ดีลอยท์แนะทุกองค์กรปรับตัว 6 ด้าน รับมือ Next Normal

Oct 20, 2020 S.Vutikorn

สุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลก คาดการณ์แนวโน้มของเศรษฐกิจโลกในช่วงวิกฤต COVID-19 นี้ว่าน่าจะติดลบอย่างน้อย 4% สำหรับประเทศอาจจะมีตัวเลขสูงกว่า เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของประเทศมีการพึ่งพาการส่งออก, ท่องเที่ยวและสินค้าเกษตร ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากสงครามการค้าก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับโอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจนกลับมาเป็นปกตินั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักคือ การมีวัคซีนออกมาใช้งานได้เมื่อไหร่ แต่คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติอย่างเร็วคือปี 2022

 

โอกาสที่จะฟื้นตัวเป็นอย่างไรกว่าจะหาวัคซีนได้ กว่าจะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กว่าจะทราบเรื่องนโยบายการค้าใหม่ คงต้องใช้เวลากว่าจะกลับมาเหมือนเดิม แต่ตัวเลขจะดีขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้ไป

สำหรับประเทศไทยในภาคธุรกิจหัวใจสำคัญอยู่ที่การคอนโทรลการระบาดรอบที่ 2 ให้ได้ ประเทศไทยโชคดีที่อยู่ในโซนเอเชีย แฟซิฟิก ซึ่งหลายประเทศเศรษฐกิจยังมีโอกาสดีกว่าหลายๆ ประเทศในโลก

 

สุภศักดิ์ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่าการระบาดของ COVID-19 แต่ละอุตสาหกรรมจะใช้เวลาฟื้นตัวไม่เท่ากัน ดังนั้นทุกองค์กรควรใช้เวลาช่วงนี้เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะกลับสู่ภาวะปกติในอนาคต 

 

โดยดีลอยท์แนะนำให้ภาคองค์กรควรให้ความสำคัญ 6 ด้าน เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ประกอบด้วย

 

1. การกอบกู้ และการเพิ่มของรายได้ (Recover & Grow Revenue) เช่น ทบทวนรูปแบบและข้อเสนอทางธุรกิจปัจจุบัน, ประเมินกลยุทธ์การกำหนดราคาใหม่, แสวงหาแหล่งความต้องการใหม่ๆ รวมทั้งโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการทำงานร่วมกันข้ามอุตสาหกรรม

 

2. การเพิ่มมาร์จิ้น และความสามารถในการทำกำไร (Increase Margins & Profitability)  เช่น ใช้เวลาให้มากขึ้นกับส่วนที่เพิ่มรายได้, เพิ่มความรอบคอบส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A), มองหารูปแบบและทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยง, เน้นความมั่นคงของซัพพลายเออร์และซัพพลายเชน

 

3. การเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์และหนี้สินรวมถึงสภาพคล่อง (OPTIMISE ASSETS,  LIABILITIES,

& LIQUIDITY) โดยการเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับสภาพคล่อง, ใช้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการกระตุ้นและเครดิตภาษีของรัฐบาล, ตรวจสอบการแบ่งปันสินทรัพย์และการจัดเตรียมการ   เช่าซื้อ, ทบทวนผลงาน/สินค้าค้างส่งมอบ และสัญญาต่าง อีกครั้ง

 

4. เร่งทำเรื่อง Digital Transformation (Accelerate Digital Transformation) เช่น จัดลำดับความสำคัญของช่องทางข้อมูลดิจิตอล, การเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์เพื่อความคล่องตัว และความยืดหยุ่น, ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงปลอดภัยบนไซเบอร์ (Cyber Security), เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของสำนักงานส่วนกลางและส่วนหน้าด้วยระบบ Office Automation

 

5.ให้การสนับสนุนพนักงานและโครงสร้างการดำเนินงาน (Support Workforce & Operating Structure) เช่น ทำให้พนักงานรู้สึกมั่นใจและปลอดภัย, ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน, สร้างช่องทางการประเมินความรู้สึก รวมถึงสุขภาพร่างกายและจิตใจของพนักงาน, มองหารูปแบบการจ้างงานทางเลือก (เช่น การจ้างแบบชั่วคราว), มองหาหรือคิดรูปแบบการทำงานและการส่งมอบงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

6. บริหารจัดการความคาดหวังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Manage Stakeholder Expectations) เช่น พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการสื่อสารในภาวะวิกฤต, สื่อสารนโยบายเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยให้พนักงานและลูกค้าได้รับทราบ, เข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการของภาครัฐ และชุมชนในพื้นที่, ให้ความสำคัญกับโครงการหรือความคิดริเริ่มเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)

ในมุมมองของดีลอยท์เชื่อว่า หลังวิกฤติ COVID-19 ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ Next Normal ใน 4 มิติ ซึ่งถือเป็นโจทย์ขององค์กรต้องนำมาพิจารณา ได้แก่

1. มิติด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่น, คำนึงเรื่องการอนุญาตให้ใช้สิทธิทางสังคม (Social license) รวมถึงปรับปรุงหลักประกันด้านสุขภาพ และความปลอดภัยให้เหมาะสม

2.มิติด้านธุรกิจ ให้ความสำคัญกับเรื่องของอุตสาหกรรม 4.0, ปรับองค์กรให้เข้ากับรูปแบบทำงานใหม่ในอนาคต และปรับหรือมองหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความต้องการผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการทำเรื่องของ Digital Transformation 

3. มิติด้านเศรษฐกิจ มองถึงผลกระทบจากการทำสัญญาและเครดิต, ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจในบางอุตสาหกรรม

 

4.มิติด้านการเมือง เศรษฐกิจของประเทศฝั่งเอเชียจะฟื้นตัวเร็ว, ภาครัฐฯในฐานะหัวหอกการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการการคลังอันจะตามมาด้วยมาตรการทางภาษีที่อาจสูงขึ้น, เกิดแนวคิดความเป็นชาตินิยมจนกลาย เป็นปฏิปักษ์โลกาภิวัตน์

 

สุภศักดิ์ ยังกล่าวเสริมว่า สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทยนั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้เรายังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน เมื่อวิเคราะห์ดูจากปัจจัยภายในของไทยเองพบว่า ยังมีเรื่องความไม่สงบทางการเมือง การหยุดชะงักของธุรกิจท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไทยเราต้องพึ่งพารายได้ในจุดนี้อยู่มาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้หรือไม่ ผนวกกับปัจจัยภายนอกอย่างเช่น การระบาดของโควิด-19 ที่คงมีต่อเนื่อง ปัญหาด้าน Geo-political เช่น ความตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน การผ่อนปรนของมาตรการปิดประเทศ อุปสงค์ทั่วโลกยังอยู่ในแนวโน้มขาลง เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้คาดการณ์ได้ยาก และมองว่ายังต้องอดทนไปอีก 12-18 เดือนนับจากนี้

 

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ดีลอยท์ ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของดีลอยท์เอเชียแปซิฟิค ก็ได้มีการปรับตัวภายในเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 นอกเหนือจากการจัดเตรียมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับกับมาตรการรักษาระยะห่างของพนักงานแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารระดับสูงและทีมงาน ในการวิเคราะห์ปัญหาผลกระทบลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม และแนวทางการให้บริการที่สอดรับกับความต้องการ รวมทั้งการจัดทำบทความและรายงานตลอดจนสัมมนาออนไลน์ให้กับลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยบริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของผลการดำเนินงานรอบปี 2563 ในระดับที่ดี (สิ้นสุด วันที่ 31 พฤษภาคม 2563) มีอัตราเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ซึ่งเป็นการเติบโตในทุกสายธุรกิจ คือ ธุรกิจตรวจสอบบัญชี เพิ่มขึ้นร้อยละ 7, ธุรกิจที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นร้อยละ 20, ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการเงิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12, ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และธุรกิจที่ปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย เพิ่มขึ้นร้อยละ

นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้วางกลยุทธ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า ให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการบริการแบบครบวงจรของแต่ละสายธุรกิจและศักยภาพในการให้บริการแบบเครือข่ายทั่วโลก โดยมองว่าอุตสาหกรรมที่พร้อมจะกลับมาเติบโตได้ก่อน 4 กลุ่มแรก คือ กลุ่มยานยนต์ กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มพลังงาน ซึ่งยังคงต้องการบริการที่ปรึกษาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริการด้านการบริหารกระแสเงินสด (Cash Optimization Advisory) เพื่อรักษาสภาพคล่องของกิจการ  และการควบรวมกิจการ (M&A)  โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าประมาณการรายได้รวมสำหรับปี 2564 เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย คือ การรักษาคนเก่งในองค์กร โดยบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับการคัดสรร การพัฒนา และการดูแลบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการผลักดันและขยายธุรกิจต่างๆ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp