13,977
VIEWS

GC Circular Living Symposium 2020 Tomorrow Together สู่การปฏิบัติ ร่วมมือกันเพื่อพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน

Dec 03, 2020 -None-

“Tomorrow Together” คือแนวคิดหลักของงาน GC Circular Living Symposium 2020 ซึ่ง GC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต จับมือกับพันธมิตรจังานประชุมระดับโลกขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ชูแนวคิด Circular in Action จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง  ตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ พลิกวิกฤตสู่โอกาสในการปฏิวัติการใช้ทรัพยากรโลกอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน  

“เรื่อง Circular Economy จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน มีปัจจัย 4 ข้อ คือ หนึ่ง ต้องมีผู้นำทางความคิด ซึ่งในครั้งนี้เรามีผู้นำทางความคิดในทุกระดับจากหลากหลายธุรกิจกว่า 40 องค์กรเข้าร่วมในงาน สอง นวัตกรรมทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และวิธีการทำงาน สาม เรื่องของ Business Model การทำเรื่องนี้จะทำแค่เป็น CSR ไม่ได้ ต้องทำให้กลายเป็นธุรกิจให้ได้ สุดท้ายคือ Ecosystem ที่พร้อมจะทำให้แนวคิด Circular Economy เกิดประสิทธิภาพ” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวถึงงานในครั้งนี้

ภายในงาน GC Circular Living Symposium 2020 ถูกจำลองให้เป็น Circular City เมืองจำลองที่เปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองใช้ชีวิตในแบบ GC Circular Living ซึ่งเชื่อมโยงกันแบบครบ Loop แบ่งเป็นโซนสำคัญ 7 โซน ได้แก่ Circular Landmark จุดเริ่มต้นเข้างานเพื่อไปยังส่วนสำคัญอื่นๆ Circular Market รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ Upcycling ที่มีดีทั้งคุณภาพและดีไซน์ที่โดดเด่น Plastic for Better Living นำเสนอผลิตภัณฑ์จากเคมีภัณฑ์ที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของผู้คนดีขึ้น Waste Station จุดเด่นอยู่ที่ “YOU เทิร์น” Waste Management Platform ของ GC ที่เชื่อมต่อทั้งระบบ สร้าง Loop Connecting ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในประเทศไทย Recycing Garden ให้ความรู้เรื่อง Chemical Recycling รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับ ENVICCO โรงงานผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกรีไซเคิลของ GC ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จังหวัดระยอง Upcycling Gallery เปิดประสบการณ์ Upcycling ด้วย Trashpresso โรงงานอัพไซเคิลเคลื่อนที่แห่งแรกของไทย ซึ่ง GC จับมือกับ Miniwiz ผู้นำระดับโลกด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าจากไต้หวัน โดยให้ผู้เข้าชมงานสามารถอัพไซเคิลของที่ระลึกได้เองง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนฝาพลาสติกที่ใช้แล้ว Bio Town เมืองแห่งนวัตกรรม ทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย Bioplastics ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติและสลายตัวได้ทางชีวภาพ รวมถึงให้ความรู้เรื่องของ Biofuel และ Biochemicals

วิสัยทัศน์ 4 องค์กรยั่งยืนบนเวทีโลก

สำหรับในส่วนของ Symposium ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การพูดคุยของ 4 ผู้นำองค์กรอย่าง ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะมาแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนในเวทีโลก ในหัวข้อ “Leaders on Sustainability in Action”

โดย คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มองว่าเรื่องของ Sustainability ธนาคารมีบทบาทอยู่ 2 บทบาท คือ ดำเนินธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งแปลว่าจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การทำลายสิ่งแวดล้อม ดูแลพนักงานหรือชุมชนที่ตั้งอยู่ อีกบทบาทหนึ่ง คือ การอนุมัติสินเชื่อให้เงินลงทุนซึ่งเคแบงก์เป็นต้นทางที่จะหยุดยั้งหรือไม่สนับสนุนธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็พร้อมสนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินไปในลักษณะที่เป็นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น 

“เรากำลัง Trade Off ระหว่าง Short Term Pain กับ Long Term Gain ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น นักลงทุนต่างๆ จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้ การสื่อสารอย่างต่อเนื่องและชัดเจนว่า Sustainability เป็นหนึ่งใน Purple ของเคแบงก์ จะดึงนักลงทุนและคนที่สนใจทำงานกับเราให้มาร่วมกันกับเราด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน”

คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรื่อง Sustainability หรือ Circular Economy ถือเป็น License to Operate เพราะไทยยูเนี่ยนอยู่ในธุรกิจอาหารทะเล ซึ่งใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติและเป็นบริษัทที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก เป็นแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อย สิ่งสำคัญ คือรายได้ 90% ของไทยยูเนี่ยนมาจากต่างประเทศ และ 70% ของรายได้นั้นมาจากฝั่งอเมริกาและยุโรป ซึ่งที่ผ่านมามักมองไทยว่าใช้แรงงานและทำการประมงอย่างไม่ถูกกฎหมาย

“เรื่อง Sustainability เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทำเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาเราจึงใช้เวลาเพื่อเรียนรู้เรื่องเหล่านี้และทำงานอย่างใกล้ชิดกับ NGO เพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เรื่องหลักที่เราให้ความสนใจคือสร้างความมั่นใจว่าทรัพยากรธรรมชาติที่เราใช้จะเกิดความยั่งยืนและมีความอุดมสมบูรณ์ไปถึงลูกหลานในอนาคต เรื่องแรงงานต้องทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเราใช้แรงงานถูกต้องตามกฎหมาย ดูแลพนักงานทุกคนให้มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตัวเอง และเรื่องที่เราเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือเรื่องของ Climate Change เราต้องการเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรมอาหารทะเลในระดับโลก รวมถึงเป็นบริษัทที่ดูแลทรัพยากรและแรงงานต่างๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต”

ในฐานะของ Total Beverage Company คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มองว่า ไทยเบฟ เป็น Stable & Sustainable Asean Leader ซึ่งมี Mission ที่เรียบง่าย คือ การสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่ามาจากการเติบโต คือ Creating and Sharing Value of Growth ซึ่งแม้จะมองเป็นเรื่องของความคิดความอ่านแบบกว้างๆ แต่ที่ผ่านมาไทยเบฟได้ปฏิบัติ เรียนรู้ และเชื่อมโยงกับพันธมิตรทุกภาคส่วน สิ่งที่ยากในการทำเรื่อง Sustainability หรือ Circular Living คือมีไอเดีย มองเห็นปัญหา แต่ไม่สามารถรวมกำลังทำได้ทุกเรื่องอย่างครบวงจร 

“เราคิดออกและมองได้แบบภาพใหญ่ หรือแบบ Micro แต่สำคัญคือถ้าเราไม่สามารถรวมกำลังกันครบ ก็จะทำเรื่องนี้ได้อย่างกระท่อนกระแท่นขาดช่วงไปบ้าง แต่การได้มาร่วมงานในครั้งนี้ทำให้เห็นว่ามีความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนไม่ใช่แค่เรา 4 องค์กร แต่ยังมีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ชุมชน เพื่อให้เรื่องนี้สามารถเดินหน้าต่ออย่างสมบูรณ์ขึ้น

ดร.คงกระพัน ปิดท้ายว่า “GC เรามี Motto ว่า Chemistry for Better Living กล่าวคือเคมีภัณฑ์ช่วยให้ความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ อนามัย ความสะดวกสบาย แต่ความหมายแฝงของคำว่า เคมี คือ ความร่วมมือกันกับอีกหลายภาคส่วนเพื่อให้เกิด Better Living โดยความท้าทายของการทำเรื่อง Circular Economy คือ การทำให้เรื่องของ Scale และ Scope ขยายไปให้กว้างมากที่สุด

“วันนี้เป็นที่น่าดีใจที่มีผู้นำความคิดจากแวดวงต่างๆ เข้ามาร่วมงานมากมาย ทำให้ได้เรื่องของ Scale และ Scope ที่มีทั้งความกว้างและความลึกซึ่งเราสามารถ Deliver Solution ต่างๆ ได้อย่างครบวงจร อย่างเรื่องพลาสติกควรมีการแก้ปัญหาแบบ Total Solution for Everyone เพราะถ้ามีแต่แนวคิดไม่มีนวัตกรรม ไม่มีผลิตภัณฑ์ก็ไม่สามารถแก้ได้ อย่างไรก็ตามต้องมีเจ้าภาพในการสร้าง Ecosystem เพื่อให้คนที่กำลังน้อยกว่า หรือยังไม่ได้คิดจะทำสามารถทำให้เกิดผลขึ้นมาได้”

นอกจากไฮไลท์สำคัญอย่าง CEO PANEL DISCUSSION การอภิปรายแบบคณะ หัวข้อ “Circular Living, An Integrated Solution Platform” ซึ่ง คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ GC ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจของงานในครั้งนี้

“GC เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ เรามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายของเราก็คือเรื่องของความยั่งยืน เรามองว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขแต่เป็นเรื่องของการดูแลผลกระทบที่มีต่อสังคม ต่อโลก ในการดำเนินธุรกิจเราโฟกัสที่การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดแต่มีของเสียน้อยที่สุดและมีผลที่ดีต่อสภาพแวดล้อม โดยใช้แนวทางในการปฏิบัติ 3R คือ เรื่อง Reduce Reuse และ Recycle

ส่วนของ Reduce GC ตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งและมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ในปี 2030 และ 50% ในปี 2050 สำหรับ Reuse เราใช้น้ำในการผลิตค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจึงมีระบบจัดการน้ำภายในของเราให้มีน้ำใช้ 50,000 ลิตรต่อวัน ทำให้เราใช้น้ำสาธารณะน้อยลง สุดท้าย Recycle เราพยายามสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ มีการตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ระยอง สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือความพยายามในการสร้างการเรียนรู้ให้ทุกคนเห็นความสำคัญกับเรื่องของการรีไซเคิล”

ปรับตัวสู้โรคระบาด

เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้คนทั่วโลก และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และรูปแบบการทำงาน ซึ่งจากสถานการณ์นี้พบว่าในประเทศไทยมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ความท้าทายต่างๆ นี้ ส่งผลให้แนวคิด GC Circular Living เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกโลกจากวิกฤต 

การพูดคุยในหัวข้อ “Innovation in Healthcare and Well-being” จึงมุ่งไปที่ความร่วมมือและการปรับตัวเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดที่ยังไม่ทราบว่าจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนานแค่ไหน ศ.ดร.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึง นวัตกรรมในสถานการณ์ Pandemic ไว้น่าสนใจว่า 

“เราทำเรื่องของเทเลเมดิซีน คือการพบแพทย์ทางออนไลน์และส่งยาให้คนไข้ถึงที่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เรามีแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า Siriraj Connect ที่ช่วยให้คนไข้สามารถปรึกษาแพทย์ได้ นอกจากนี้มีการเจาะเลือดแบบ Drive-thru ไม่ต้องเข้าไปที่โรงพยาบาลซึ่งหาที่จอดรถยาก รถติด เจาะเสร็จหากไม่ต้องพบแพทย์สามารถกลับบ้านเพื่อรอรับยาที่จะส่งให้ได้เลย แนวคิด Circular กับวงการแพทย์ สิ่งที่เราทำคือพยายามลดการใช้พลังงาน ซึ่งทางการแพทย์เราตีความว่าสิ่งที่เราช่วยได้ก็คือการลดการเดินทาง ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น” 

ในส่วนของ GC ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) มองว่าช่วงที่มี Pandemic ในสถานการณ์โควิด-19 ทุกคนก็พยายามช่วยกัน GC มีบทบาทเล็กๆ ในฐานะผู้ผลิตพลาสติกในประเทศที่จะนำนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและพัฒนาไปสู่การพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต

“เรามีความพร้อมทางด้านสาธารณสุขในทุกด้าน ทั้งในด้านของการป้องกัน การรักษาและระบบต่างๆ เพียงแต่ในแง่ของอุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์ต่างๆ ยังต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็น Face Shield, Mask, เสื้อกาวน์ ชุด PPE เราอาศัยพันธมิตรของเราที่มีเครือข่ายในการผลิตนำเอาพลาสติกในประเทศมาขึ้นรูปและเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ รวมถึงนำเอานวัตกรรมที่คุณหมอแนะนำมาปรับให้สามารถใช้งานได้ภายใต้คำปรึกษาจากแพทย์ ในอนาคตเรามองว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เมืองไทยจำเป็นต้องเริ่มพัฒนาขึ้นมา ไม่ใช่เฉพาะแค่สถานการณ์โควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่ความร่วมมือกันระหว่างคนผลิตวัสดุ โรงพยาบาล แพทย์ เพื่อพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมาตอบโจทย์ให้คนไทยได้เข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้ได้ในราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น”

 

Circular กับการเชื่อมโยงชุมชน

การมีส่วนร่วมของชุมชนแบบองค์รวม เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้แนวคิดเรื่องของ Circular Economy ประสบความสำเร็จได้ พระมหาประนอม เจ้าอาวาส วัดจากแดง กล่าวในหัวข้อ “Living the Circular Life”  ไว้ว่า ทางวัดใช้แนวคิด Circular Economy เชื่อมโยงกับชุมชนด้วยการมองปัญหาแล้วหาทางแก้ไขด้วยการทำเป็นต้นแบบ

“ทางวัดประสบปัญหาขยะล้นวัด จึงเริ่มหาทางออกจากปัญหานี้โดยเริ่มจากการนำเศษอาหารที่เหลือไปทำปุ๋ย จากนั้นจึงเริ่มหาความรู้เองว่าขยะอื่นๆ อย่างถุงพลาสติกสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง เช่น ถุงแกงนำมาทำน้ำมัน ทำอิฐตัวหนอนได้ พลาสติกจากขวดเรานำมาใช้ผลิตเป็นจีวร จีวรผืนนึงใช้ขวด 1.5 ลิตร 15 ใบ 1 ชุดใช้ 65 ใบ วัดถือเป็นศูนย์กลางของชุมชน เมื่อเราทำให้คนในชุมชนสามารถมาเห็นด้วยตาว่าการทำเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก วัดทำได้เขาก็ทำได้ ตอนนี้เราก็มีแผนในการขยายโมเดลนี้ไปยังวัดต่างๆ ที่เริ่มสนใจทำแบบเราด้วยเช่นกัน”

คุณอนัฆ นวราช ผู้อำนวยการ ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ใช้สามพรานโมเดลซึ่งทำกับครอบครัวเชื่อมโยงให้เกษตรกรที่ต้องการทำเกษตรกรอินทรีย์ต่อไปยังผู้บริโภคเพื่อเป้าหมายที่ต้องการสร้างสังคมอินทรีย์ หรือ Organic Society

“เราเชื่อมโยงกับ GC ด้วยโปรเจ็กต์ที่เชื่อมโยงกับระยองเรียกว่า Rayong Organic Living ใช้องค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทยแบบดั้งเดิมเชื่อมกับนวัตกรรม เกิดเป็นผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบอินทรีย์พื้นถิ่น อย่าง หญ้าคา เร่วหอม ว่านสาวหลง ผักบุ้งทะเล ขิง ใบบัวบก มะนาว และตะไคร้ ซึ่งปลูกโดยเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กลุ่มหอมมะหาดในพื้นที่เขาห้วยมะหาด พื้นที่สีเขียวแหล่งธรรมชาติและต้นน้ำที่สำคัญของระยอง โดยในการแปรรูปวัตถุดิบเรามีการจับมือกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลา พัฒนาเป็นสินค้าอย่าง สบู่เหลว แชมพู ครีมบำรุงผิว และสบู่ล้างมือ ซึ่งรายได้จากการจำหน่าย 10% จะคืนกลับสู่เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืน”

คุณอนัฆ เสริมว่าการดึงชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากตัวเองจากนั้นจึงหาพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เหมือนกัน เพราะถ้าเป้าหมายคือเรื่องของ Circular Living การมีพันธมิตรตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำที่มองเหมือนกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ถือเป็นการสานต่อแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในเชิงปฏิบัติ ซึ่งฉายภาพของการจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรมในแบบ Circular in Action จากผู้นำทางความคิด ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วโลก ตอกย้ำให้เห็นว่าหากจับมือกันทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.