“กรุงศรี ออโต้” เชิญ 2 กูรูการตลาด แนะ “5 หมัดเด็ดธุรกิจ” มัดใจลูกค้ารถยนต์มือสอง

Dec 21, 2020 -None-

รถยนต์มือสองยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับต้นๆ ของผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย เห็นได้จากลักษณะเส้นกราฟความสนใจของคนไทยที่ค้นหาคำว่ารถยนต์มือสองบน Google มีการฟื้นตัวในไตรมาส 2 และกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับช่วงก่อนล็อคดาวน์ตลอดครึ่งปีหลัง สัญญาณบวกนี้จึงนับเป็นโอกาส ที่ผู้ประกอบการรถยนต์มือสองทุกคนต้องรีบคว้าไว้ ไม่ใช่เพียงเพื่ออยู่รอดแต่ยังต้องสามารถนำมาต่อยอดธุรกิจ เตรียมพร้อมเพื่อตั้งรับ และเอาชนะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

 

กรุงศรี ออโต้ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นอยู่เคียงข้างพันธมิตรในทุกสถานการณ์ นำโดย กฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรถยนต์มือสองทั่วประเทศกว่า 100 ราย ภายใต้ธีม “Krungsri Used Car Togeter, We Win” พร้อมเดินหน้าติดอาวุธทางธุรกิจ โดยเชิญ 2 กูรูการตลาดชื่อดัง สโรจ เลาหศิริ Chief Marketing Officer และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Rabbit Digital Group จำกัด และ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท RGB72 จำกัด ร่วมบรรยายในหัวข้อ หมัดเด็ดธุรกิจ ทุกวิกฤตมีโอกาส เพื่อเปิดมุมมองด้านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและตลาดรถยนต์มือสองยุค Now Normal พร้อมแนะแนวทางปรับตัวธุรกิจจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ ให้เครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการรถยนต์มือสองของกรุงศรี ออโต้ นำไปปรับใช้ทำการตลาดและมัดใจลูกค้าคนสำคัญ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ 5 ข้อ ดังนี้

1. ลงทุนด้านออนไลน์และพัฒนาฐานข้อมูล: อย่าตระหนกหากพบว่า ลูกค้ามาดูรถน้อย เพราะวิกฤตนี้ชี้ให้เห็นแล้วว่า โอกาสในการสร้างการรับรู้และตัวตนของธุรกิจสามารถทำได้จากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดออนไลน์ที่กำลังเติบโตโดดเด่น เห็นได้จากมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยในปีนี้ที่คาดว่าอาจสูงขึ้นถึง 35% จากปีก่อนหน้าจุดใดที่ลูกค้าจะติดต่อกับธุรกิจเราได้ต่างหาก คือสิ่งที่เจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญ เช่น การเร่งสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจบนโลกออนไลน์ และการผลักดันให้เว็บไซต์อยู่หน้าแรกของการค้นหา สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ขณะที่การวางแผนเก็บข้อมูลลูกค้าเชิงลึกอย่างเป็นระบบไปพร้อมๆ กัน เช่น พฤติกรรมการใช้รถ งบประมาณ สิ่งที่ต้องการหรือเป็นกังวล จะช่วยให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในอนาคตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

2. เน้นสื่อสารที่ประโยชน์ใช้สอย: เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ความจำเป็นมากกว่าการตามหา #ของมันต้องมี เจ้าของธุรกิจจึงควรใช้โอกาสนี้ในการปรับกลยุทธ์การสื่อสาร เน้นการตลาดแบบอิงเหตุผล ประโยชน์ใช้สอย หรือความคงทน เพื่อสร้างคุณค่า (Value) ให้ลูกค้ารู้สึกว่าทำไมรถมือสองคันนี้ถึงมีความจำเป็นต่อชีวิตและจิตใจของพวกเขาโดยอาจจะจูงใจด้วยเหตุผลด้านความสะดวกและสุขภาพอนามัย เช่น การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรค ความคุ้มค่าเรื่องราคา และโอกาสในการนำรถยนต์มาประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้เสริมในอนาคต เป็นต้น

 

