8,815
VIEWS

อ่านเกม “โออิชิ” สร้างโอกาสใหม่ทางการตลาดอย่างไรให้ปัง !!!!

Nov 04, 2020 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่กลยุทธ์การขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจร้านอาหารของโออิชิแล้ว จะถูกขับเคลื่อนด้วย 4 แกนหลักที่ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจ ประกอบด้วย

1.Growth Engine : สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ผ่านการดำเนินงานเชิงรุกอย่างรอบด้าน ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ ๆ การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่เหมาะสม น่าสนใจ และการขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงและขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (เพิ่มเติมจากการสั่งซื้อผ่านทางโทร. 1773)  ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งได้แก่ โออิชิ ดิลิเวอรี่ ดอทคอม (www.oishidelivery.com) ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสั่งอาหารแบบออนดีมานด์บนแอพพลิเคชั่นชั้นนำของไทยอย่าง แกร็บฟู้ด (GrabFood) ไลน์แมน (LINE MAN) และฟู้ดแพนด้า (Foodpanda)

2.Re-engineering Brand’s Business Model : ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ ให้มีความทันสมัยตามเทรนด์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น นำเสนอรูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ !!! ชาบูชิ “บริการ 24 ชั่วโมง” รับวิถีคนเมือง “สังคมคนนอนดึก” (Sleepless Society) ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

3.Reinvented Customers Experience : สร้างคุณค่าตราสินค้า ผ่านสินค้าและบริการ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ น่าประทับใจ แก่ผู้บริโภค

4.Spin-off Brands : พัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เสริมแกร่งพอร์ตทั้งร้านอาหารและร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ได้แก่ โฮว ยู (HOU YUU), ซาคาเอะ (SAKAE) จับกลุ่มลูกค้าระดับบน และ โอโยกิ (OYOKI) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ อร่อยเข้มข้นระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านขนมหวานแบรนด์แรกของโออิชิ ซึ่งกลยุทธ์การสร้างการเติบโตในข้อที่ 4 นี้ กลายเป็นอีก 1 ไฮไลท์ที่น่าสนใจไม่น้อย

 

เพราะเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงดีมานด์ใหม่ๆ ที่แบรนด์เดิมในพอร์ตยังเข้าไปไม่ถึง ล่าสุดกับตัวแบรนด์ ซาคาเอะ (SAKAE) ซึ่งเป็นร้านชาบูพรีเมียมที่ชูจุดขายในเรื่องของสุดยอดวัตถุดิบ อาทิ เนื้อวากิวระดับพรีเมียม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ผสานรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ หนึ่งเดียวของชาบู-ชาบู และสุกี้ญี่ปุ่น

การขยายแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ เข้ามาเล่นในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดเข้าสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมมีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะเข้าไปรองรับกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงตามหลักการ 80:20 ที่แม้คนกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนเพียง 20% แต่ก็สามารถสร้างยอดขายหรือแวลู่ได้สูงถึง 80%

เหตุผลจากการ “ล็อกดาวน์” ที่ทำให้คนไทยไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นซึ่งเป็นเดสติเนชั่นที่มีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้มีคนไทยไม่น้อยหันมาใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในประเทศแทน ซึ่งการนำเสนอประสบการณ์จาก Experience ที่คนไทยคุ้นเคยจากการเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นของแบรนด์ ซาคาเอะ จะเข้ามารองรับความต้องการตรงนี้ได้เป็นอย่างดี

ตามหลักการของการสร้างการเติบโตในธุรกิจร้านอาหารนั้น จะต้องทำอยู่ 2 เรื่องนี้ คือหนึ่งจะทำอย่างไรที่จะสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าให้ยังคงมีการเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และสอง การขยายฐานการบริโภคไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ ดูเหมือนง่าย แต่เวลาลงมือทำจริงแล้ว พบว่าไม่ง่ายเลย

เพราะธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นในวันนี้ ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค การแข่งขันที่รุนแรง ที่สำคัญยังมีเรื่องของการเข้ามาดิสรัปท์ของเทคโนโลยีที่เป็นแรงกดดันสำคัญรวมอยู่ด้วย

ครั้งหนึ่ง ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ OISHI เคยให้สัมภาษณ์กับเราว่า ในฐานะของผู้นำตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเราให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หากมองมาที่ตัวผู้บริโภคแล้ว พบว่าค่อนข้างหลากหลาย แต่ละกลุ่มหรือแต่ละเจนเนอเรชั่น มีไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นแล้ว การเข้าใจพวกเขาอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำเสนอในสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ

“ถ้าเราดูในตลาดผู้บริโภคมีหลายเจน และมีแก็ปค่อนข้างมาก เวลาเราทำร้านอาหาร จึงต้องจับแต่ละเซ็กเม้นต์ ใส่เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเราว่าร้านอาหารตัวไหนในพอร์ตจับเซ็กเม้นต์ไหน แล้ว Consumer Need เป็นอย่างไร Occasion Need อยู่ตรงไหน เราดูว่ามันมีช่องว่างตรงไหนในการทำธุรกิจ ถ้าเราทำธุรกิจใหม่แล้ว ไปกินกันเอง แล้วตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเดียวกัน Occasion เดียวกัน มันก็ไม่เกิดประโยชน์ในแง่ของยอดขาย หรือว่าขยายฐาน วิธีการก็คือ เรากางพอร์ตของแบรนด์ที่มีอยู่ออกมา แล้วดูว่า แบรนด์นี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มไหน Occasion อยู่ตรงไหน อย่างไร เราได้เห็นช่องว่างก็ครีเอทธุรกิจของเราขึ้นมาในส่วนที่ของเดิมไม่มี”

หากมองมาที่เทรนด์ของตลาดร้านอาหาร พบว่า ตลาดที่อยู่ตรงกลาง หรือตอบโจทย์ลูกค้าระดับกลาง เริ่มมีการแข่ง ขันที่เป็นเรดโอเชี่ยน ขณะที่เริ่มมีร้านอาหารที่จับกลุ่มล่างในราคาไม่สูงนักอย่างร้านส้มตำ หรือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เข้ามาในตลาดมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของดิลิเวอรี่ที่ส่งผลกระทบกับภาพรวมของตลาด ทำให้ต้องมีการมองหาโอกาสจากผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ พร้อมไปกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมเพื่อให้ยังคงมีการเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

 

สิ่งที่โออิชิมองเห็นโอกาสทางการตลาดก็คือกลุ่มบนที่ยังมีคู่แข่งน้อยอยู่ จึงเป็นที่มาของครีเอทแบรนด์ 2 แบรนด์เพื่อเข้ามากินตลาดพรีเมียมโดยกลุ่มที่มีเงินในบ้านเราคือกลุ่มที่อยู่ในเจนเอ็กซ์ขึ้นไป จนถึงเบบี้บูมเมอร์ เป็นคนสูงอายุ มีเงิน เจนเอ็กซ์คาบเกี่ยวกัน ทำงานหนัก มีเงิน และกล้าใช้เงิน ร้านอาหารระดับพรีเมียมจึงตอบโจทย์ผู้บริโภค คือถ้าไม่ไปบนสุด ก็จะแข่งขันกันยากมากขึ้น เพราะตรงกลางหนาแน่น ขณะที่ข้างล่างก็เริ่มเข้ามาเยอะขึ้น จึงขยับไปกลุ่มพรีเมียมด้วยการแตกแบรนด์ โฮว ยู (HOU YUU), ซาคาเอะ (SAKAE) ขึ้นมาเพื่อบุกตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ 

“การเข้าตลาดพรีเมียมนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Experience ของคนไทยยกระดับขึ้นไปมากแล้ว จากในอดีต ร้านอาหารญี่ปุ่นทำโดยคนไทย ลูกค้าก็กินได้ แต่เมื่อคนไทยมีประสบการณ์มากขึ้น จากการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จึงต้องการอะไรที่มากกว่าในอดีต ใกล้เคียงญี่ปุ่นมากที่สุด นั่นคือสาเหตุที่แบรนด์ใหม่ต้องมีการสร้างประสบ การณ์ที่แตกต่างทั้งในแง่ของบรรยากาศร้าน ดีไซน์เมนู ผมต้องการให้มัน Authentic มากที่สุด เป็น Total Experience ไม่ใช่แค่อาหาร เราต้องให้มันแตกต่างจากที่อื่น ถ้าจะให้เป็นพรีเมียม ต้องเป็น Total Experience จริงๆ”

หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการทำตลาดร้านอาหารก็คือ การมีแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งการขยับเข้าไปเล่นกับตลาดพรีเมียมในครั้งนี้ ส่งผลให้โออิชิมีแบรนด์ที่ครอบคลุมแทบทุกตลาดในเซ็กเม้นต์ร้าน อาหารญี่ปุ่น

“จากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “ซาคาเอะ” ส่งผลให้ธุรกิจอาหาร กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ โดยภาพรวมในวันนี้นั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่ประเภทร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant “QSR”) ร้านอาหารระดับกลาง (Casual Dining Restaurant) ไปจนถึงร้านอาหารระดับบน (Fine-Dining Restaurant) และมีความครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่เซ็กเม้นต์ตลาดแมส ตลาดพรีเมียมแมส ไปจนถึงตลาดพรีเมียม และสามารถตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม หลากหลายระดับ”

เป็นอีก 1 ในกลยุทธ์การสร้างโอกาสทางธุรกิจที่จะช่วยฉีกกรอบที่ครอบอยู่เดิมได้เป็นอย่างดี....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.