟาร์มได้มีการทร่วมลงทุนกับฟู้ดเทคสตาร์ทอัพอย่าง มอร์มีท เป็นสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่สำหรับในปี 2564 วี ฟู้ดส์ คาดการว่าจะสามารถเติบโตในตลาดอาหารแพลนท์เบสได้กว่า 25-30 %  ด้วยการพัฒนาการวิจัย นำนวัตกรรม รวมทั้งหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมทั้งเน้นการผลิตอาหารที่มีฟังก์ชั่น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของไทย โดยการร่วมลงทุนกับมอร์มีทในครั้งนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่รักสุขภาพมากยิ่งขึ้น

 

ส่วนปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลือกมอร์มีทมาร่วมงานในครั้งนี้ เนื่องจากเราเห็นว่ามอร์มีทเป็นสตาร์ทอัพที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ในการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพในทิศทางเดียวกับเราโดยเฉพาะในการเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ต่างจังหวัดให้มีรายได้จากการใช้เห็ดแครงเข้ามาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตโปรตีนจากพืช ซึ่งบริษัท วี ฟู้ดส์ ได้ดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหวานแบบ Contract Farming เพื่อใช้ในการผลิตข้าวโพดหวานพร้อมทาน และน้ำนมข้าวโพดที่จำเป็น ต้องใช้ข้าวโพดจำนวนมาก เราได้เข้าไปส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรในต่างจังหวัดให้เขามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผลิต ภัณฑ์ของเราจึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อคนสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความยั่งยืนและขับ เคลื่อนระบบเศรษฐกิจไปพร้อมกับการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยภายใต้แนวคิด “อร่อยสุขภาพดี ไปด้วยกัน” อภิรักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.