3. ใช้ภาพถ่ายกระตุ้นยอดขาย เนื้อหาไม่ยัดเยียดขายของ: คนไทยเกินครึ่งมีพฤติกรรมใช้รูปภาพในการค้นหาข้อมูล (Image Recognition) ติดอันดับ 5 ของโลก ดังนั้น การใช้รูปภาพที่มีรายละเอียดและความคมชัดสูง จะช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหารุ่นรถเจอได้โดยง่าย และสามารถซูมภาพเพื่อดูรายละเอียดของรถได้ นอกจากนี้ การนำเสนอเนื้อหาควรมีหลากหลายรูปแบบและไม่ควรขายตรงจนเกินไป อาจเน้นการสร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สึกอยากเป็นเจ้าของรถมากขึ้น หรือนำเสนอข้อมูลที่จะช่วยแก้ปัญหาของลูกค้า เช่น วิธีการดูรถยนต์มือสองอย่างมืออาชีพ เพื่อแสดงถึงความจริงใจและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในยุคที่มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก

 

4. รักษาฐานลูกค้า เชื่อมต่อทุกช่องทางบริการ: การตลาดในยุคที่ลูกค้ามาไวไปไว การพัฒนางานขายและการบริการลูกค้าสัมพันธ์จำเป็นต้องทำอย่างบูรณาการในทุกช่องทาง นอกจากนี้ ยังต้องเร่งพัฒนาไหวพริบและความสามารถของคนในองค์กร เพื่อให้สามารถปรับตัวอย่างเท่าทันและไม่พลาดโอกาสในการปิดการขายในเวลาที่ใช่และเหมาะสม เช่น พนักงานขายผ่านโทรศัพท์ต้องสามารถบอกข้อมูลที่พูดคุยกับลูกค้าครั้งล่าสุด หรือสามารถประสานงานให้ผู้ที่รับเรื่องคนเดียวกันตอบข้อซักถามและติดต่อเพื่อแนะนำรุ่นรถได้อย่างทันท่วงที บริการที่ไร้รอยต่อเช่นนี้จะช่วยสร้างความประทับใจ ทำให้ลูกค้าสบายใจที่จะสอบถามมากขึ้น และมีแนวโน้มสูงที่จะตัดสินใจซื้อในที่สุด

 

5. ไม่ติดกรอบ ทดลองเครื่องมือใหม่ๆ: ผู้บริโภคเริ่มเปิดรับสื่อหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เจ้าของกิจการควรศึกษาและติดตามเทรนด์การสื่อสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่าง TikTok for Business อีกแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วยคลิปวิดีโอสั้นๆ สนุกสนาน และแชร์ต่อได้ง่าย ซึ่งในขณะนี้ยังมีผู้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับรถมือสองไม่มากนัก จึงนับเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่น่าสนใจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และสร้างเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจได้

1. ลงทุนด้านออนไลน์และพัฒนาฐานข้อมูล: อย่าตระหนกหากพบว่า ลูกค้ามาดูรถน้อย เพราะวิกฤตนี้ชี้ให้เห็นแล้วว่า โอกาสในการสร้างการรับรู้และตัวตนของธุรกิจสามารถทำได้จากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดออนไลน์ที่กำลังเติบโตโดดเด่น เห็นได้จากมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยในปีนี้ที่คาดว่าอาจสูงขึ้นถึง 35% จากปีก่อนหน้าจุดใดที่ลูกค้าจะติดต่อกับธุรกิจเราได้ต่างหาก คือสิ่งที่เจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญ เช่น การเร่งสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจบนโลกออนไลน์ และการผลักดันให้เว็บไซต์อยู่หน้าแรกของการค้นหา สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ขณะที่การวางแผนเก็บข้อมูลลูกค้าเชิงลึกอย่างเป็นระบบไปพร้อมๆ กัน เช่น พฤติกรรมการใช้รถ งบประมาณ สิ่งที่ต้องการหรือเป็นกังวล จะช่วยให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในอนาคตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

2. เน้นสื่อสารที่ประโยชน์ใช้สอย: เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ความจำเป็นมากกว่าการตามหา #ของมันต้องมี เจ้าของธุรกิจจึงควรใช้โอกาสนี้ในการปรับกลยุทธ์การสื่อสาร เน้นการตลาดแบบอิงเหตุผล ประโยชน์ใช้สอย หรือความคงทน เพื่อสร้างคุณค่า (Value) ให้ลูกค้ารู้สึกว่าทำไมรถมือสองคันนี้ถึงมีความจำเป็นต่อชีวิตและจิตใจของพวกเขาโดยอาจจะจูงใจด้วยเหตุผลด้านความสะดวกและสุขภาพอนามัย เช่น การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรค ความคุ้มค่าเรื่องราคา และโอกาสในการนำรถยนต์มาประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้เสริมในอนาคต เป็นต้น

 

3. ใช้ภาพถ่ายกระตุ้นยอดขาย เนื้อหาไม่ยัดเยียดขายของ: คนไทยเกินครึ่งมีพฤติกรรมใช้รูปภาพในการค้นหาข้อมูล (Image Recognition) ติดอันดับ 5 ของโลก ดังนั้น การใช้รูปภาพที่มีรายละเอียดและความคมชัดสูง จะช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหารุ่นรถเจอได้โดยง่าย และสามารถซูมภาพเพื่อดูรายละเอียดของรถได้ นอกจากนี้ การนำเสนอเนื้อหาควรมีหลากหลายรูปแบบและไม่ควรขายตรงจนเกินไป อาจเน้นการสร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สึกอยากเป็นเจ้าของรถมากขึ้น หรือนำเสนอข้อมูลที่จะช่วยแก้ปัญหาของลูกค้า เช่น วิธีการดูรถยนต์มือสองอย่างมืออาชีพ เพื่อแสดงถึงความจริงใจและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในยุคที่มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก

 

4. รักษาฐานลูกค้า เชื่อมต่อทุกช่องทางบริการ: การตลาดในยุคที่ลูกค้ามาไวไปไว การพัฒนางานขายและการบริการลูกค้าสัมพันธ์จำเป็นต้องทำอย่างบูรณาการในทุกช่องทาง นอกจากนี้ ยังต้องเร่งพัฒนาไหวพริบและความสามารถของคนในองค์กร เพื่อให้สามารถปรับตัวอย่างเท่าทันและไม่พลาดโอกาสในการปิดการขายในเวลาที่ใช่และเหมาะสม เช่น พนักงานขายผ่านโทรศัพท์ต้องสามารถบอกข้อมูลที่พูดคุยกับลูกค้าครั้งล่าสุด หรือสามารถประสานงานให้ผู้ที่รับเรื่องคนเดียวกันตอบข้อซักถามและติดต่อเพื่อแนะนำรุ่นรถได้อย่างทันท่วงที บริการที่ไร้รอยต่อเช่นนี้จะช่วยสร้างความประทับใจ ทำให้ลูกค้าสบายใจที่จะสอบถามมากขึ้น และมีแนวโน้มสูงที่จะตัดสินใจซื้อในที่สุด

 

5. ไม่ติดกรอบ ทดลองเครื่องมือใหม่ๆ: ผู้บริโภคเริ่มเปิดรับสื่อหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เจ้าของกิจการควรศึกษาและติดตามเทรนด์การสื่อสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่าง TikTok for Business อีกแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วยคลิปวิดีโอสั้นๆ สนุกสนาน และแชร์ต่อได้ง่าย ซึ่งในขณะนี้ยังมีผู้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับรถมือสองไม่มากนัก จึงนับเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่น่าสนใจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และสร้างเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจได้

ในช่วงท้ายของการเสวนา ทั้ง 2 กูรู ได้แบ่งปันมุมมองอย่างเห็นภาพว่า ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนไปภายในข้ามคืน และมีปัจจัยแวดล้อมภายนอกมากมายที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ความเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเตรียมความพร้อม ทัศนคติที่พร้อมเรียนรู้ และการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาของผู้ประกอบการรถยนต์มือสองเอง จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาธุรกิจให้รอดพ้นและสามารถคว้าโอกาสไว้ได้อย่างทันท่วงที แม้ในยามที่ต้องพบกับวิกฤตที่ไม่คาดเดา

 

กิจกรรมสัมนาเชิงลึกในหัวข้อ หมัดเด็ดธุรกิจ ทุกวิกฤต ภายใต้ธีม “Krungsri Used Car Togeter, We Win” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่กรุงศรี ออโต้ มุ่งสร้างสรรค์เสมอมาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้กับเครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการรถยนต์มือสองให้มีความพร้อมในการตั้งรับและปรับตัวทางธุรกิจอย่างเท่าทันต่อทุกความเปลี่ยนแปลง เพื่อโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจอย่างมั่นคง

สัมมนา

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.